Price War ในวงการขนส่ง ใครเจ็บที่สุด ระหว่างลูกค้า คนขับ หรือบริษัท
อัพเดทล่าสุด: 9 ก.พ. 2026
4 ผู้เข้าชม

Price War คืออะไร
Price War คือการแข่งขันที่
ใครลดราคามากกว่า คนนั้นชนะ
อย่างน้อยก็ในระยะสั้น
ตอนเริ่ม ทุกคนดูเหมือนได้ประโยชน์
ลูกค้า: ต้นทุนลด
ผู้ว่าจ้าง: ต่อรองง่าย
บริษัท: ปริมาณงานเพิ่ม
แต่เบื้องหลัง
แรงกดดันเริ่มสะสม
ใครเจ็บก่อน
1. คนขับและพนักงานหน้างาน
ค่าเที่ยวลด
ชั่วโมงงานเพิ่ม
ความเสี่ยงเท่าเดิม
2. บริษัทขนาดเล็ก
เงินหมุนไม่พอ
ต่อรองต้นทุนไม่ได้
แบกราคาไม่ไหว
3. ลูกค้า (ในระยะยาว)
ตัวเลือกน้อยลง
คุณภาพลด
ราคากลับมาสูงแบบควบคุมไม่ได้
ทำไม Price War ถึงหยุดยาก
ลูกค้าโฟกัสราคา
ผู้เล่นกลัวเสียงาน
ไม่มีมาตรฐานต้นทุนกลาง
ทุกคนคิดว่า “เดี๋ยวก็ไหว”
แต่ระบบไม่เคยลืมต้นทุนที่ถูกกดไว้
Price War ไม่ใช่กลยุทธ์ แต่คือสัญญาณเตือน
มันบอกว่า
ตลาดอิ่มตัว
คุณค่าไม่ถูกสื่อสาร
บริการถูกมองว่าแทนกันได้
ทางออกที่ยั่งยืนกว่า
แข่งที่ความน่าเชื่อถือ
แข่งที่ระบบ
แข่งที่ความโปร่งใสต้นทุน
แข่งที่การแก้ปัญหาให้ลูกค้า
สรุป
ใน Price War
อาจมีคน “อยู่รอด”
แต่แทบไม่มีใคร
“ชนะจริง”
เพราะต้นทุนที่แท้จริง
จะตามมาเก็บดอกเบี้ยเสมอ
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
วิเคราะห์เบื้องหลังราคาขนส่งที่ต่ำกว่าทุน ใครกำลังแบกรับต้นทุนที่แท้จริง และความเสี่ยงที่ธุรกิจมองไม่เห็น
9 ก.พ. 2026
ในโลกของการขนส่งที่มีปัจจัยร้อยแปด ทั้งรถติด ฝนตก หรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ต่อให้เตรียมตัวดีแค่ไหน บางครั้งความผิดพลาด (Error) ก็อาจเกิดขึ้นได้ครับ
แต่สิ่งที่แบ่งแยก "ขนส่งมือสมัครเล่น" ออกจาก "ขนส่งมืออาชีพ" ไม่ใช่การบอกว่า "เราไม่เคยพลาด" แต่คือ "ปฏิกิริยาเมื่อเกิดปัญหา" ต่างหาก
ที่ BS Transport เรายึดถือคติว่า "เสียงตำหนิของลูกค้า คือกระจกเงาที่ชัดเจนที่สุด" วันนี้เราจะพามาเปิดเบื้องหลังกระบวนการจัดการข้อร้องเรียน (Customer Complaint Handling) ว่าเมื่อคุณโทรเข้ามาแจ้งปัญหา เรามีขั้นตอนทำงานอย่างไรให้คุณสบายใจได้เร็วที่สุดครับ
9 ก.พ. 2026
โลจิสติกส์ราคาถูกส่งผลต่อตลาดอย่างไร บทความนี้วิเคราะห์ว่าการแข่งราคาต่ำช่วยลูกค้าจริง หรือกำลังทำลายทั้งระบบในระยะยาว
9 ก.พ. 2026
BANKKUNG


