แชร์

การเลือกใช้กลยุทธ์โรบอตเทรด ยังต้องหมั่นตรวจสอบ

noimageauthor นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)
อัพเดทล่าสุด: 23 ธ.ค. 2024
794 ผู้เข้าชม

การใช้โรบอตเทรดได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยความเร็วของการส่งคำสั่ง ความสะดวกสบายที่ไม่ต้องมองราคาเฝ้าจอ อีกทั้งยังลดความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจซื้อและขายในแต่ละครั้ง โดยปัจจุบันตลาดหุ้นอเมริกามีปริมาณซื้อขายที่มาจากโรบอตอยู่ที่ 80-85%, และของไทยอยู่ที่ 37% ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมากขึ้นเรื่อยๆ

การพัฒนาโรบอตเทรดขึ้นมาเองนั้น ต้องใช้ทักษะการเขียนโปรแกรมอย่างมาก แม้ปัจจุบันจะมีเครื่องมือช่วยให้การพัฒนาโรบอตทำได้ง่ายขึ้นด้วยการลากวาง แต่การเข้าใจหลักการตรรกศาสตร์ของโปรแกรมอย่างลึก ซึ่งยังจำเป็นในการเทรดแบบซับซ้อน(เช่น Elliot Wave) โดยคนที่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อนจะได้เปรียบในจุดนี้


 
ปัจจุบันนี้ มีโรบอตเทรดให้เลือกใช้มากมายแบบสำเร็จรูป ทำให้คนที่ไม่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อนก็สามารถเข้าถึงและใช้งานได้ โดยมีบริการในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งการวางเงินให้โบรกเกอร์รันโปรแกรมให้ หรือจะซื้อโปรแกรมมารันเอง แต่สิ่งที่สำคัญคือการเลือกโรบอตเทรดที่ทำกำไรได้จริงในระยะยาว โดยบทความนี้เราจะมาดูวิธีเลือกโรบอตเทรดที่ทำให้เราสามารถลงทุนได้อย่างมั่นใจ

1.ผลการทดสอบกำไรหรือไม่ และ Drawdown น้อยหรือไม่  
เงื่อนไขแรกสุดก่อนลงทุนในโรบอตเทรดทุกตัวคือ ผลทดสอบต้องมีกำไร โดยกำไรมากหรือน้อยนั้นขึ้นกับสินทรัพย์ที่ลงทุนและความพึ่งพอใจของเราเอง เช่นลงทุนในโรบอตที่เทรดหุ้นไทยอาจจะคาดหวังผลตอบแทน 10-20% ต่อปี หรือถ้าลงทุนในโรบอตที่เทรดค่าเงินหรือคริปโตอาจจะคาดหวังผลตอบแทน 10% ต่อเดือน 
แต่อีกมุมหนึ่งที่ต้องดูคือ Drawdown ซึ่งเป็นค่าที่สะท้อนถึงความเสี่ยง, drawdown คือมูลค่าพอร์ตลดลงเท่าไรเมื่อเทียบกับมูลค่าพอร์ตสูงสุดที่ไปถึง โดยค่านี้ยิ่งต่ำจะยิ่งดี โดยโรบอตหุ้นไทยอาจจะคาดหวัง drawdown ไว้ที่ไม่มากกว่า 50%

2.ผลทดสอบย้อนหลัง (Back-testing) ใช้เงินจริงหรือไม่
การพัฒนากลยุทธ์ให้ผลทดสอบย้อนหลังกำไรดีนั้นเป็นเรื่องง่าย และถ้าไม่ผ่านการทดสอบด้วยเงินจริงมาก่อน กลยุทธ์โรบอตเทรดนั้นๆมักจะ Overfit นั้นคือสร้างกำไรด้วยเหตุการณ์ในอดีตแต่ไม่สามารถทำกำไรในอนาคตได้ แม้จะมีเทคนิคการทดสอบที่ลดการ Overfit อยู่ เช่นการแบ่ง Train Test Period, Walk forward testing แต่การทดสอบด้วยเงินจริงจะเป็นการสร้างความมั่นใจอีกชั้นว่ากลยุทธ์ที่พัฒนาใช้ได้จริง

