Circular Logistics ต่างจาก Reverse Logistics ยังไง? รู้ให้ชัดก่อนวางระบบ

ทำไมสองคำนี้มักถูกเข้าใจผิด?
ในช่วงที่ธุรกิจพูดถึงความยั่งยืนมากขึ้น คำว่า Circular Logistics และ Reverse Logistics มักถูกใช้แทนกัน แต่จริงๆ แล้วทั้งสองแนวคิดมีเป้าหมายและขอบเขตที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเข้าใจความต่างจะช่วยให้ธุรกิจวางระบบโลจิสติกส์ได้ตรงจุดและคุ้มค่ามากขึ้น
Reverse Logistics คืออะไร?
Reverse Logistics คือกระบวนการ ไหลย้อนกลับ ของสินค้า จากปลายทางกลับสู่ต้นทาง ตัวอย่างเช่น
การรับคืนสินค้า
การซ่อมแซม
การเคลม
การรีไซเคิล
การกำจัดของเสีย
ระบบนี้มักเกิดขึ้น หลังจาก การขายหรือการใช้งานสินค้าแล้ว เป้าหมายหลักคือการจัดการของที่ไม่ต้องการ ลดการสูญเสีย และควบคุมต้นทุนจากสินค้าคืน
สรุปสั้นๆ:
Reverse Logistics = แก้ปัญหาหลังบ้าน
Circular Logistics คืออะไร?
Circular Logistics คือแนวคิดที่มองทั้งซัพพลายเชนแบบ หมุนเวียนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่รับของคืน แต่เป็นการออกแบบระบบให้ทรัพยากรถูกใช้ซ้ำ หมุนเวียน และเกิดของเสียน้อยที่สุดตั้งแต่แรก
ตัวอย่างแนวคิด Circular Logistics ได้แก่
ใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน
วางแผนเส้นทางขนส่งให้รถไม่วิ่งเปล่า
รวมรอบขนส่ง (LTL / Milk Run)
ซ่อมใช้ซ้ำรีไซเคิลในระบบเดียว
ออกแบบสินค้าให้ขนส่งง่ายและใช้วัสดุน้อย
สรุปสั้นๆ:
Circular Logistics = ออกแบบระบบให้ไม่เกิดปัญหาตั้งแต่ต้น
ความแตกต่างที่เห็นชัด

ธุรกิจควรเลือกใช้แบบไหน?
ความจริงคือ ธุรกิจยุคใหม่ควรใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน
Reverse Logistics ช่วยจัดการของที่เกิดขึ้นแล้ว
Circular Logistics ช่วยลดการเกิดของเหล่านั้นตั้งแต่แรก
เมื่อทำควบคู่กัน จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
BANKKUNG


