"Cycle Count: เทคนิคนับสต็อกเวียน ไม่ต้องปิดโกดังให้นาน เสียโอกาสขาย"
อัพเดทล่าสุด: 16 ก.พ. 2026
6 ผู้เข้าชม

Cycle Count: เทคนิคนับสต็อกแบบมือโปร "ไม่ต้องปิดโกดัง" ให้เสียโอกาสขาย
"ประกาศ: ร้านขอหยุด 3 วัน เพื่อเช็คสต็อกประจำปี"
ป้ายประกาศแบบนี้ คือฝันร้ายของลูกค้าและ "ต้นทุนค่าเสียโอกาส" มหาศาลของคนทำธุรกิจค่ะ... ลองคิดดูสิครับว่า ใน 3 วันที่คุณปิดร้าน คู่แข่งของคุณกวาดออเดอร์ไปได้เท่าไหร่แล้ว?
การนับสต็อกแบบเดิมที่ต้องรื้อของทุกชิ้นออกมานับพร้อมกัน (Physical Count) กำลังจะตกยุค วันนี้ BS Express จะพาคุณไปรู้จักกับเทคนิคที่เรียกว่า "Cycle Count (การนับสต็อกเวียน)" ที่จะทำให้คุณรู้ยอดของที่แม่นยำได้ โดยที่โกดังยังเปิดทำงานได้ตามปกติ 100%
Cycle Count คืออะไร?
อธิบายง่ายๆ คือ "การทยอยนับสินค้าทีละส่วน วนไปเรื่อยๆ ตามรอบที่กำหนด" ครับ แทนที่จะรอนับของ 10,000 ชิ้นพร้อมกันในวันสิ้นปี (ซึ่งเสี่ยงที่จะนับผิดเพราะความเหนื่อยล้า) เราเปลี่ยนมาแบ่งนับวันละ 50-100 ชิ้น ทุกวัน หรือทุกสัปดาห์ หมุนเวียนไปจนครบทุรายการ
ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้ Cycle Count?
ไม่ต้องปิดกิจการ (Zero Downtime): คุณสามารถแบ่งโซนนับของในช่วงพัก หรือช่วงเช้าก่อนเริ่มงานได้ โดยไม่ต้องหยุดการส่งของ
เจอของหายไวกว่า (Early Detection): ถ้านับปีละครั้ง ของหายไปตั้งแต่เดือนมกราคม คุณจะมารู้ตัวอีกทีก็เดือนธันวาคม (ซึ่งตามจับมือใครดมไม่ได้แล้ว) แต่ Cycle Count จะทำให้คุณเจอข้อผิดพลาดภายในไม่กี่สัปดาห์
ความแม่นยำสูงกว่า (Higher Accuracy): พนักงานโฟกัสกับการนับของจำนวนน้อยๆ จะมีความละเอียดรอบคอบมากกว่าการถูกบังคับให้นับของทั้งโกดังให้เสร็จในคืนเดียว
เริ่มยังไงดี? : รู้จักหลักการ "ABC Analysis"
เราไม่จำเป็นต้องนับสินค้าทุกตัวบ่อยเท่ากันครับ หลักการคือ "ให้ความสำคัญกับของแพงและของขายดี" โดยแบ่งสินค้าเป็น 3 เกรด (ABC Analysis):
กลุ่ม A (สินค้าขายดี / ราคาสูง): มีจำนวนน้อย (ประมาณ 20% ของสินค้าทั้งหมด) แต่สร้างรายได้หลัก
รอบการนับ: ถี่ที่สุด (เช่น ทุกสัปดาห์ หรือ ทุกเดือน)
กลุ่ม B (สินค้าปานกลาง): ขายได้เรื่อยๆ ราคาปานกลาง
รอบการนับ: ปานกลาง (เช่น ทุกไตรมาส)
กลุ่ม C (สินค้าหมุนเวียนช้า / ราคาถูก): มีจำนวนเยอะมาก (เช่น น็อต, สกรู) แต่กำไรน้อย
รอบการนับ: นานๆ ที (เช่น ทุก 6 เดือน หรือ ปีละครั้ง)
ตัวอย่าง: วันจันทร์นับกลุ่ม A โซน 1, วันอังคารนับกลุ่ม A โซน 2... พอครบเดือนค่อยวนมานับกลุ่ม B เป็นต้น
สรุป: สต็อกแม่น = ส่งของไว = ลูกค้าประทับใจ
การทำ Cycle Count ช่วงแรกอาจจะดูยุ่งยากในการวางแผน แต่เชื่อเถอะครับว่าในระยะยาว มันจะช่วยให้ข้อมูลสต็อก (Stock on Hand) ในระบบของคุณ "ตรงกับของจริง" ตลอดเวลา
เมื่อสต็อกแม่นยำ ทีมขายก็กล้ารับออเดอร์ ทีมแพ็คก็ทำงานง่าย ไม่ต้องเดินหาของเก้อ และเมื่อสินค้าพร้อมส่ง ก็อย่าลืมเรียกใช้บริการ BS Express เพื่อส่งมอบสินค้าที่ถูกต้องแม่นยำนี้ให้ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพนะค่ะ
"เลิกปิดร้านนับของ แล้วเอาเวลามาโกยยอดขายไปพร้อมกับ BS Express ดีกว่าค่ะ!"
"ประกาศ: ร้านขอหยุด 3 วัน เพื่อเช็คสต็อกประจำปี"
ป้ายประกาศแบบนี้ คือฝันร้ายของลูกค้าและ "ต้นทุนค่าเสียโอกาส" มหาศาลของคนทำธุรกิจค่ะ... ลองคิดดูสิครับว่า ใน 3 วันที่คุณปิดร้าน คู่แข่งของคุณกวาดออเดอร์ไปได้เท่าไหร่แล้ว?
