แชร์

ชวนรู้จักกับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 6 ประเภทสุดฮิตในโรงงาน

noimageauthor นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)
อัพเดทล่าสุด: 14 ก.พ. 2025
1208 ผู้เข้าชม
หุ่นยนต์อุตสาหกรรมคืออะไร
หุ่นยนต์อุตสาหกรรม คือ เครื่องทุ่นแรงในโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีหลักการทำงานเลียนแบบร่างกายมนุษย์เฉพาะส่วนที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมนั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นส่วนแขน ทำให้บางครั้งจึงเรียกว่า แขนกลในงานอุตสาหกรรม ซึ่งแขนนี้ก็จะประกอบไปด้วยแขนและข้อต่อที่ทำงานตามโปรแกรมที่เราได้ทำการตั้งค่าไว้
 
หุ่นยนต์อุตสาหกรรมทำอะไรได้บ้าง
หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมมีบทบาทในการช่วยทุ่นแรงงานของมนุษย์ ด้วยความสามารถในการทำงานซ้ำๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง มีความแม่นยำในการทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยทำงานในพื้นที่ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับมนุษย์ เช่น การทำงานกับสารเคมี การทำงานกับความร้อน การทำงานกับชิ้นงานที่มีน้ำหนักมาก เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถปรับใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งงานที่จะพบหุ่นยนต์ทำในอุตสาหกรรมก็ได้แก่

-งานจัดวัสดุ 
-งานเชื่อม 
-งานประกอบชิ้นส่วน 
-งานขัดเงา 
-งานลงสี 
-งานตรวจสอบคุณภาพ
 
หุ่นยนต์ในงานอุตสาหกรรมมีกี่ประเภท
หุ่นยนต์ในงานอุตสาหกรรมนั้นมีการออกแบบและผลิตมาหลากหลายแบบเพื่อให้เหมาะสมสำหรับงานที่ต่างชนิดกัน และหุ่นยนต์เหล่านี้ก็มีประเภทหลากหลายมากๆ แต่สามารถแบ่งคร่าวๆ ได้ 6 ประเภทใหญ่ ดังนี้
 
1. Cartesian/Linear
หุ่นยนต์ Cartesian (แบบแกน) หรือ Linear (เส้นตรง) จะทำงานโดยใช้ข้อต่อเลื่อนสามอันเพื่อเลื่อนขึ้นและลง เข้าและออก และด้านข้าง หุ่นยนต์ Cartesian เป็นหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ใช้บ่อยที่สุด โดยทั่วไปใช้กับเครื่องจักร CNC หรือการพิมพ์ 3 มิติ
 
-คุณสมบัติ
หุ่นยนต์ Cartesian มีความแข็งแรงตลอดการเคลื่อนที่ สามารถรับน้ำหนักได้มาก และมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน สามารถปรับโครงสร้างได้หลากหลาย ปรับความแม่นยำ ความเร็ว ขนาด และความยาวในการทำงานได้
 
-ข้อจำกัด
โดยปกติหุ่นยนต์ Cartesian จะมีข้อจำกัดอยู่ที่ขนาดที่ใหญ่และต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งมาก ในขณะที่บริเวณที่หุ่นยนต์สามารถเข้าไปทำงานได้จะมีขนาดเล็กกว่าตัวหุ่นยนต์ และมีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงวัตถุทางด้านล่างได้

-เหมาะกับงานแบบไหน
หุ่นยนต์ Cartesian เหมาะกับงานประกอบชิ้นส่วน และงานขนย้าย เนื่องจากความแข็งแรง และความสามารถข้อต่อตั้งฉากสามจุด (X, Y, Z) ทั้งนี้ หุ่นยนต์ Cartesian ก็มีหลายขนาด ซึ่งจะเหมาะกับงานแบบไหนขึ้นอยู่กับขนาดร่วมด้วย แต่โดยทั่วไปหุ่นยนต์ Cartesian จะไม่เหมาะกับงานละเอียดมากนัก 
 
2. Cylindrical
หุ่นยนต์อุตสาหกรรม Cylindrical (ทรงกระบอก) มีฐานหมุนเป็นทรงกระบอก มีการเคลื่อนที่เชิงเส้นในแนวตั้งและแนวนอน พร้อมกับการเคลื่อนที่แบบหมุนรอบแกนตั้ง และปฏิบัติงานในพื้นที่ทรงกระบอก

-คุณสมบัติ
หุ่นยนต์ Cylindrical มีส่วนประกอบของหุ่นยนต์ไม่ซับซ้อน ความเร็วในการทำงานสูง และมีการออกแบบที่กะทัดรัดของปลายแขน ช่วยให้หุ่นยนต์เข้าถึงส่วนของงานที่คับแคบอย่างช่องหรือโพรงได้ง่าย 

