แชร์

"ส่งวัสดุก่อสร้างเข้าไซต์งาน: เหล็กเส้น ท่อ PVC ยาว 6 เมตร ต้องใช้รถอะไรถึงจะคุ้ม?" (เหมาะกับผู้รับเหมา)

noimageauthor ผึ้ง เด็กฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 17 ก.พ. 2026
4 ผู้เข้าชม

ส่งวัสดุก่อสร้างเข้าไซต์: เหล็กเส้น-ท่อ PVC ยาว 6 เมตร ใช้รถอะไร "คุ้มและปลอดภัย" ที่สุด?

สำหรับพี่ๆ ผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง คงทราบกันดีว่า "เลข 6" คือเลขอาถรรพ์ของการขนส่งค่ะ... เพราะวัสดุหลักอย่าง เหล็กเส้น (Rebar) หรือ ท่อ PVC มาตรฐานโรงงาน มักจะมีความยาวเริ่มต้นที่ 6 เมตร ซึ่งเป็นความยาวที่ "กึ่งๆ กลางๆ" จะใส่รถกระบะก็ยาวเกิน จะจ้างรถเทรลเลอร์ก็ดูจะใหญ่เกินความจำเป็น

แล้วตกลง... ถ้าต้องขนของยาว 6 เมตร เข้าไซต์งาน ใช้รถอะไรถึงจะคุ้มค่าที่สุด? วันนี้ BS Express มีคำตอบมาเทียบให้เห็นกันชัดๆ ค่ะ

1. รถกระบะตอนเดียว (Pick-up) : "ประหยัดแต่เสี่ยง"
หลายคนเลือกใช้รถกระบะเพราะราคาถูกและคล่องตัว แต่กระบะทั่วไปยาวแค่ 2.4 - 3 เมตร เท่านั้นค่ะ
ปัญหา: เมื่อใส่ของยาว 6 เมตร สินค้าจะยื่นออกมาท้ายรถถึง 3 เมตร! ซึ่ง ผิดกฎหมาย (กฎหมายให้ยื่นพ้นตัวรถได้ไม่เกิน 2.5 เมตร)
ความเสี่ยง: เสี่ยงโดนตำรวจเรียก เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุตอนเลี้ยว และที่สำคัญเหล็กเส้นอาจจะงอหรือท่อ PVC อาจจะแตกหักได้เพราะไม่มีจุดรองรับน้ำหนักช่วงปลาย
ความคุ้ม: ไม่คุ้ม หากโดนค่าปรับ หรือของเสียหายกลางทาง

2. รถ 4 ล้อจัมโบ้ (4-Wheel Jumbo) : "ทางเลือกสายกลาง"
รถประเภทนี้กระบะยาวกว่ารถปิคอัพทั่วไป (ประมาณ 3 - 4 เมตร) บรรทุกได้เยอะกว่า
ความเหมาะสม: สามารถขนท่อ PVC หรือเหล็กเส้นได้ แต่ยังคงมีส่วนยื่นออกมาท้ายรถอยู่บ้าง (ประมาณ 2 เมตร) ซึ่งต้องติดธงแดงและสัญญาณไฟให้ชัดเจน
ความคุ้ม: คุ้มค่า สำหรับหน้างานในซอยแคบ หรือเขตเมืองที่รถใหญ่เข้าไม่ได้ แต่ต้องมีการรัดตรึงสินค้าอย่างแน่นหนา

