พนักงานไม่ได้หายไป แต่บทบาทเปลี่ยน เมื่อ RPA เข้ามาในโลจิสติกส์
อัพเดทล่าสุด: 26 ม.ค. 2026
4 ผู้เข้าชม

ความกลัวที่พบบ่อยเมื่อพูดถึง RPA
หลายคนกังวลว่า
“ถ้ามีบอทแล้ว คนจะตกงานไหม”
แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่หายไปคือ งานซ้ำ ไม่ใช่ คน
บทบาทเดิมของพนักงานโลจิสติกส์
คีย์ข้อมูล
ตรวจเอกสาร
รวบรวมรายงาน
แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
งานเหล่านี้ใช้เวลา แต่สร้างมูลค่าเพิ่มน้อย
บทบาทใหม่เมื่อมี RPA
1. จากคนคีย์ → คนควบคุม
ดูแลความถูกต้องของระบบและข้อมูล
2. จากคนทำรายงาน → คนวิเคราะห์
ใช้ข้อมูลตัดสินใจและวางแผน
3. จากงานซ้ำ → งานพัฒนา
ปรับปรุงกระบวนการให้ดีขึ้นต่อเนื่อง
ทักษะที่สำคัญขึ้นในยุค RPA
ความเข้าใจระบบ
การอ่านข้อมูล
การแก้ปัญหา
การสื่อสารข้ามทีม
องค์กรที่ใช้ RPA สำเร็จ ทำอะไรต่าง
สื่อสารชัดว่าบอทมาช่วย ไม่ใช่มาแทน
ฝึกทักษะใหม่ให้พนักงาน
เปิดโอกาสให้คนมีบทบาทเชิงกลยุทธ์
สรุป
RPA ไม่ได้ทำให้องค์กร “ไร้คน”
แต่ทำให้องค์กรมี คนที่ใช้เวลาถูกจุดมากขึ้น
และนั่นคือหัวใจของโลจิสติกส์ยุคใหม่
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
เคยมีความคิดแบบนี้แวบเข้ามาในหัวไหมครับ? "จะโอนเงินไปให้ญาติก็ยุ่งยาก ฝากเงินสดใส่ซองไปพร้อมกับลังของกินเลยแล้วกัน ง่ายดี" หรือ "ส่งสร้อยทองไปเซอร์ไพรส์แม่ แอบซ่อนไว้ในกล่องเสื้อผ้า คงไม่มีใครรู้หรอก"
หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลยครับ! ✋
แม้บริษัทขนส่งอย่าง BS Transport จะพร้อมดูแลสินค้าของคุณอย่างดีที่สุด แต่สำหรับ "ของมีค่า" ประเภท เงินสด, ทองคำ, เครื่องเพชร หรืออัญมณี นั้นถือเป็น "สินค้าต้องห้าม (Prohibited Items)" ที่บริษัทขนส่งทั่วไป "ไม่รับฝากเด็ดขาด"
หลายท่านอาจสงสัยว่า "ทำไมถึงใจร้ายจัง? แค่ของชิ้นเล็กๆ เอง" วันนี้เราจะมาเปิดเผย 4 เหตุผลเบื้องหลังกฎเหล็กข้อนี้ ที่มีไว้เพื่อปกป้อง "ตัวคุณเอง" ครับ
26 ม.ค. 2026
การทำธุรกิจยุคใหม่ "สินค้าดี" อย่างเดียวไม่พอครับ แต่ "สภาพกล่อง" ตอนถึงมือลูกค้าต้องเนี๊ยบด้วย! สำหรับ SME ที่เริ่มมีออเดอร์เยอะขึ้น การนั่งพับกล่องแล้วแปะเทปกาวใสอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อต้องส่งสินค้าจำนวนมากหรือส่งเข้าห้างสรรพสินค้า (Modern Trade)
วันนี้ BS Transport จะพามาเปิดคัมภีร์อุปกรณ์โกดัง ที่จะช่วยเปลี่ยนจาก "การแพ็คบ้านๆ" ให้กลายเป็น "การแพ็คแบบมืออาชีพ" ลงทุนครั้งเดียวแต่ลดความเสียหายได้ระยะยาว มีอะไรบ้างที่โกดังคุณควรมี? ไปดูกันครับ
26 ม.ค. 2026
คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้ไหมครับ? "สั่งของมาตุนไว้เยอะเกินไปจนล้นโกดัง เพราะกลัวของขาด" "กะเวลาของเข้าพลาด รถติด ของมาส่งไม่ทัน ไลน์ผลิตต้องหยุดชะงัก" "ช่วงโปรโมชั่นขายดีมาก แต่สั่งรถขนส่งไม่ทัน เพราะไม่ได้จองล่วงหน้า"
ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการบริหารจัดการแบบ "ใช้สัญชาตญาณ" (Gut Feeling) ครับ แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่มี "ข้อมูล" (Data) มากที่สุด
วันนี้ BS Transport จะพาคุณไปดูว่า กองเอกสารและประวัติการขนส่งที่คุณมีอยู่ในมือ (ที่เรียกว่า Big Data) สามารถเปลี่ยนเป็น "คัมภีร์" ที่ช่วยให้คุณวางแผนสั่งของล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำได้อย่างไร?
26 ม.ค. 2026
BANKKUNG


