Backorder กับคลังสินค้า: สาเหตุ การป้องกัน และวิธีบริหาร
อัพเดทล่าสุด: 16 ก.ค. 2025
131 ผู้เข้าชม
ในโลกของธุรกิจและการจัดการคลังสินค้า คำว่า "Backorder" หรือ การสั่งซื้อค้างส่ง คือสถานการณ์ที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้า แต่สินค้านั้นหมดสต็อกชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถจัดส่งได้ในทันที หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าบริหารไม่ดี อาจส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า รายได้ และภาพลักษณ์ของธุรกิจ
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Backorder เกิดจากอะไร ป้องกันได้อย่างไร และถ้าเลี่ยงไม่ได้ ควรบริหารอย่างไรให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด
Backorder คืออะไร?
Backorder คือ รายการสั่งซื้อที่ยังไม่สามารถจัดส่งได้ทันที เนื่องจากสินค้าหมดคลัง แต่อยู่ในสถานะ "รอสินค้าเข้าสต็อก" เมื่อมีสินค้าเข้ามาในระบบจึงจะสามารถจัดส่งได้ตามลำดับ
สาเหตุของ Backorder
1.คาดการณ์ยอดขายผิดพลาด
เมื่อวางแผนสต็อกโดยใช้ข้อมูลไม่เพียงพอหรือไม่อัพเดต อาจทำให้สินค้าหมดเร็วกว่าที่คิด
2.ซัพพลายเชนล่าช้า
สินค้าที่ต้องสั่งจากต่างประเทศหรือโรงงานผลิตมีปัญหา อาจทำให้ไม่สามารถเติมสต็อกได้ทันเวลา
3.โปรโมชั่นหรือกระแสโซเชียล
การจัดแคมเปญลดราคา หรือสินค้ากลายเป็นไวรัล อาจทำให้ยอดสั่งพุ่งเกินคาด
4.ปัญหาภายในคลังสินค้า
เช่น สินค้าคงคลังไม่ตรงกับจริง (inventory mismatch) หรือมีของเสียหายแต่ไม่ถูกตัดออกจากระบบ
ผลกระทบจาก Backorder
วิธีป้องกัน Backorder
1.ใช้ระบบ WMS (Warehouse Management System)
เพื่อบริหารสต็อกแบบเรียลไทม์ รู้จำนวนสินค้าจริงในคลังตลอดเวลา
2.วางแผนสต็อกโดยใช้ข้อมูลย้อนหลัง
เช่น ยอดขายในแต่ละฤดูกาล สินค้าโปรโมชัน หรือแนวโน้มของตลาด
3.กำหนด Safety Stock
สต็อกสำรองที่เผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน ช่วยลดโอกาสสินค้าหมด
4.สื่อสารกับซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด
วางแผนการจัดส่งให้สอดคล้องกับยอดขายที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ควรบริหาร Backorder อย่างไร?
สรุป
Backorder ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าเกิดบ่อยเกินไปโดยไม่วางแผน อาจทำให้ธุรกิจเสียหายได้ การมีระบบบริหารคลังที่ดี วิเคราะห์แนวโน้มความต้องการอย่างแม่นยำ และสื่อสารกับลูกค้าอย่างมืออาชีพ จะช่วยให้จัดการปัญหา Backorder ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Backorder เกิดจากอะไร ป้องกันได้อย่างไร และถ้าเลี่ยงไม่ได้ ควรบริหารอย่างไรให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด
Backorder คืออะไร?
