How to Recover Ghosted Leads: วิธีตามลูกค้าที่เงียบหายไปให้กลับมาซื้ออีกครั้ง

How to Recover Ghosted Leads: วิธีตามลูกค้าที่เงียบหายไปให้กลับมาซื้ออีกครั้ง
"ขอเช็คราคาก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวติดต่อกลับไป..." แล้วหลังจากนั้น... ก็มีความเงียบเข้าปกคลุม (Silence)
สถานการณ์แบบนี้ที่เรียกว่า "โดนเท" (Ghosting) คือฝันร้ายของคนทำธุรกิจครับ เราอุตส่าห์ให้ข้อมูล เสนอราคา ทำใบเสนอราคาอย่างดิบดี แต่สุดท้ายลูกค้ากลับอ่านไม่ตอบ หรือหายเงียบไปเฉยๆ
หลายคนเลือกที่จะปล่อยผ่านเพราะกลัวลูกค้าจะรำคาญ แต่รู้ไหมครับว่า สถิติระบุว่า "80% ของการปิดการขาย เกิดขึ้นหลังจากการติดตาม (Follow-up) ครั้งที่ 5 ขึ้นไป" การที่ลูกค้าเงียบ ไม่ได้แปลว่า "ไม่เอา" เสมอไป เขาอาจจะแค่ยุ่ง ลืม หรือกำลังเปรียบเทียบอยู่
วันนี้ BS Group จะมาแชร์ 4 วิธีปลุกชีพลูกค้าที่หลับใหล ให้กลับมา Active และตัดสินใจซื้ออีกครั้งแบบมือโปรครับ
1. เปลี่ยนคำถาม: จาก "ซื้อไหม?" เป็น "ให้ช่วยอะไรไหม?"
ถ้าคุณทักไปแค่ว่า "สนใจรับเลยไหมคะ?" หรือ "ตกลงตามที่คุยไหมครับ?" ลูกค้าจะรู้สึกเหมือนโดนทวงหนี้ และจะยิ่งหนีห่าง
ลองเปลี่ยนเป็น: การส่งข้อมูลที่มีประโยชน์ (Value Content) ไปให้แทน เช่น
"สวัสดีครับ พอดีผมเห็นข่าวเกี่ยวกับเทรนด์สินค้าตัวนี้ เลยนึกถึงธุรกิจของคุณลูกค้าครับ"
"ช่วงนี้มีโปรโมชั่นขนส่งเส้นทางพิเศษ ที่น่าจะช่วยลดต้นทุนให้คุณลูกค้าได้ครับ"
ทำไมถึงได้ผล: เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเราใส่ใจประโยชน์ของเขา มากกว่าแค่ต้องการเงินจากกระเป๋าเขา
2. เปลี่ยนช่องทาง: อย่าจมอยู่แค่ในแชท
ถ้าส่ง LINE ไปแล้วไม่อ่าน หรืออ่านไม่ตอบ ลองเปลี่ยนช่องทางดูบ้าง
โทรศัพท์: เสียงพูดคุยมีความจริงใจและโน้มน้าวได้ดีที่สุด บางครั้งลูกค้าแค่อ่านแล้วลืมตอบ การโทรไปสอบถามสั้นๆ อย่างสุภาพอาจช่วยปิดดีลได้ทันที
Email: สำหรับลูกค้าองค์กร การส่งอีเมลที่เป็นทางการ อาจดูน่าเชื่อถือและติดตามงานได้ง่ายกว่า
SMS: ข้อความสั้นๆ แจ้งเตือนโปรโมชั่นพิเศษ อาจช่วยกระตุกความสนใจได้
3. สร้างความเร่งด่วน (Scarcity & Urgency)
บางครั้งลูกค้าเงียบเพราะคิดว่า "ซื้อเมื่อไหร่ก็ได้" เราต้องกระตุ้นให้เขารู้สึกว่าถ้าไม่ตัดสินใจตอนนี้ จะเสียประโยชน์บางอย่างไป
เทคนิค: แจ้งข้อจำกัดอย่างสุภาพ เช่น
"สต็อกล็อตนี้เหลือ 5 ชิ้นสุดท้ายแล้วนะครับ"
"คิวรถขนส่งสำหรับรอบสัปดาห์นี้ว่างอีกแค่ 1 คัน หากคุณลูกค้าต้องการส่งด่วน อาจจะต้องรบกวนจองภายในวันนี้นะครับ"
4. The "Break-up" Message: ไม้ตายสุดท้าย
ถ้าตามมาทุกวิธีแล้วยังเงียบ ลองใช้วิธี "บอกลา" ดูครับ (ฟังดูแปลกแต่ได้ผลจริง)
ตัวอย่างข้อความ: "สวัสดีครับ เนื่องจากผมไม่ได้รับคำตอบจากคุณลูกค้า ผมขออนุญาตปิดเคสใบเสนอราคานี้ไปก่อนนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน หากคุณลูกค้าพร้อมเมื่อไหร่ สามารถทักมาสอบถามใหม่ได้เสมอนะครับ"
ทำไมถึงได้ผล: จิตวิทยาของมนุษย์มัก "กลัวการสูญเสีย" (Loss Aversion) เมื่อเราบอกว่าจะไป ลูกค้าที่ยังสนใจอยู่จริงๆ มักจะรีบทักกลับมาทันทีว่า "ยังสนใจอยู่ครับ พอดีช่วงนี้ยุ่ง..."
สรุป: การตามงานคือ "บริการ" ไม่ใช่การรบกวน
อย่ากลัวที่จะติดตามลูกค้าครับ ตราบใดที่คุณทำด้วยความสุภาพและจริงใจ การ Follow up คือการแสดงความรับผิดชอบและความเป็นมืออาชีพที่ลูกค้ามองหา
และเมื่อคุณใช้ความพยายามจนดึงลูกค้ากลับมาปิดการขายได้สำเร็จแล้ว อย่าลืมขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือ "การส่งมอบสินค้า" ครับ หากปิดการขายได้แต่ส่งของช้า หรือของเสียหาย ความพยายามทั้งหมดก็สูญเปล่า
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน

Contact Center