3.ผลทดสอบด้วยเงินจริง (Live testing) ยาวนานพอหรือไม่ 
ในตลาดหุ้นจะมีหลายสภาวะตลาดทั้งตลาดขาขึ้น ตลาดขาลง และตลาดไซด์เวย์ โดยบางกลยุทธ์จะใช้ได้ในบางสภาวะตลาดเท่านั้น ทำให้ถ้าผลการทดสอบไม่ยาวนานพอ ก็อาจจะทำให้เราถูกหลอกและเมื่อลงเงินไปก็อาจจะขาดทุนเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยนไป

4.กลยุทธ์กระจายไปในหลายทรัพย์สินหรือไม่ 
การกระจายความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือการกระจายไปในหลายทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เช่นทอง น้ำมัน หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ คริปโตเคอเรนซี โดยหลักการเป็นหลักการของ All Weather Portfolio ซึ่งนำเสนอจาก Ray Dalio นักลงทุนชื่อดัง โรบอตเทรดส่วนใหญ่ในตลาดมักเทรดในทรัพย์สินใดทรัพย์สินหนึ่งเท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าโบรกเกอร์ในไทยก็เทรดทรัพย์สินได้จำกัด อย่างไรก็ตามเราในฐานะนักลงทุนก็สามารถกระจายไปในหลายทรัพย์สินได้ ด้วยการลงทุนในโรบอตเทรดหลายๆที่ ที่เป็นคนละสินทรัพย์กัน เพราะเมื่อสินทรัพย์หนึ่งอยู่ในตลาดขาลง อีกตลาดก็จะไม่ลงตาม

สุดท้ายนี้แม้เราจะเชื่อใจและลงทุนในโรบอตเทรดที่เราเลือกมาอย่างดีแล้ว แต่งานของนักลงทุนคือ เรายังคงต้องติดตามโรบอตที่เราลงทุนไปเรื่อยๆ ถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่หวังก็ต้องหมั่นตรวจสอบว่า ยังลงทุนได้ต่อไหม (โดยดูจากแนวโน้มตลาดและ Maximum Drawdown ในอดีต) เพราะโรบอตเทรดก็เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้เราสะดวกสบายขึ้น แต่เราก็ยังต้องรับผิดชอบและปกป้องเงินของเราอย่างเต็มที่

 

BY : Tonkla

ที่มา : www.thansettakij.com

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
มาทำความรู้จัก CHARACTER AI คืออะไรและมีประโชยน์อะไรบ้าง
CHARACTER AI คือ ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความคิดเป็นของตนเองและมีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว
22 ก.ค. 2024
โลจิสติกส์สายแฟชั่น: สยบปัญหาสินค้า Seasonal "มาไวไปไว" ไม่ให้กลายเป็นสต็อกจม!
วงการแฟชั่นคือสนามรบแห่ง "ความไว" ครับ! ยิ่งในยุค Fast Fashion ที่เทรนด์เปลี่ยนทุกสัปดาห์ คอลเลกชันหน้าหนาว (Winter) หรือซัมเมอร์ (Summer) มีอายุบนเชลฟ์หรือหน้าเว็บแค่ไม่กี่เดือน หากบริหารจัดการไม่ดี เสื้อผ้าที่เคยเป็น "ไอเทมฮิต" อาจกลายเป็น "สต็อกจม" หรือ Dead Stock ที่กินทุนของคุณไปอย่างน่าเสียดาย
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
24 ก.พ. 2026
AI + คลังสินค้า = พร้อมลุยยอดขายหลังวันหยุด!
หลังช่วงวันหยุดยาวที่หลายคนเพิ่งรีชาร์จพลังกลับมา โลกธุรกิจกลับไม่มีเวลาพัก! เพราะทันทีที่ปิดท้ายเทศกาล ช่วง “ยอดขายระเบิด” ก็มักจะเริ่มต้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเคลียร์ของขวัญปีใหม่ สินค้าลดราคาท้ายปี หรือโปรโมชันหลังสงกรานต์ – ระบบคลังสินค้าจึงต้องทำงานอย่างเต็มสปีด!
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
19 เม.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้