แชร์

5 แอปพลิเคชันสั่งอาหารในประเทศไทย

อัพเดทล่าสุด: 30 ส.ค. 2024
3195 ผู้เข้าชม

5 แอปพลิเคชันสั่งอาหารในประเทศไทยที่คนนิยมใช้มากที่สุด

    ในช่วง Covid-19 มีหลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบให้ปิดกิจการชั่วคราว หรือดำเนินกิจการได้อย่างไม่เต็มรูปแบบทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ธุรกิจอาหารก็เป็น 1 ในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน โดยเจ้าของธุรกิจร้านอาหารถูกสั่งให้เปิดทำการในระยะเวลาที่น้อยลงหรือห้ามไม่ให้ลูกค้านั่งรับประทานอาหารในร้าน 

1. Grab
    หากพูดถึงแอปพลิเคชันนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดี เพราะเกือบจะเป็นแอปแรก ๆ ที่มีบริการส่งอาหารแบบ Delivery โดยเฉพาะในช่วงโควิดระบาด นอกจากนั้นยังมีบริการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเรียกรถ Taxi หรือ Grab Car สำหรับเดินทาง Grab Mart สำหรับสั่งซื้อของสดจากร้านค้าและซุปเปอร์มาเก็ตต่าง ๆ รวมไปถึง Grab Express ที่ไว้เรียกใช้บริการส่งของได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเข้าแอปเดียวใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชัน นอกจากนั้นยังให้บริการครอบคลุมกว่า 35 จังหวัดทั่วประเทศไทย

 

2. Food Panda
    แอปพลิเคชัน Food Panda ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแอปสั่งอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมมากกว่า 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย และรวมร้านอาหารเด็ด ๆ ดัง ๆ ไว้กว่า 1,000 ร้านเลยทีเดียว สามารถสั่งอาหารได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถสั่งอาหารล่วงหน้าได้นานถึง 3 วัน และมีฟังก์ชัน Shops ที่สามารถสั่งของสดหรือของใช้จากร้านค้า เช่น Tops Daily, Lotuss, Big C และ Watsons เป็นต้น รวมทั้งมีบริการมอบส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ใช้ฟีเจอร์ Dine In เพื่อไปรับประทานอาหารที่ร้าน

3. LINE MAN
    LINE MAN แอปพลิเคชันสั่งอาหารที่มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมถึง 77 จังหวัดทั่วไทย โดยรวมร้านอาหารทั้งในห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร Local ตามพื้นที่ต่าง ๆ มากกว่า 500,000 ร้าน ภายในแอปจะมีการแยก Categories เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกร้านอาหารตามความต้องการได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เช่น ร้านอาหารใกล้บ้าน ประเภทของอาหาร และร้านอาหารแบรนด์ต่าง ๆ เป็นต้น หากสั่งอาหารจากร้านที่มีหลายสาขา แอปจะแสดงผลสาขาที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด และยังแสดงผลให้เห็นด้วยว่ามีสาขาไหนในเครืออีกบ้าง นอกจากนั้น LINE MAN ยังมีระบบสั่งอาหารสองร้าน ส่งเที่ยวเดียว (เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ) โดยคิดค่าส่งเพียงแค่ครั้งเดียวจากร้านแรก ระบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดค่าส่งและแถมยังได้กินของอร่อยเพิ่มอีกด้วย หากคุณเป็นสายสะสม Line Points แอป LINE MAN ถือว่าตอบโจทย์คุณเป็นอย่างมาก เพราะเราสามารถเอา Points ที่สะสมมาใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารได้

4. Robinhood
    ถือว่า Robinhood เป็นแอปพลิเคชันขวัญใจร้านอาหาร Local เลยก็ว่าได้ เนื่องจากทางแอปไม่เก็บค่า GP (Gross Profit) จึงทำให้มีพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจำนวนมากสนใจเปิดระบบร้านอาหารไว้บนแพลตฟอร์มนี้ เหตุนี้ทำให้ราคาอาหารในแอป Robinhood จะถูกกว่าราคาอาหารในแอปพลิเคชันอื่น เพราะราคาโดยส่วนใหญ่ตรงกับ Standard ที่ขายหน้าร้านตามปกติหรืออาจสูงขึ้นมานิดเล็กน้อย ทำให้ลูกค้าแฮปปี้กับการสั่งอาหารมากยิ่งขึ้น แอปยังมีระบบร้านแนะนำ ร้านใกล้คุณ และแยกหมวดหมู่ของประเภทอาหารไว้อย่างชัดเจน

5. ShopeeFood
    สายช็อปปิ้งรู้กันหรือไม่ แอปพลิเคชันอย่าง Shopee ก็มีระบบสั่งอาหารเช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารแบรนด์ดังต่าง ๆ ที่มีดีลลดราคาพิเศษสูงถึง 50% นอกจากนั้นยังมีช่วง Flash Sale ให้เก็บโค้ดลดแบบคุ้ม ๆ แถมยังมีการแจกโค้ดลดค่าส่งอีกด้วย สำหรับผู้ที่ชอบสะสม Shopee Coin ก็ยังสามารถนำมาใช้เป็นส่วนลดได้เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นแอปที่ตอบโจทย์สายช็อปไทยอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะสามารถซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันได้แล้วยังอิ่มท้องในแอปพลิเคชันเดียวได้อีกต่างหาก

 

 

 

 

BY: BOAT

ที่มา: Sennalabs


บทความที่เกี่ยวข้อง
Warehouse Drone โดรนบินตรวจคลังแทนพนักงานได้จริงไหม?
รู้จักเทคโนโลยี Warehouse Drone โดรนบินอัตโนมัติที่ใช้ตรวจสต๊อกในคลังสินค้า ช่วยลดเวลา แรงงาน และความผิดพลาด พร้อมเปลี่ยนคลังให้ทันสมัยและแม่นยำยิ่งขึ้น
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
23 ก.ค. 2025
การใช้ Heatmap ช่วยวางแผนเส้นทางจัดส่ง
Heatmap กลายเป็นเครื่องมือวางแผนเส้นทางที่แม่นยำที่สุดในยุคโลจิสติกส์ดิจิทัล เพราะช่วยมองเห็น Pain Point, ปริมาณงาน และจุดหนาแน่นแบบ Real-time
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
2 ธ.ค. 2025
Content is King, Community is Kingdom: สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งด้วย Community Marketing
ในโลกการตลาดยุคดิจิทัล เราทุกคนต่างคุ้นเคยกับประโยคอมตะที่ว่า "Content is King" (คอนเทนต์คือราชา) ซึ่งเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ คอนเทนต์คุณภาพสูงคือสิ่งที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาหาแบรนด์ของคุณ สร้างความน่าเชื่อถือ และให้คุณค่าแก่ผู้ชม แต่ในสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือดในปัจจุบัน การมีเพียง "ราชา" อาจไม่เพียงพออีกต่อไป... เพราะสิ่งที่ทำให้แบรนด์ของคุณอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่การมีผู้ติดตาม แต่คือการมี "อาณาจักร" ที่แข็งแกร่ง และอาณาจักรนั้นก็คือ "Community" (ชุมชน) ของคุณนั่นเอง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจว่าทำไมยุคนี้ "Content is King" จึงต้องตามมาด้วย "Community is Kingdom" และทำไม Community Marketing จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะสร้างปราการอันแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของคุณ
ร่วมมือ.jpg Contact Center
17 ต.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้