แชร์

ทำไมเรือขนส่งสินค้าต้องวิ่งช้า? เบื้องหลังกลยุทธ์ Slow Steaming ที่ช่วยโลกและลดต้นทุน

ร่วมมือ.jpg เหมาคัน
อัพเดทล่าสุด: 6 ต.ค. 2025
880 ผู้เข้าชม

ถ้าใครเคยติดตามข่าวโลจิสติกส์โลก หรือเห็นภาพเรือขนส่งสินค้าขนาดยักษ์ที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เต็มลำ คุณอาจไม่รู้ว่า... เรือพวกนี้จงใจวิ่งช้าลง ไม่ใช่เพราะเครื่องยนต์เก่า หรือกัปตันขี้เกียจ แต่เพราะมันคือ กลยุทธ์ระดับโลก ที่ชื่อว่า Slow Steaming

จุดเริ่มต้นของการ แล่นช้า

ในอดีต เรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมักแล่นด้วยความเร็วเฉลี่ย 2426 น็อต (ประมาณ 4548 กม./ชม.) เพื่อให้สินค้าถึงเร็วที่สุด แต่หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2008 บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่อย่าง Maersk เริ่มพบปัญหาสำคัญ ราคาน้ำมันพุ่งสูงจนต้นทุนการเดินเรือพุ่งตาม

แทนที่จะเพิ่มค่าขนส่ง (ซึ่งลูกค้าไม่ชอบแน่ ๆ) พวกเขาเลือกวิธีง่ายกว่านั้น: ลดความเร็วเหลือเพียง 1820 น็อต (3337 กม./ชม.)
และผลลัพธ์กลับน่าทึ่งกว่าที่คิด ค่าน้ำมันลดลงได้ถึง 3040% เลยทีเดียว

นี่แหละครับ คือจุดกำเนิดของแนวคิด Slow Steaming ที่เปลี่ยนวงการโลจิสติกส์ทางทะเลไปตลอดกาล


ทำไมวิ่งช้าถึงประหยัดได้มาก?

ลองนึกถึงรถยนต์ของเรา เวลาเหยียบคันเร่งมาก ๆ น้ำมันก็ยิ่งหมดเร็ว
เรือก็เช่นเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่ ขนาดเรือบรรทุกหนึ่งลำใช้เชื้อเพลิงมากกว่ารถบรรทุกถึงหลายหมื่นเท่า
ดังนั้น การลดความเร็วเพียง 10% สามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 2030%

นอกจากนั้นยังช่วย

ยืดอายุการใช้งานเครื่องยนต์
ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO)
และช่วยให้เรือสามารถ จัดตารางเดินเรือ ได้เหมาะสมขึ้นในช่วงที่มีสินค้าน้อย

Slow Steaming กับสิ่งแวดล้อม

องค์กร IMO (International Maritime Organization) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมขนส่งทางทะเลปล่อย CO กว่า 3% ของปริมาณโลกทั้งหมด
ดังนั้นการที่เรือวิ่งช้าลงจึงไม่ได้ช่วยแค่บริษัทประหยัด แต่ยัง ลดโลกร้อนได้จริง

หลายประเทศเริ่มออกกฎหมายจำกัดการปล่อยควันจากเรือ เช่น เขต Emission Control Area (ECA) ในยุโรปและอเมริกาเหนือ ที่บังคับให้เรือใช้เชื้อเพลิงกำมะถันต่ำและควบคุมความเร็วระหว่างแล่น


แล้วลูกค้ารอของนานขึ้นไหม?

คำตอบคือ ใช่ แต่ไม่มากเท่าที่คิด
การลดความเร็วลงเฉลี่ย 20% ทำให้เวลาขนส่งเพิ่มขึ้นราว 13 วันในเส้นทางเอเชียยุโรป ซึ่งสำหรับสินค้าที่ไม่ได้เร่งด่วน เช่น ของใช้ทั่วไป หรือวัตถุดิบอุตสาหกรรม ถือว่ายอมรับได้

และบริษัทเดินเรือหลายแห่งก็แก้ปัญหานี้ด้วยการ เพิ่มจำนวนเรือในเส้นทางเดิม
เพื่อให้ตารางการส่งของยังคงถี่เหมือนเดิม


Slow Steaming ในยุคใหม่

ทุกวันนี้ แนวคิดนี้พัฒนาไปอีกขั้นเป็น Super Slow Steaming
โดยเรือบางลำวิ่งช้าเพียง 15 น็อต เพื่อให้ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่ง หรือภาวะเศรษฐกิจถดถอย

และเมื่อเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI และระบบวิเคราะห์เส้นทางอัจฉริยะ เข้ามาช่วย
กัปตันเรือสามารถคำนวณเส้นทางที่ประหยัดพลังงานที่สุดตามลม กระแสน้ำ และสภาพอากาศได้แบบเรียลไทม์
เรียกได้ว่า แล่นช้า แต่ฉลาด


สรุป

Slow Steaming ไม่ได้หมายถึงการ ช้าเพราะขี้เกียจ
แต่มันคือ ความช้าอย่างมีกลยุทธ์ ที่ช่วยโลก ประหยัดต้นทุน และทำให้ธุรกิจเดินเรือยั่งยืนขึ้นในระยะยาว

ดังนั้น ครั้งหน้าถ้าได้ยินว่า เรือสินค้าลำนี้เดินทางช้า
อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องแย่ เพราะเบื้องหลังนั้น อาจคือการตัดสินใจที่ช่วยทั้งโลกและกระเป๋าเงินของทุกคน


บทความที่เกี่ยวข้อง
การขนส่งสินค้าทางอวกาศ ก้าวสำคัญของมนุษยชาติ
สถานีอวกาศ เป็นห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่โคจรรอบโลก สถานีอวกาศที่ใหญ่ที่สุดคือ สถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ
28 ส.ค. 2024
ทำความรู้จักกับใบ PO (Purchase Order)
ในโลกของธุรกิจ โดยเฉพาะในระบบจัดซื้อจัดจ้างหรือโลจิสติกส์ คำว่า "PO" หรือ "ใบสั่งซื้อ" (Purchase Order) เป็นสิ่งที่ได้ยินบ่อยและมีความสำคัญอย่างมาก วันนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจว่าใบ PO คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร และมีประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไรบ้าง
สีเขียว_สีเหลือง_น่ารัก_ภาพประกอบ_ปิดร้านค้า_Sorry_We_Are_Closed_Instagram_Post_.png BS Rut กองรถ
14 มิ.ย. 2025
การเปลี่ยนแปลงของ Supply Chain โลก กระทบธุรกิจขนส่งไทยอย่างไร?
เจาะลึก "Supply Chain โลก" เปลี่ยนทิศ! ธุรกิจขนส่งไทย กระทบหนักแค่ไหน และต้องปรับตัวอย่างไร? Meta Description: โลกเปลี่ยน ขนส่งต้องปรับ! วิเคราะห์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของ Supply Chain โลก ทั้งวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ไทย พร้อมแนวทางรับมือ
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
3 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้