การนับสต็อกแบบเดิมที่ต้องรื้อของทุกชิ้นออกมานับพร้อมกัน (Physical Count) กำลังจะตกยุค วันนี้ BS Express จะพาคุณไปรู้จักกับเทคนิคที่เรียกว่า "Cycle Count (การนับสต็อกเวียน)" ที่จะทำให้คุณรู้ยอดของที่แม่นยำได้ โดยที่โกดังยังเปิดทำงานได้ตามปกติ 100%
Cycle Count คืออะไร?
อธิบายง่ายๆ คือ "การทยอยนับสินค้าทีละส่วน วนไปเรื่อยๆ ตามรอบที่กำหนด" ครับ แทนที่จะรอนับของ 10,000 ชิ้นพร้อมกันในวันสิ้นปี (ซึ่งเสี่ยงที่จะนับผิดเพราะความเหนื่อยล้า) เราเปลี่ยนมาแบ่งนับวันละ 50-100 ชิ้น ทุกวัน หรือทุกสัปดาห์ หมุนเวียนไปจนครบทุรายการ
ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้ Cycle Count?
ไม่ต้องปิดกิจการ (Zero Downtime): คุณสามารถแบ่งโซนนับของในช่วงพัก หรือช่วงเช้าก่อนเริ่มงานได้ โดยไม่ต้องหยุดการส่งของ
เจอของหายไวกว่า (Early Detection): ถ้านับปีละครั้ง ของหายไปตั้งแต่เดือนมกราคม คุณจะมารู้ตัวอีกทีก็เดือนธันวาคม (ซึ่งตามจับมือใครดมไม่ได้แล้ว) แต่ Cycle Count จะทำให้คุณเจอข้อผิดพลาดภายในไม่กี่สัปดาห์
ความแม่นยำสูงกว่า (Higher Accuracy): พนักงานโฟกัสกับการนับของจำนวนน้อยๆ จะมีความละเอียดรอบคอบมากกว่าการถูกบังคับให้นับของทั้งโกดังให้เสร็จในคืนเดียว
เริ่มยังไงดี? : รู้จักหลักการ "ABC Analysis"
เราไม่จำเป็นต้องนับสินค้าทุกตัวบ่อยเท่ากันครับ หลักการคือ "ให้ความสำคัญกับของแพงและของขายดี" โดยแบ่งสินค้าเป็น 3 เกรด (ABC Analysis):
กลุ่ม A (สินค้าขายดี / ราคาสูง): มีจำนวนน้อย (ประมาณ 20% ของสินค้าทั้งหมด) แต่สร้างรายได้หลัก
รอบการนับ: ถี่ที่สุด (เช่น ทุกสัปดาห์ หรือ ทุกเดือน)
กลุ่ม B (สินค้าปานกลาง): ขายได้เรื่อยๆ ราคาปานกลาง
รอบการนับ: ปานกลาง (เช่น ทุกไตรมาส)
กลุ่ม C (สินค้าหมุนเวียนช้า / ราคาถูก): มีจำนวนเยอะมาก (เช่น น็อต, สกรู) แต่กำไรน้อย
รอบการนับ: นานๆ ที (เช่น ทุก 6 เดือน หรือ ปีละครั้ง)
ตัวอย่าง: วันจันทร์นับกลุ่ม A โซน 1, วันอังคารนับกลุ่ม A โซน 2... พอครบเดือนค่อยวนมานับกลุ่ม B เป็นต้น
สรุป: สต็อกแม่น = ส่งของไว = ลูกค้าประทับใจ
การทำ Cycle Count ช่วงแรกอาจจะดูยุ่งยากในการวางแผน แต่เชื่อเถอะครับว่าในระยะยาว มันจะช่วยให้ข้อมูลสต็อก (Stock on Hand) ในระบบของคุณ "ตรงกับของจริง" ตลอดเวลา
เมื่อสต็อกแม่นยำ ทีมขายก็กล้ารับออเดอร์ ทีมแพ็คก็ทำงานง่าย ไม่ต้องเดินหาของเก้อ และเมื่อสินค้าพร้อมส่ง ก็อย่าลืมเรียกใช้บริการ BS Express เพื่อส่งมอบสินค้าที่ถูกต้องแม่นยำนี้ให้ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพนะค่ะ
"เลิกปิดร้านนับของ แล้วเอาเวลามาโกยยอดขายไปพร้อมกับ BS Express ดีกว่าค่ะ!"
บทความที่เกี่ยวข้อง
ระบบโลจิสติกส์ที่ดี ไม่ได้มีไว้เร่งคน แต่มีไว้ลดความเหนื่อยและความผิดพลาด บทความนี้อธิบายบทบาทที่แท้จริงของระบบ
16 ก.พ. 2026
งานเร่ง งานด่วน ในโลจิสติกส์อาจดูจำเป็น แต่แท้จริงแล้วกำลังบ่อนทำลายคุณภาพ ระบบ และคนทำงานอย่างเงียบๆ
16 ก.พ. 2026
เจาะลึกสาเหตุที่คนโลจิสติกส์ Burnout ง่าย ทั้งแรงกดดัน เวลา และความคาดหวัง พร้อมมุมมองที่หลายองค์กรไม่เคยคิดถึง
16 ก.พ. 2026
ผึ้ง เด็กฝึกงาน

BANKKUNG