-ข้อจำกัด
ข้อจำกัดของหุ่นยนต์ Cylindrical อยู่ที่ความเรียบง่ายของหุ่นที่ทำให้ไม่เหมาะกับการทำงานที่มีความซับซ้อน มีพื้นที่ทำงานจำกัด และไม่สามารถหมุนในลักษณะมุมต่างๆ ได้

-เหมาะกับงานแบบไหน
ส่วนใหญ่จะใช้ในการใช้งานทั่วไปที่มีการหยิบ หมุน และวางวัสดุ อย่างงานยกจับ หรืองานขนย้าย รวมถึงงานประกอบต่างๆ ที่ไม่มีความซับซ้อนมาก
 
3. Spherical/Polar
แขนหุ่นยนต์แบบ Spherical (ทรงกลม) หรือ Polar (ขั้ว) มีขอบเขตการปฏิบัติงานเป็นทรงกลม ส่วนแขนเชื่อมเข้ากับฐานด้วยข้อต่อบิด และผสานข้อต่อหมุนได้สองชิ้นเข้ากับข้อต่อแนวตรงอีกหนึ่งชิ้น

-คุณสมบัติ
แขนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบ Spherical สามารถเข้าทำงานได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ และสามารถทำงานในปริมาณมากๆ ได้

-ข้อจำกัด
ข้อจำกัดของแขนหุ่นยนต์แบบ Spherical อยู่ที่ความซับซ้อนในการใช้ระบบ และข้อจำกัดที่ทำให้แขนหุ่นยนต์ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่สูงกว่าตัวหุ่นยนต์เองไม่ได้

-เหมาะกับงานแบบไหน
งานที่เหมาะสมกับหุ่นยนต์แบบ Spherical ก็จะเป็นงานที่ใช้การหยิบจับชิ้นงาน กับงานเชื่อมเป็นหลัก
 
4. SCARA
SCARA มีชื่อเต็มว่า Selective Compliance Assembly Robot Arm ซึ่งเรียกภาษาไทยว่า แขนกลหุ่นยนต์ประกอบชิ้นส่วนความแม่นยำสูง อะไหล่ส่วนมากเป็นทรงกระบอก มีข้อต่อขนานอย่างน้อยสองจุดที่จะเคลื่อนไหวในบริเวณที่กำหนด

-คุณสมบัติ
SCARA เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วในแนวระนาบ มีระยะทำงานที่กว้าง เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน สามารถทำงานด้วยความแม่นยำสูง  และมีความสามารถในการทำงานซ้ำๆ ดี

-ข้อจำกัด
SCARA สามารถเคลื่อนที่ได้จากการหมุนเท่านั้น ทำให้ระยะที่ทำงานได้มีความจำกัดอยู่ในแนวระนาบเป็นหลัก และไม่สามารถยกน้ำหนักได้มากนัก รวมถึงยังมีความยากในการลงโปรแกรมหากไม่ได้เชื่อมต่อเครือข่ายอยู่ และต้องใช้คนในการควบคุมโดยเฉพาะอีกด้วย

-เหมาะกับงานแบบไหน
แขนกลในงานอุตสาหกรรมชนิดนี้มักใช้ในงานประกอบชิ้นส่วนขนาดเล็ก และงานหยิบ-วางชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์สินค้าขนาดเล็กที่ไม่หนัก เหมาะกับอุตสาหกรรมที่ใช้งานประกอบชิ้นส่วนทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่จะไม่เหมาะกับงานตรวจสอบ (Inspection) และงานประกอบชิ้นส่วนทางกล (Mechanical Part)
 
5. Articulated Arm (Revolute)
หุ่นยนต์ Articulated Arm มีการออกแบบที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของแขนมนุษย์ ในส่วนของช่วงเอว ท่อนแขนบน ท่อนแขนล่าง ข้อมือ

-คุณสมบัติ
เนื่องจากทุกแกนของหุ่นยนต์ Articulated Arm จะเคลื่อนที่ในลักษณะของการหมุน ทำให้มีความสามารถในการเข้าไปยังจุดต่างๆ ได้ดี สามารถเข้าถึงชิ้นงานทั้งจากด้านบน ด้านล่าง และมีพื้นที่การทำงานมาก นอกจากนี้ในบริเวณข้อต่อของหุ่นยังสามารถปิดสนิทได้เพื่อป้องกันฝุ่น ความชื้น หรือน้ำเข้าไป แถมยังเหมาะกับการใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ในการขับเคลื่อนอีกด้วย

-ข้อจำกัด
หุ่นยนต์ Articulated Arm อาจจะควบคุมได้ยาก ต้องมีการวางระบบพื้นฐานให้ดี ใช้ผู้เชี่ยวชาญในการควบคุม และหากหุ่นยนต์ชนิดนี้ใช้วัสดุที่ไม่ดีจะเคลื่อนที่ยาก