3. รถบรรทุก 6 ล้อ (6-Wheel Truck) : "พระเอกตัวจริง ของยาว 6 เมตร"
นี่คือคำตอบที่ BS Express แนะนำที่สุดสำหรับงานก่อสร้างค่ะ!
ทำไมถึงเหมาะที่สุด? เพราะกระบะของรถ 6 ล้อมีความยาวมาตรฐานอยู่ที่ 5.5 - 6.5 เมตร นั่นหมายความว่า คุณสามารถวางท่อ PVC หรือเหล็กเส้นได้ "พอดีคัน" โดยแทบไม่มีส่วนยื่นล้ำออกมาเลย
ความปลอดภัย: สูงสุด! ไม่ต้องกังวลเรื่องของหล่น ของงอ หรือโดนโบกเรียก
ปริมาณ: ขนได้ครั้งละ 5-7 ตัน (แล้วแต่ประเภทรถ) รอบเดียวจบ ไม่ต้องวิ่งหลายรอบเหมือนรถกระบะ
ความคุ้ม: คุ้มที่สุด เมื่อเทียบปริมาณต่อเที่ยว และความสบายใจ

เทคนิคขนของยาวให้ปลอดภัย (มาตรฐาน BS Express)
ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้รถประเภทไหน สิ่งที่ BS Express ให้ความสำคัญที่สุดคือ:

การรัดตรึง (Lashing): เราใช้สายรัด Ratchet Strap มาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เชือกฟาง เพื่อป้องกันของไหลเวลาเบรก
รองหนุน (Dunnage): หากเป็นท่อ PVC เรามีการรองพื้นเพื่อไม่ให้ท่อแตกหรือบี้แบน
สัญลักษณ์เตือน: กรณีมีส่วนยื่นล้ำ เราติดธงแดง (กลางวัน) และไฟสัญญาณ (กลางคืน) ตามกฎหมายเป๊ะๆ

สรุป: เลือกให้ถูกงาน ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา
ถ้าของน้อย เข้าซอยแคบจริงๆ > รถ 4 ล้อจัมโบ้ (แต่ต้องมัดดีๆ)
ถ้าของเยอะ ต้องการความชัวร์ วางยาวได้เต็มเส้น > รถ 6 ล้อ คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ
"งานก่อสร้างต้องแข่งกับเวลา อย่าให้การขนส่งมาเป็นตัวถ่วง ให้ BS Express ช่วยดูแลเรื่องขนย้าย เพื่อให้หน้างานของคุณลื่นไหลไม่มีสะดุดค่ะ"


บทความที่เกี่ยวข้อง
Paperless Logistics: เปลี่ยนกองภูเขาเอกสาร เป็นไฟล์ดิจิทัล ประหยัดเงินปีละหมื่น... ทำได้จริงไหม?
คุณเคยลองนับไหมครับว่า ในการส่งสินค้า 1 ออเดอร์... เราใช้กระดาษไปกี่แผ่น?
ร่วมมือ.jpg Contact Center
17 ก.พ. 2026
"น้ำท่วมรอระบาย" ฝันร้ายคนส่งของ! เทียบชัดๆ รถกระบะตู้ทึบ vs 6 ล้อยกสูง แบบไหนรอดชัวร์ในกรุงเทพฯ?
พอเข้าหน้าฝนทีไร ชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องผวากับคำว่า "ฝนตก 20 นาที น้ำท่วมรอระบาย" ทุกที! โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องส่งสินค้า การเจอน้ำท่วมขังในซอยแคบๆ หรือถนนเส้นหลักอย่าง ลาดพร้าว, รามคำแหง, แจ้งวัฒนะ ไม่ใช่แค่เรื่องรถติด แต่คือความเสี่ยงที่ "เครื่องจะดับ" หรือ "น้ำจะซึมเข้ากล่องสินค้า" จนเสียหาย วันนี้ BS Transport จะมาเปรียบเทียบมวยคู่เอกแห่งวงการขนส่ง "รถกระบะตู้ทึบ" กับ "รถ 6 ล้อยกสูง" ว่าในสถานการณ์น้ำนองแบบนี้ คันไหนคือผู้รอดชีวิตที่แท้จริง?
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
17 ก.พ. 2026
โลจิสติกส์ไม่ใช่อนาคต แต่คือปัจจุบัน ธุรกิจที่ยังไม่ปรับ กำลังตามหลัง
โลจิสติกส์ไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นปัจจัยสำคัญในปัจจุบัน บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจที่ไม่ปรับตัว กำลังเสียเปรียบ
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
17 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