Backorder คือ รายการสั่งซื้อที่ยังไม่สามารถจัดส่งได้ทันที เนื่องจากสินค้าหมดคลัง แต่อยู่ในสถานะ "รอสินค้าเข้าสต็อก" เมื่อมีสินค้าเข้ามาในระบบจึงจะสามารถจัดส่งได้ตามลำดับ
สาเหตุของ Backorder
1.คาดการณ์ยอดขายผิดพลาด
เมื่อวางแผนสต็อกโดยใช้ข้อมูลไม่เพียงพอหรือไม่อัพเดต อาจทำให้สินค้าหมดเร็วกว่าที่คิด
2.ซัพพลายเชนล่าช้า
สินค้าที่ต้องสั่งจากต่างประเทศหรือโรงงานผลิตมีปัญหา อาจทำให้ไม่สามารถเติมสต็อกได้ทันเวลา
3.โปรโมชั่นหรือกระแสโซเชียล
การจัดแคมเปญลดราคา หรือสินค้ากลายเป็นไวรัล อาจทำให้ยอดสั่งพุ่งเกินคาด
4.ปัญหาภายในคลังสินค้า
เช่น สินค้าคงคลังไม่ตรงกับจริง (inventory mismatch) หรือมีของเสียหายแต่ไม่ถูกตัดออกจากระบบ
ผลกระทบจาก Backorder
- ลูกค้าไม่พอใจ หรือยกเลิกคำสั่งซื้อ
- สูญเสียโอกาสในการขายและรายได้
- แบรนด์เสียความน่าเชื่อถือ
- มีต้นทุนแฝงจากการติดตามสถานะและบริหารจัดส่งภายหลัง
วิธีป้องกัน Backorder
1.ใช้ระบบ WMS (Warehouse Management System)
เพื่อบริหารสต็อกแบบเรียลไทม์ รู้จำนวนสินค้าจริงในคลังตลอดเวลา
2.วางแผนสต็อกโดยใช้ข้อมูลย้อนหลัง
เช่น ยอดขายในแต่ละฤดูกาล สินค้าโปรโมชัน หรือแนวโน้มของตลาด
3.กำหนด Safety Stock
สต็อกสำรองที่เผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน ช่วยลดโอกาสสินค้าหมด
4.สื่อสารกับซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด
วางแผนการจัดส่งให้สอดคล้องกับยอดขายที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ควรบริหาร Backorder อย่างไร?
- แจ้งลูกค้าอย่างโปร่งใส - บอกสถานะสินค้าให้ชัดเจนตั้งแต่หน้าเว็บไซต์ หรือขณะสั่งซื้อ
- ให้ตัวเลือก - เสนอทางเลือก เช่น รอสินค้า รับเงินคืน หรือเปลี่ยนสินค้าอื่น
- เร่งกระบวนการจัดส่ง - เมื่อลูกค้า backorder แล้ว ควรให้ความสำคัญและจัดส่งก่อนเป็นลำดับแรก
- วิเคราะห์ข้อมูล Backorder - เพื่อหาสาเหตุและแนวโน้มที่ทำให้เกิด ปรับปรุงกระบวนการวางแผนในอนาคต
สรุป
Backorder ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าเกิดบ่อยเกินไปโดยไม่วางแผน อาจทำให้ธุรกิจเสียหายได้ การมีระบบบริหารคลังที่ดี วิเคราะห์แนวโน้มความต้องการอย่างแม่นยำ และสื่อสารกับลูกค้าอย่างมืออาชีพ จะช่วยให้จัดการปัญหา Backorder ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทุกครั้งที่คุณคลิกสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรือรอรับพัสดุสำคัญที่หน้าประตู เคยสงสัยไหมครับว่ามีใครบ้างที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อให้พัสดุชิ้นนั้นเดินทางมาถึงมือคุณอย่างปลอดภัยและตรงเวลา? อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และบริษัทขนส่งในยุคใหม่นั้น เป็นมากกว่าแค่การขับรถส่งของ แต่มันคือโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี, การวางแผน, และทีมเวิร์คที่น่าทึ่ง
30 ส.ค. 2025
ลองนึกภาพหน้าปัดรถยนต์ที่แสดงความเร็ว หรือมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง นั่นแหละคือแนวคิดของ "กราฟเกจวัด" (Gauge Chart) กราฟประเภทนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแสดงแนวโน้มหรือเปรียบเทียบข้อมูลจำนวนมาก แต่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียวคือ เพื่อแสดง "สถานะปัจจุบัน" ของตัวชี้วัด (KPI) เพียงตัวเดียว เทียบกับ "เป้าหมาย" (Target) ที่ตั้งไว้
30 ส.ค. 2025
สรุป 4 ขั้นตอนสำคัญ ที่จะทำให้การ Drop-off พัสดุของคุณทุกชิ้นเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และเป็นมืออาชีพ
30 ส.ค. 2025