แชร์

Just In Time คืออะไร สำคัญอย่างไร ?

อัพเดทล่าสุด: 27 ก.ค. 2024
1397 ผู้เข้าชม

Just In Time คืออะไร

     ระบบการจัดการสินค้าคงคลังแบบทันเวลาพอดี หรือ Just In Time เป็นระบบที่จะเข้ามาช่วยให้การดำเนินงานต่างๆภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้คือระบบที่จะช่วยให้ค่าใช้จ่าย และต้นทุนด้านเวลาน้อยที่สุด ปัญหาในกระบวนการการผลิตน้อยที่สุด โดยต้องอาศัยการคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า รวมถึงการทำงานทาง Supply Chain ต่างๆที่แม่นยำแบบเรียลไทม์ จึงอาจเป็นหลักการในอุดมคติที่เป็นที่รู้จักในหลายๆองค์กร

คำจำกัดความของ Just In Time

     การผลิตหรือการส่งมอบ สินค้าหรือบริการ รวมถึงการใช้วัตถุดิบ ปริมาณการผลิต และเวลาในการผลิต ตามความต้องการของลูกค้า โดยที่วัตถุดิบ (Raw Material) งานระหว่างทำ (Work In Process) สินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods) กลายเป็นศูนย์ หรือไม่มีสินค้าคงคลังนั้นเอง โดยมีวัตถุประสงค์ในการผลิตแบ่งเป็นแบบดึงเข้า และแบบผลักออก

คำจำกัดความตามกลยุทธแบบดึงของ Just In Time

     การผลิตสินค้าตามข้อมูลความต้องการที่เกิดขึ้นจริงของลูกค้า โดยทำหน้าที่จัดการการผลิต กำหนดปริมาณการผลิต เวลาการดำเนินงาน และต้นทุนต่างๆ และถ่ายทอดสินค้าไปยังตลาดสินค้าพอดีกับความต้องการที่เกิดขึ้น

คำจำกัดความตามกลยุทธแบบผลักของ Just In Time

     สินค้าหรือบริการ ที่มีปริมาณการผลิตที่ได้จากการพยากรณ์หรือคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าที่จะเกิดขึ้น โดยคาดการณ์จากหลักการดังต่อไปนี้

  • Zero Inventory หรือวัสดุคงคลังอยู่ในระดับน้อยที่สุดหรือเท่ากับศูนย์
  • Zero Lead time หรือระยะเวลาการรอคอยกระบวนการผลิต ลดให้เหลือน้อยที่สุด
  • Zero Failures หรือขจัดปัญหาหรือของเสียที่เกิดขึ้นจากการผลิต
  • 7 Waste หรือขจัดความสูญเปล่าในการผลิต ได้แก่ การผลิตที่มากเกินไป การรอคอย การขนส่งเกินความจำเป็น กระบวนการผลิตที่ขาดประสิทธิภาพ การมีวัสดุหรือสินค้าคงคลังเกินความจำเป็น การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น การผลิตของเสียหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน


ข้อดี-ข้อเสียของ Just In Time

ข้อดีของ Just In Time

  • การลดสินค้าคงคลัง และค่าใช้จ่ายในการจัดการสินค้าคงคลัง
  • การควบคุมการผลิตดีได้มากยิ่งขึ้น สินค้ามีคุณภาพสูงขึ้น และของเสียในการผลิตน้อยลง
  • การตอบสนองความต้องการของตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะมีการคาด

ข้อเสียของ Just In Time

การณ์ที่ถูกต้องและแม่นยำ ทำให้สินค้ามีพอดีกับความต้องการต่างๆ
ผู้ประกอบการมีกระแสเงินสดที่ดีขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องลงเงินก้อนใหญ่กับค่าใช้จ่ายต่างๆ และนำเงินทุนมาใช้หมุนเวียนภายในธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น
  • สินค้ามีความเสี่ยงที่จะขาดตลาด เนื่องจากความคลาดเคลื่อนในการคาดการณ์ความต้องการสินค้าของลูกค้า ทำให้เสียโอกาสในการขายสินค้าต่างๆไป
  • อาจก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งภายในองค์กร เช่นการไม่มีสินค้าคงคลังสำรอง ทำให้คนงานต่องหยุดการทำงาน

