"จัด Zone ในคลังสินค้าใหม่: ของขายดีวางตรงไหน? ลดเวลาเดินหยิบของพนักงานได้ 50%"
อัพเดทล่าสุด: 16 ม.ค. 2026
163 ผู้เข้าชม

จัด Zone ในคลังสินค้าใหม่: ของขายดีวางตรงไหน? ลดเวลาเดินหยิบของพนักงานได้ 50%
เคยสังเกตไหมครับ? ว่าทำไมพนักงานแพ็คของถึงทำงานช้า ทั้งที่ของก็มีพร้อม? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่คนขี้เกียจ แต่อยู่ที่ "ผังโกดัง" ของคุณเองครับ!
มีการวิจัยพบว่า "60% ของเวลาการทำงานในคลังสินค้า หมดไปกับการเดินหาของ" ลองนึกภาพดูสิครับ ถ้าพนักงานต้องเดินไปท้ายโกดังเพื่อหยิบสินค้าขายดีวันละ 100 รอบ เขาจะเอาแรงที่ไหนมาแพ็คของให้เร็ว?
วันนี้ BS Express จะพามาแก้ปัญหานี้ด้วยหลักการง่ายๆ ที่เรียกว่า ABC Analysis จัดของยังไงให้พนักงานเดินน้อยลง แต่ได้งานมากขึ้น 50%!
หลักการ ABC: แบ่งเกรดสินค้าตามความฮอต
กุญแจสำคัญคือ "ห้ามวางของมั่ว" หรือวางตามใจฉัน แต่ต้องแบ่งสินค้าออกเป็น 3 เกรดตามยอดขายครับ
1. สินค้ากลุ่ม A (Fast Mover): พระเอกของร้าน
คืออะไร: สินค้าขายดีมาก! ออเดอร์เข้าทุกวัน วันละหลายๆ รอบ (เช่น สินค้าที่เป็นกระแส หรือของใช้จำเป็น) แม้จะมีจำนวน SKU น้อย (ประมาณ 20% ของสินค้าทั้งหมด) แต่สร้างยอดขายได้สูงสุด
ต้องวางตรงไหน?: "ทำเลทอง" ครับ ต้องวางไว้ใกล้จุดแพ็คของหรือประตูทางออกมากที่สุด และต้องวางในระดับสายตา (Golden Zone) หรือระดับเอวที่หยิบง่าย ไม่ต้องปีนบันได ไม่ต้องก้ม
ผลลัพธ์: พนักงานแค่หันหลังกลับมาก็หยิบได้เลย ตัดเวลาเดินทิ้งไปได้เกือบหมด
2. สินค้ากลุ่ม B (Medium Mover): พระรองยอดนิยม
คืออะไร: สินค้าขายดีปานกลาง มีออเดอร์เรื่อยๆ แต่ไม่ได้ออกถี่ยิบทุกชั่วโมง
ต้องวางตรงไหน?: วางถัดมาจากกลุ่ม A หรือวางในชั้นที่สูงขึ้น/ต่ำลงมานิดหน่อย เป็นโซนกลางๆ ของโกดังที่ยังเดินไปถึงได้ไม่ยาก
ผลลัพธ์: ใช้พื้นที่โกดังส่วนกลางให้คุ้มค่า เก็บของได้เยอะขึ้น
3. สินค้ากลุ่ม C (Slow Mover): ตัวประกอบนานๆ มาที
คืออะไร: สินค้าที่นานๆ จะขายได้ที เดือนละไม่กี่ชิ้น หรือเป็นสินค้าสำรอง
ต้องวางตรงไหน?: "หลังร้าน" หรือโซนที่ลึกที่สุด รวมถึงชั้นวางที่สูงที่สุดที่ต้องใช้รถยก (Forklift) เอาของพวกนี้ไปเก็บไว้ไกลๆ ได้เลยครับ เพราะวันนึงเราเดินไปหยิบแค่รอบเดียว
ผลลัพธ์: ไม่เกะกะทางเดิน เปิดทางให้รถเข็นวิ่งหยิบของกลุ่ม A ได้สะดวก
สรุป: เปลี่ยนแค่ที่วาง งานไวขึ้นทันตา
ลองกลับไปสำรวจโกดังของคุณดูครับ ถ้าวันนี้สินค้าขายดี (กลุ่ม A) ยังซุกอยู่หลังร้าน หรือต้องปีนบันไดหยิบ ให้รีบย้ายมาไว้หน้าประตูทันที!