-เหมาะกับงานแบบไหน
หุ่นยนต์ Articulated Arm สามารถเข้าถึงส่วนต่างๆ ได้ดี จึงทำให้เหมาะกับงานเชื่อม งานยกของ, งานตัด, งานทากาว, งานที่มีการเคลื่อนที่ยากๆ เช่น งานพ่นสี งาน Sealing เป็นต้น นอกจากนี้ยังนิยมใช้ในการประกอบ การเชื่อมอาร์ก การขนถ่ายวัสดุ การดึงเครื่องจักร และการบรรจุภัณฑ์
 
6. Delta
หุ่นยนต์ Delta หรือหุ่นยนต์คู่ขนาน มีแขนสามแขนที่เชื่อมต่อกับฐานหนึ่งตัวซึ่งติดตั้งอยู่เหนือพื้นที่ทำงาน โดยจะมีพื้นที่ทำงานในรูปทรงโดม

-คุณสมบัติ
หุ่นยนต์ Delta สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างละเอียดอ่อนและแม่นยำด้วยความเร็วสูง ซึ่งก็ทำให้มีประสิทธิภาพในการผลิตสูงตามความไวของหุ่น แถมยังเป็นหุ่นที่ประหยัดพื้นที่ได้มากอีกด้วย

-ข้อจำกัด
หุ่นยนต์ Delta จะมีลักษณะที่ทำให้ตัวควบคุมหุ่นยนต์ที่ใช้มีความซับซ้อนเฉพาะตัว และจำเป็นต้องมีคนที่ทำหน้าที่ควบคุมอย่างเต็มเวลา

-เหมาะกับงานแบบไหน
หุ่นยนต์ Delta มักใช้สำหรับงานจับวางที่รวดเร็วในขั้นตอนการผลิต นิยมในงานอุตสาหกรรมอาหาร ยา และอิเล็กทรอนิกส์

นอกจาก 6 ประเภทด้านบนซึ่งเป็นประเภทที่รู้จักกันเป็นส่วนมากแล้วก็ยังมีประเภทอื่นๆ อย่าง Collaborative Robot ที่ถูกดีไซน์มาเพื่อทำงานร่วมกับมนุษย์ หรือหุ่นยนต์แบบที่สั่งทำเฉพาะสำหรับงานบางงานอีกด้วย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
BY : Jim
ที่มา : https://th.cc-link.org/th/cclink/article/industrial-robot-types

บทความที่เกี่ยวข้อง
"ตู้ทึบ vs คอก: สินค้าแบบไหนเหมาะกับรถประเภทอะไร?"
จะจ้างรถขนของแต่เลือกไม่ถูก? ระหว่าง "รถตู้ทึบ" กับ "รถคอก" ต่างกันยังไง แบบไหนกันฝน 100% แบบไหนขนได้เยอะกว่า บทความนี้มีคำตอบ พร้อมเทคนิคเลือกให้คุ้มค่าที่สุด
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
1 วันของ Driver ยุคใหม่: เบื้องหลังการทำงานที่คนรับพัสดุอาจไม่เคยรู้
เวลาเราสั่งของออนไลน์ สิ่งที่เราทำคือกดสั่ง รอ... แล้วก็เซ็นรับของด้วยรอยยิ้ม แต่คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ในช่วงเวลาที่เรา "รอ" นั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
หัวใจโรงงานห้ามหยุดเต้น! ขนส่ง "ตู้ไฟ & ตู้ Control" อย่างไร? ให้รอดพ้นจากแรงกระแทกและความชื้น 100%
ในโรงงานอุตสาหกรรม "ตู้ควบคุมไฟฟ้า (Control Cabinet/MDB)" เปรียบเสมือนสมองและหัวใจที่สั่งการเครื่องจักรทั้งหมด ตู้ใบหนึ่งอาจมีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท! แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ภายในตู้นั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ "เปราะบาง" อย่าง PLC, Inverter และแผงวงจรซับซ้อน ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจกับ "แรงสั่นสะเทือน" และ "ความชื้น" หากขนส่งผิดวิธี แค่ตู้กระแทกเบาๆ หรือโดนละอองฝนเพียงนิดเดียว อาจทำให้อุปกรณ์ภายในรวน สายไฟหลวม หรือเกิดสนิมที่หน้าสัมผัส ส่งผลให้เมื่อไปถึงหน้างาน... ไฟไม่เข้า เครื่องไม่เดิน โปรเจกต์ล่าช้า และค่าเสียหายบานปลาย! วันนี้ BS Transport จะมาเผยมาตรฐานการขนย้ายตู้ไฟและตู้ Control ฉบับมืออาชีพ ที่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