สิ่งที่สำคัญในการจัดทำ Just In Time

การรวบรวมข้อมูล และวางแผนระบบในการทำงาน Just In Time

     การรวบรวมข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับระบบการทำงาน และระบบการผลิตสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้การเริ่มต้นระบบ Just In Time ทำได้ง่าย ถูกต้อง และแม่นยำมากยิ่งขึ้น อาจใช้ lean process กำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกก่อน เพื่อให้การวางแผนการทำงานหรือคาดคะเนต่างๆ และพัฒนาแผนการผลิตสินค้า เป็นไปในทิศทางที่แม่นยำมากที่สุด

การสื่อสารภายในองค์กร เกี่ยวกับแผนและระบบ Just In Time

     ระบบที่ดีขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย ซึ่งการสื่อสารที่ดี รวมถึงการกำหนดทิศทางขององค์กรจะช่วยให้การทำงานของบุคลากรภายในองค์กรราบรื่น เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

การรวบรวมข้อมูล และการคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าในระบบ Just In Time

     การคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าได้ถูกต้องแม่นยำ เป็นหัวใจสำคัญของระบบ Just In Time ซึ่งจำเป็นที่จะต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลทั้งจากภายในองค์กร เช่น ระบบสต๊อกสินค้า ข้อมูลการสั่งซื้อย้อนหลัง ข้อมูลพนักงานที่เกี่ยวข้อง และรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ความต้องการภายนอกองค์กร เช่น ความต้องการสินค้าในอุตสาหกรรมนั้นๆ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เป็นตัวกำหนดทิศทางการคาดการณ์ให้ดีได้อีกด้วย

การประเมินประสิทธิภาพระบบงาน Just In Time

     เมื่อเข้าสู่ระบบ Just In Time การวัดและประเมินผลของงานเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ทราบประสิทธิภาพงานที่แท้จริง รวมถึงการนำจุดด้อยไปปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกด้วย

 

 

BY : NOON (CC)

ที่มาของข้อมูล : cplinter , nhamaythongminh.org , 4toolsproduct.blogspot


บทความที่เกี่ยวข้อง
FTL vs LTL: เหมาคัน หรือ ฝากส่ง แบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ?
FTL vs LTL: เหมาคัน หรือ ฝากส่ง? เลือกแบบไหนให้ประหยัดต้นทุนและตอบโจทย์ธุรกิจ Meta Description: สับสนระหว่าง FTL (เหมาคัน) กับ LTL (ฝากส่ง) ใช่ไหม? เจาะลึกข้อดี-ข้อเสียของรูปแบบการขนส่งทั้ง 2 แบบ วิธีเลือกให้เหมาะกับปริมาณของ และเทคนิคลดต้นทุนขนส่งที่คุณต้องรู้
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
6 ธ.ค. 2025
ส่งของชิ้นใหญ่/แตกหักง่าย ให้ถึงมือลูกค้าแบบ "ไร้รอยขีดข่วน" ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ฝันร้ายของคนขายของชิ้นใหญ่ คือลูกค้าเปิดกล่องมาแล้วเจอ "ซาก" สำหรับร้านค้าที่ขายเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของแต่งบ้าน หรืออะไหล่ยนต์ การได้รับออเดอร์นั้นเป็นเรื่องน่าดีใจ แต่ช่วงเวลาที่น่ากังวลที่สุดคือ "ระหว่างทางขนส่ง" เพราะสินค้าที่มีขนาดใหญ่ (Bulky Items) หรือมีความเปราะบาง (Fragile) หากจัดการไม่ดี ความเสี่ยงที่จะเกิดรอยขีดข่วน บุบ หรือแตกหัก มีสูงมาก และความเสียหายนั้นไม่ได้จบแค่การเคลมสินค้า แต่มันหมายถึง "ความเชื่อมั่น" ของลูกค้าที่ลดลงทันที วันนี้ BS Group จะมาแชร์เทคนิคการเตรียมตัวและจัดการสินค้ากลุ่มนี้ ให้ถึงมือลูกค้าแบบปลอดภัย 100% เหมือนรับจากมือคุณเองครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
6 ธ.ค. 2025
 เส้นทางขนส่งยอดฮิตในไทย: ภาคไหนส่งยาก ภาคไหนส่งง่าย?
ส่งของไปเหนือ ล่องใต้ หรือไปอีสาน เส้นทางไหนหินที่สุด? วิเคราะห์เส้นทางขนส่งทั่วไทย เพื่อช่วยผู้ประกอบการวางแผนการจัดส่ง ลดความเสียหาย และประหยัดต้นทุน
ร่วมมือ.jpg Contact Center
5 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