แชร์

สินค้าหมดอายุแล้วแต่อยู่ในคลัง ไม่มีระบบแจ้งเตือนควรทำอย่างไร?

Screenshot_2025_09_02_160144_1.png พี่ปี
อัพเดทล่าสุด: 25 เม.ย. 2025
1278 ผู้เข้าชม

สินค้าหมดอายุแล้วแต่อยู่ในคลัง ไม่มีระบบแจ้งเตือนควรทำอย่างไร?


ของหมดอายุ ไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กๆ ในคลังสินค้า โดยเฉพาะถ้าเป็นเวชภัณฑ์ ยา หรือสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะไม่ใช่แค่ของเสีย แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และต้นทุนของบริษัทแบบที่ไม่ควรมองข้าม


แต่ถ้าคลังของคุณไม่มีระบบแจ้งเตือนสินค้าหมดอายุ คุณควรทำสิ่งเหล่านี้ทันที:


1. แยกสินค้าหมดอายุออกจากสต็อกทันที
สร้างโซนเฉพาะ สินค้าหมดอายุ หรือ สินค้ารอตัดสต็อก เพื่อลดความเสี่ยงในการหยิบจ่ายผิด
2. ตรวจสอบวันหมดอายุแบบแมนนวลให้สม่ำเสมอ
ตั้งรอบการตรวจ เช่น รายเดือน หรือรายไตรมาส โดยให้พนักงานใช้ Checklist ตรวจสอบวันหมดอายุของสินค้าในแต่ละโซน
3. วางระบบ FIFO / FEFO อย่างจริงจัง
สำหรับสินค้าที่มีวันหมดอายุ ควรใช้ FEFO (First Expired,
First Out) เป็นหลัก เพื่อจ่ายของที่ใกล้หมดอายุออกก่อนเสมอ
4. ทำป้ายเตือน และสีแถบวันหมดอายุบนฉลากสินค้า
ช่วยให้พนักงานเห็นได้ง่าย และช่วยลดความผิดพลาดจากการหยิบจ่าย
5. เตรียมอัปเกรดระบบ WMS หรือ Excel Tracking แบบมีแจ้งเตือน หากยังไม่มีระบบ WMS ลองเริ่มจาก Excel ที่ตั้งสูตรให้แจ้งเตือนเมื่อวันหมดอายุใกล้เข้ามา เช่น เหลือ 30 วันจะมีไฮไลต์สีแดงขึ้นมา
6. สรุปบทเรียนและแจ้งทีมทุกฝ่ายให้รับทราบ
การมีสินค้าหมดอายุอยู่ในคลังคือบทเรียนสำคัญ อย่าปล่อยให้เกิดซ้ำซากโดยไม่มีการสื่อสารหรือปรับปรุงกระบวนการ

 

บทความจาก FB Page Warehouse No.1 https://www.facebook.com/profile.php?id=100063860446372

รูปภาพประกอบจาก Chatgpt


บทความที่เกี่ยวข้อง
EOQ คืออะไร? สูตรลับคลังสินค้า สั่งของเท่าไหร่ให้ 'คุ้ม' ที่สุด
เคยเจอปัญหานี้ไหมครับ? สั่งของมาตุนในคลังสินค้าเยอะเกินไป เงินทุนก็จมไปกับสต็อก แถมยังต้องเสียค่าเช่าพื้นที่เพิ่ม แต่พอสั่งของมาน้อยเกินไป สินค้าก็ขาด ขายไม่ได้ เสียโอกาสทางธุรกิจไปอีก... คำถามคือ แล้วเราควรจะสั่งของครั้งละเท่าไหร่ดี ถึงจะเรียกว่า "พอดี" และ "คุ้มค่า" ที่สุด? วันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จักกับ EOQ (Economic Order Quantity) หรือ ปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด ซึ่งเป็นเหมือนสูตรลับที่ช่วยให้ธุรกิจหาจุดสมดุลในการสั่งซื้อสินค้าได้อย่างมืออาชีพ
โก้(นักศึกษาฝึกงาน)
23 ก.ค. 2025
Edge Computing ในโลจิสติกส์ ประมวลผลไวขึ้น ตัดสินใจเร็วขึ้น แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
Edge Computing คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้ระบบขนส่งและคลังสินค้าประมวลผลข้อมูลใกล้จุดใช้งาน แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ตก็ทำงานได้แม่นยำและรวดเร็ว
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
21 ก.ค. 2025
5 สัญญาณว่าคลังสินค้าคุณเริ่มไม่มีประสิทธิภาพ
คลังสินค้าเปรียบเสมือน “หัวใจ” ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หากหัวใจทำงานสะดุด ย่อมส่งผลไปถึงลูกค้า รายได้ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์โดยตรง
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
31 ก.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้