โดรนส่งพัสดุ: อนาคตของโลจิสติกส์ หรือแค่ "กระแส" ที่ผ่านมาแล้วก็ไป?

โดรนส่งพัสดุ: อนาคตของโลจิสติกส์ หรือแค่ "กระแส" ที่ผ่านมาแล้วก็ไป?
คำถามที่ผู้ประกอบการหลายคนสงสัยคือ "สรุปแล้วโดรนจะมาแทนที่รถขนส่งจริงไหม?" หรือเป็นเพียงแค่ลูกเล่นทางการตลาดที่ตื่นเต้นแค่ชั่วคราว? วันนี้ BS Transport จะพามาวิเคราะห์เจาะลึกกันครับ
ทำไม "โดรน" ถึงเป็นความหวังใหม่ของวงการขนส่ง?
จุดเด่นที่สุดของโดรนคือการ "ทลายข้อจำกัดด้านการจราจร" ครับ
ความเร็วเหนือแสง (เปรียบเปรย): โดรนบินเป็นเส้นตรง ไม่ต้องรอไฟแดง ไม่ต้องกลัวรถติด แซงหน้ามอเตอร์ไซค์วินได้สบายๆ เหมาะมากสำหรับการส่งของด่วน (Instant Delivery) ในระยะใกล้
เข้าถึงพื้นที่ยากลำบาก: บนเขา เกาะแก่ง หรือพื้นที่น้ำท่วมที่รถเข้าไม่ถึง โดรนคือพระเอกตัวจริงที่สามารถหย่อนของลงไปได้ทันที
ลดต้นทุนแรงงาน: ในระยะยาว การใช้ระบบอัตโนมัติอาจคุ้มค่ากว่าการจ้างคนขับรถจำนวนมากในเส้นทางซ้ำๆ
แต่... ทำไมเราถึงยังไม่เห็นโดรนบินว่อนเต็มเมือง? (The Reality Check)
แม้เทคโนโลยีจะล้ำหน้า แต่ในทางปฏิบัติจริง ยังมี "กำแพง" หลายด่านที่ต้องข้าม:
กฎหมายและความปลอดภัย: กฎการบินในเขตชุมชนยังเข้มงวดมาก (โดยเฉพาะในไทย) เพราะหากโดรนตกใส่คน หรือบินชนสายไฟ ความเสียหายจะมหาศาล
แบกของหนักไม่ได้: โดรนส่วนใหญ่รับน้ำหนักได้จำกัด (Payload) เหมาะกับยา อาหาร หรือเอกสาร แต่ถ้าจะให้แบก "เฟอร์นิเจอร์" หรือ "สินค้าล็อตใหญ่" รถบรรทุกก็ยังเป็นราชันย์อยู่ดี
สภาพอากาศ: ฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรง คือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้โดรนต้องจอดสนิท
บทสรุป: อนาคตแบบ "ลูกผสม" (Hybrid Logistics)
คำตอบคือ โดรนไม่ใช่แค่กระแส แต่ก็ไม่ได้มาแทนที่รถขนส่งทั้งหมด
ในอนาคตอันใกล้ เราจะเห็นการทำงานร่วมกันแบบ Hybrid:
รถบรรทุก ทำหน้าที่เป็น "แม่ทัพใหญ่" ขนสินค้าจำนวนมากวิ่งทางไกล (Long-haul)
โดรน ทำหน้าที่เป็น "หน่วยจู่โจมเร็ว" รับช่วงต่อในระยะสุดท้าย (Last Mile) เพื่อส่งของชิ้นเล็กเข้าถึงมือลูกค้าในจุดที่รถเข้าลำบาก
ฉะนั้น สำหรับผู้ประกอบการในตอนนี้ การเลือกใช้บริการขนส่งที่มีความยืดหยุ่น มีรถหลากหลายประเภท และมีเทคโนโลยีจัดการเส้นทางที่แม่นยำ ยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดครับ
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน

BANKKUNG