ข้อดีที่คุณจะได้ทันที: ✅ ลดเวลาเดิน: พนักงานไม่เหนื่อย ไม่ต้องเดินมาราธอน ✅ แพ็คของไวขึ้น: รองรับออเดอร์ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม ✅ ลดความผิดพลาด: ของขายดีวางหยิบง่าย ช่วยลดโอกาสหยิบผิด
คลังสินค้าพร้อมแล้ว ขนส่งต้องพร้อมด้วย!
เมื่อคุณจัดระเบียบหลังบ้านจนแพ็คของได้ไวติดจรวดแล้ว อย่าให้ของไปตกม้าตายที่การขนส่งครับ
ให้ BS Express เป็นพาร์ทเนอร์รับช่วงต่อ เราพร้อมเข้ารับสินค้าถึงหน้าโกดังและส่งถึงมือลูกค้าด้วยความรวดเร็ว แม่นยำ เพื่อให้ Supply Chain ของคุณสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
"จัดโกดังให้ดี แล้วหน้าที่ส่งของปล่อยเป็นของ BS Express "
เคยสังเกตไหมครับ? ว่าทำไมพนักงานแพ็คของถึงทำงานช้า ทั้งที่ของก็มีพร้อม? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่คนขี้เกียจ แต่อยู่ที่ "ผังโกดัง" ของคุณเองครับ!
มีการวิจัยพบว่า "60% ของเวลาการทำงานในคลังสินค้า หมดไปกับการเดินหาของ" ลองนึกภาพดูสิครับ ถ้าพนักงานต้องเดินไปท้ายโกดังเพื่อหยิบสินค้าขายดีวันละ 100 รอบ เขาจะเอาแรงที่ไหนมาแพ็คของให้เร็ว?
วันนี้ BS Express จะพามาแก้ปัญหานี้ด้วยหลักการง่ายๆ ที่เรียกว่า ABC Analysis จัดของยังไงให้พนักงานเดินน้อยลง แต่ได้งานมากขึ้น 50%!
หลักการ ABC: แบ่งเกรดสินค้าตามความฮอต
กุญแจสำคัญคือ "ห้ามวางของมั่ว" หรือวางตามใจฉัน แต่ต้องแบ่งสินค้าออกเป็น 3 เกรดตามยอดขายครับ
1. สินค้ากลุ่ม A (Fast Mover): พระเอกของร้าน
คืออะไร: สินค้าขายดีมาก! ออเดอร์เข้าทุกวัน วันละหลายๆ รอบ (เช่น สินค้าที่เป็นกระแส หรือของใช้จำเป็น) แม้จะมีจำนวน SKU น้อย (ประมาณ 20% ของสินค้าทั้งหมด) แต่สร้างยอดขายได้สูงสุด
ต้องวางตรงไหน?: "ทำเลทอง" ครับ ต้องวางไว้ใกล้จุดแพ็คของหรือประตูทางออกมากที่สุด และต้องวางในระดับสายตา (Golden Zone) หรือระดับเอวที่หยิบง่าย ไม่ต้องปีนบันได ไม่ต้องก้ม
ผลลัพธ์: พนักงานแค่หันหลังกลับมาก็หยิบได้เลย ตัดเวลาเดินทิ้งไปได้เกือบหมด
2. สินค้ากลุ่ม B (Medium Mover): พระรองยอดนิยม
คืออะไร: สินค้าขายดีปานกลาง มีออเดอร์เรื่อยๆ แต่ไม่ได้ออกถี่ยิบทุกชั่วโมง
ต้องวางตรงไหน?: วางถัดมาจากกลุ่ม A หรือวางในชั้นที่สูงขึ้น/ต่ำลงมานิดหน่อย เป็นโซนกลางๆ ของโกดังที่ยังเดินไปถึงได้ไม่ยาก
ผลลัพธ์: ใช้พื้นที่โกดังส่วนกลางให้คุ้มค่า เก็บของได้เยอะขึ้น
