"จัด Zone ในคลังสินค้าใหม่: ของขายดีวางตรงไหน? ลดเวลาเดินหยิบของพนักงานได้ 50%"
อัพเดทล่าสุด: 16 ม.ค. 2026
17 ผู้เข้าชม

จัด Zone ในคลังสินค้าใหม่: ของขายดีวางตรงไหน? ลดเวลาเดินหยิบของพนักงานได้ 50%
เคยสังเกตไหมครับ? ว่าทำไมพนักงานแพ็คของถึงทำงานช้า ทั้งที่ของก็มีพร้อม? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่คนขี้เกียจ แต่อยู่ที่ "ผังโกดัง" ของคุณเองครับ!
มีการวิจัยพบว่า "60% ของเวลาการทำงานในคลังสินค้า หมดไปกับการเดินหาของ" ลองนึกภาพดูสิครับ ถ้าพนักงานต้องเดินไปท้ายโกดังเพื่อหยิบสินค้าขายดีวันละ 100 รอบ เขาจะเอาแรงที่ไหนมาแพ็คของให้เร็ว?
วันนี้ BS Express จะพามาแก้ปัญหานี้ด้วยหลักการง่ายๆ ที่เรียกว่า ABC Analysis จัดของยังไงให้พนักงานเดินน้อยลง แต่ได้งานมากขึ้น 50%!
หลักการ ABC: แบ่งเกรดสินค้าตามความฮอต
กุญแจสำคัญคือ "ห้ามวางของมั่ว" หรือวางตามใจฉัน แต่ต้องแบ่งสินค้าออกเป็น 3 เกรดตามยอดขายครับ
1. สินค้ากลุ่ม A (Fast Mover): พระเอกของร้าน
คืออะไร: สินค้าขายดีมาก! ออเดอร์เข้าทุกวัน วันละหลายๆ รอบ (เช่น สินค้าที่เป็นกระแส หรือของใช้จำเป็น) แม้จะมีจำนวน SKU น้อย (ประมาณ 20% ของสินค้าทั้งหมด) แต่สร้างยอดขายได้สูงสุด
ต้องวางตรงไหน?: "ทำเลทอง" ครับ ต้องวางไว้ใกล้จุดแพ็คของหรือประตูทางออกมากที่สุด และต้องวางในระดับสายตา (Golden Zone) หรือระดับเอวที่หยิบง่าย ไม่ต้องปีนบันได ไม่ต้องก้ม
ผลลัพธ์: พนักงานแค่หันหลังกลับมาก็หยิบได้เลย ตัดเวลาเดินทิ้งไปได้เกือบหมด
2. สินค้ากลุ่ม B (Medium Mover): พระรองยอดนิยม
คืออะไร: สินค้าขายดีปานกลาง มีออเดอร์เรื่อยๆ แต่ไม่ได้ออกถี่ยิบทุกชั่วโมง
ต้องวางตรงไหน?: วางถัดมาจากกลุ่ม A หรือวางในชั้นที่สูงขึ้น/ต่ำลงมานิดหน่อย เป็นโซนกลางๆ ของโกดังที่ยังเดินไปถึงได้ไม่ยาก
ผลลัพธ์: ใช้พื้นที่โกดังส่วนกลางให้คุ้มค่า เก็บของได้เยอะขึ้น
3. สินค้ากลุ่ม C (Slow Mover): ตัวประกอบนานๆ มาที
คืออะไร: สินค้าที่นานๆ จะขายได้ที เดือนละไม่กี่ชิ้น หรือเป็นสินค้าสำรอง
ต้องวางตรงไหน?: "หลังร้าน" หรือโซนที่ลึกที่สุด รวมถึงชั้นวางที่สูงที่สุดที่ต้องใช้รถยก (Forklift) เอาของพวกนี้ไปเก็บไว้ไกลๆ ได้เลยครับ เพราะวันนึงเราเดินไปหยิบแค่รอบเดียว
ผลลัพธ์: ไม่เกะกะทางเดิน เปิดทางให้รถเข็นวิ่งหยิบของกลุ่ม A ได้สะดวก
สรุป: เปลี่ยนแค่ที่วาง งานไวขึ้นทันตา
ลองกลับไปสำรวจโกดังของคุณดูครับ ถ้าวันนี้สินค้าขายดี (กลุ่ม A) ยังซุกอยู่หลังร้าน หรือต้องปีนบันไดหยิบ ให้รีบย้ายมาไว้หน้าประตูทันที!
ข้อดีที่คุณจะได้ทันที: ✅ ลดเวลาเดิน: พนักงานไม่เหนื่อย ไม่ต้องเดินมาราธอน ✅ แพ็คของไวขึ้น: รองรับออเดอร์ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม ✅ ลดความผิดพลาด: ของขายดีวางหยิบง่าย ช่วยลดโอกาสหยิบผิด
คลังสินค้าพร้อมแล้ว ขนส่งต้องพร้อมด้วย!
เมื่อคุณจัดระเบียบหลังบ้านจนแพ็คของได้ไวติดจรวดแล้ว อย่าให้ของไปตกม้าตายที่การขนส่งครับ
ให้ BS Express เป็นพาร์ทเนอร์รับช่วงต่อ เราพร้อมเข้ารับสินค้าถึงหน้าโกดังและส่งถึงมือลูกค้าด้วยความรวดเร็ว แม่นยำ เพื่อให้ Supply Chain ของคุณสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
"จัดโกดังให้ดี แล้วหน้าที่ส่งของปล่อยเป็นของ BS Express "
เคยสังเกตไหมครับ? ว่าทำไมพนักงานแพ็คของถึงทำงานช้า ทั้งที่ของก็มีพร้อม? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่คนขี้เกียจ แต่อยู่ที่ "ผังโกดัง" ของคุณเองครับ!
