แชร์

สินค้าหมดอายุแล้วแต่อยู่ในคลัง ไม่มีระบบแจ้งเตือนควรทำอย่างไร?

Screenshot_2025_09_02_160144_1.png พี่ปี
อัพเดทล่าสุด: 25 เม.ย. 2025
1531 ผู้เข้าชม

สินค้าหมดอายุแล้วแต่อยู่ในคลัง ไม่มีระบบแจ้งเตือนควรทำอย่างไร?


ของหมดอายุ ไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กๆ ในคลังสินค้า โดยเฉพาะถ้าเป็นเวชภัณฑ์ ยา หรือสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะไม่ใช่แค่ของเสีย แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และต้นทุนของบริษัทแบบที่ไม่ควรมองข้าม


แต่ถ้าคลังของคุณไม่มีระบบแจ้งเตือนสินค้าหมดอายุ คุณควรทำสิ่งเหล่านี้ทันที:


1. แยกสินค้าหมดอายุออกจากสต็อกทันที
สร้างโซนเฉพาะ สินค้าหมดอายุ หรือ สินค้ารอตัดสต็อก เพื่อลดความเสี่ยงในการหยิบจ่ายผิด
2. ตรวจสอบวันหมดอายุแบบแมนนวลให้สม่ำเสมอ
ตั้งรอบการตรวจ เช่น รายเดือน หรือรายไตรมาส โดยให้พนักงานใช้ Checklist ตรวจสอบวันหมดอายุของสินค้าในแต่ละโซน
3. วางระบบ FIFO / FEFO อย่างจริงจัง
สำหรับสินค้าที่มีวันหมดอายุ ควรใช้ FEFO (First Expired,
First Out) เป็นหลัก เพื่อจ่ายของที่ใกล้หมดอายุออกก่อนเสมอ
4. ทำป้ายเตือน และสีแถบวันหมดอายุบนฉลากสินค้า
ช่วยให้พนักงานเห็นได้ง่าย และช่วยลดความผิดพลาดจากการหยิบจ่าย
5. เตรียมอัปเกรดระบบ WMS หรือ Excel Tracking แบบมีแจ้งเตือน หากยังไม่มีระบบ WMS ลองเริ่มจาก Excel ที่ตั้งสูตรให้แจ้งเตือนเมื่อวันหมดอายุใกล้เข้ามา เช่น เหลือ 30 วันจะมีไฮไลต์สีแดงขึ้นมา
6. สรุปบทเรียนและแจ้งทีมทุกฝ่ายให้รับทราบ
การมีสินค้าหมดอายุอยู่ในคลังคือบทเรียนสำคัญ อย่าปล่อยให้เกิดซ้ำซากโดยไม่มีการสื่อสารหรือปรับปรุงกระบวนการ

 

บทความจาก FB Page Warehouse No.1 https://www.facebook.com/profile.php?id=100063860446372

รูปภาพประกอบจาก Chatgpt


บทความที่เกี่ยวข้อง
จัดคลังให้ปังด้วย ABC Analysis: เทคนิคลดต้นทุน เพิ่มความเร็วให้ธุรกิจขนส่ง
ในคลังสินค้าที่เต็มไปด้วยสินค้ามากมาย เคยเจอปัญหาเหล่านี้ไหมครับ? "ของชิ้นนี้อยู่ไหนนะ?", "ทำไมพนักงานใช้เวลาหาของนานจัง?", "สต็อกสินค้าบางตัวนอนนิ่งอยู่ในคลังมาเป็นปี" ปัญหาเหล่านี้คือตัวบั่นทอนประสิทธิภาพและเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น วันนี้เราจะมาแนะนำ "อาวุธลับ" ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่าง ABC Analysis ที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างน่าทึ่ง
ซาล(นักศึกษาฝึกงาน)
21 ก.ค. 2025
Hyper-Personalized Delivery: มัดใจลูกค้าด้วยการขนส่งที่ "รู้ใจ" และ "เลือกได้"
จบปัญหา "มาส่งตอนไม่อยู่" สู่ยุคที่ "ลูกค้าเป็นคนคุมเกม" เคยไหมครับ? สั่งของไปแล้วต้องมานั่งลุ้นว่าขนส่งจะโทรมาตอนไหน พอโทรมาก็ดันติดประชุม หรือพอของมาถึงก็ไม่มีคนอยู่บ้านจนต้องตีของกลับ... นี่คือ Pain Point คลาสสิกที่ทำลายประสบการณ์การซื้อของออนไลน์มานานนับสิบปี แต่ในปี 2025 ยุคที่ "ลูกค้าคือพระเจ้า" อย่างแท้จริง การขนส่งแบบเดิมที่กำหนดเวลาตายตัว (8.00 - 17.00 น.) กำลังจะตายไป และถูกแทนที่ด้วยเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า "Hyper-Personalized Delivery" หรือ การขนส่งแบบรู้ใจเฉพาะบุคคล วันนี้ BS Group จะพาคุณไปดูว่า เมื่อการตลาดและโลจิสติกส์มาเจอกัน มันจะเปลี่ยนการส่งของธรรมดา ให้กลายเป็น "บริการที่ลูกค้ารัก" ได้อย่างไร?
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
17 ธ.ค. 2025
เหนือกว่า 'ดี' คือ 'ดีเลิศ': เปลี่ยนจาก 'ผู้ให้บริการ' สู่ 'พาร์ทเนอร์' ที่ลูกค้าขาดไม่ได้
ในธุรกิจโลจิสติกส์และ Fulfillment การให้บริการที่ "ดี" อาจหมายถึงการส่งของถึงที่หมายตรงเวลาและไม่เสียหาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังอยู่แล้ว แต่การบริการที่ "ดีเลิศ" คือการก้าวไปอีกขั้น คือการเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้ให้บริการ" (Provider) ที่ทำตามคำสั่ง ไปสู่การเป็น "พาร์ทเนอร์" (Partner) ที่เข้าใจ, ช่วยคิด, และพร้อมเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของลูกค้า
ซาล(นักศึกษาฝึกงาน)
8 ต.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้