3. สินค้ากลุ่ม C (Slow Mover): ตัวประกอบนานๆ มาที
คืออะไร: สินค้าที่นานๆ จะขายได้ที เดือนละไม่กี่ชิ้น หรือเป็นสินค้าสำรอง
ต้องวางตรงไหน?: "หลังร้าน" หรือโซนที่ลึกที่สุด รวมถึงชั้นวางที่สูงที่สุดที่ต้องใช้รถยก (Forklift) เอาของพวกนี้ไปเก็บไว้ไกลๆ ได้เลยครับ เพราะวันนึงเราเดินไปหยิบแค่รอบเดียว
ผลลัพธ์: ไม่เกะกะทางเดิน เปิดทางให้รถเข็นวิ่งหยิบของกลุ่ม A ได้สะดวก
สรุป: เปลี่ยนแค่ที่วาง งานไวขึ้นทันตา
ลองกลับไปสำรวจโกดังของคุณดูครับ ถ้าวันนี้สินค้าขายดี (กลุ่ม A) ยังซุกอยู่หลังร้าน หรือต้องปีนบันไดหยิบ ให้รีบย้ายมาไว้หน้าประตูทันที!
ข้อดีที่คุณจะได้ทันที: ✅ ลดเวลาเดิน: พนักงานไม่เหนื่อย ไม่ต้องเดินมาราธอน ✅ แพ็คของไวขึ้น: รองรับออเดอร์ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม ✅ ลดความผิดพลาด: ของขายดีวางหยิบง่าย ช่วยลดโอกาสหยิบผิด
คลังสินค้าพร้อมแล้ว ขนส่งต้องพร้อมด้วย!
เมื่อคุณจัดระเบียบหลังบ้านจนแพ็คของได้ไวติดจรวดแล้ว อย่าให้ของไปตกม้าตายที่การขนส่งครับ
ให้ BS Express เป็นพาร์ทเนอร์รับช่วงต่อ เราพร้อมเข้ารับสินค้าถึงหน้าโกดังและส่งถึงมือลูกค้าด้วยความรวดเร็ว แม่นยำ เพื่อให้ Supply Chain ของคุณสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
"จัดโกดังให้ดี แล้วหน้าที่ส่งของปล่อยเป็นของ BS Express "
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในยุคที่ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น และโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อม เจ้าของคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าหลายแห่งเริ่มหันมามอง พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นทางเลือกใหม่
13 ก.ค. 2025
วันนี้คุณสามารถขายของออนไลน์ โดยไม่ต้องมีคลังสินค้าเลยแม้แต่นิดเดียว! วิธีนั้นคือ "Dropshipping" ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ขายยุคใหม่
16 มิ.ย. 2025
ทุกวันนี้ลูกค้าคาดหวังมากกว่าการ “ส่งของถึงมือ” พวกเขาอยากรู้ว่า “ตอนนี้ของอยู่ที่ไหน” “จะถึงเมื่อไหร่” และ “ใครเป็นคนจัดส่ง” ซึ่งทั้งหมดนี้ตอบได้ด้วย ระบบติดตามพัสดุ (Tracking System) ที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของโลจิสติกส์ยุคดิจิทัล
18 ต.ค. 2025
ผึ้ง เด็กฝึกงาน

BS&DC SAI5


BANKKUNG