มีการวิจัยพบว่า "60% ของเวลาการทำงานในคลังสินค้า หมดไปกับการเดินหาของ" ลองนึกภาพดูสิครับ ถ้าพนักงานต้องเดินไปท้ายโกดังเพื่อหยิบสินค้าขายดีวันละ 100 รอบ เขาจะเอาแรงที่ไหนมาแพ็คของให้เร็ว?
วันนี้ BS Express จะพามาแก้ปัญหานี้ด้วยหลักการง่ายๆ ที่เรียกว่า ABC Analysis จัดของยังไงให้พนักงานเดินน้อยลง แต่ได้งานมากขึ้น 50%!
หลักการ ABC: แบ่งเกรดสินค้าตามความฮอต
กุญแจสำคัญคือ "ห้ามวางของมั่ว" หรือวางตามใจฉัน แต่ต้องแบ่งสินค้าออกเป็น 3 เกรดตามยอดขายครับ
1. สินค้ากลุ่ม A (Fast Mover): พระเอกของร้าน
คืออะไร: สินค้าขายดีมาก! ออเดอร์เข้าทุกวัน วันละหลายๆ รอบ (เช่น สินค้าที่เป็นกระแส หรือของใช้จำเป็น) แม้จะมีจำนวน SKU น้อย (ประมาณ 20% ของสินค้าทั้งหมด) แต่สร้างยอดขายได้สูงสุด
ต้องวางตรงไหน?: "ทำเลทอง" ครับ ต้องวางไว้ใกล้จุดแพ็คของหรือประตูทางออกมากที่สุด และต้องวางในระดับสายตา (Golden Zone) หรือระดับเอวที่หยิบง่าย ไม่ต้องปีนบันได ไม่ต้องก้ม
ผลลัพธ์: พนักงานแค่หันหลังกลับมาก็หยิบได้เลย ตัดเวลาเดินทิ้งไปได้เกือบหมด
2. สินค้ากลุ่ม B (Medium Mover): พระรองยอดนิยม
คืออะไร: สินค้าขายดีปานกลาง มีออเดอร์เรื่อยๆ แต่ไม่ได้ออกถี่ยิบทุกชั่วโมง
ต้องวางตรงไหน?: วางถัดมาจากกลุ่ม A หรือวางในชั้นที่สูงขึ้น/ต่ำลงมานิดหน่อย เป็นโซนกลางๆ ของโกดังที่ยังเดินไปถึงได้ไม่ยาก
ผลลัพธ์: ใช้พื้นที่โกดังส่วนกลางให้คุ้มค่า เก็บของได้เยอะขึ้น
3. สินค้ากลุ่ม C (Slow Mover): ตัวประกอบนานๆ มาที
คืออะไร: สินค้าที่นานๆ จะขายได้ที เดือนละไม่กี่ชิ้น หรือเป็นสินค้าสำรอง
ต้องวางตรงไหน?: "หลังร้าน" หรือโซนที่ลึกที่สุด รวมถึงชั้นวางที่สูงที่สุดที่ต้องใช้รถยก (Forklift) เอาของพวกนี้ไปเก็บไว้ไกลๆ ได้เลยครับ เพราะวันนึงเราเดินไปหยิบแค่รอบเดียว
ผลลัพธ์: ไม่เกะกะทางเดิน เปิดทางให้รถเข็นวิ่งหยิบของกลุ่ม A ได้สะดวก
สรุป: เปลี่ยนแค่ที่วาง งานไวขึ้นทันตา
ลองกลับไปสำรวจโกดังของคุณดูครับ ถ้าวันนี้สินค้าขายดี (กลุ่ม A) ยังซุกอยู่หลังร้าน หรือต้องปีนบันไดหยิบ ให้รีบย้ายมาไว้หน้าประตูทันที!
ข้อดีที่คุณจะได้ทันที: ✅ ลดเวลาเดิน: พนักงานไม่เหนื่อย ไม่ต้องเดินมาราธอน ✅ แพ็คของไวขึ้น: รองรับออเดอร์ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม ✅ ลดความผิดพลาด: ของขายดีวางหยิบง่าย ช่วยลดโอกาสหยิบผิด
คลังสินค้าพร้อมแล้ว ขนส่งต้องพร้อมด้วย!
เมื่อคุณจัดระเบียบหลังบ้านจนแพ็คของได้ไวติดจรวดแล้ว อย่าให้ของไปตกม้าตายที่การขนส่งครับ
ให้ BS Express เป็นพาร์ทเนอร์รับช่วงต่อ เราพร้อมเข้ารับสินค้าถึงหน้าโกดังและส่งถึงมือลูกค้าด้วยความรวดเร็ว แม่นยำ เพื่อให้ Supply Chain ของคุณสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
"จัดโกดังให้ดี แล้วหน้าที่ส่งของปล่อยเป็นของ BS Express "
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมคลังอัตโนมัติหลายแห่งไม่ประสบความสำเร็จ บทความนี้สรุปสาเหตุหลักที่ทำให้โครงการ Automation ล้มเหลว พร้อมแนวทางหลีกเลี่ยง
20 ม.ค. 2026
AS/RS คือระบบจัดเก็บและเบิกสินค้าอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายการทำงาน ข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางประเมินความคุ้มค่า
20 ม.ค. 2026
อยากทำคลังอัตโนมัติแต่ไม่รู้เริ่มตรงไหน บทความนี้แนะนำลำดับการเริ่ม Automation ในคลังสินค้าแบบเข้าใจง่าย ลดเสี่ยงและคุ้มค่า
20 ม.ค. 2026
ผึ้ง เด็กฝึกงาน

BANKKUNG

