Market Share วัดความสำเร็จทางธุรกิจด้วยส่วนแบ่งตลาด
อัพเดทล่าสุด: 25 มี.ค. 2025
1141 ผู้เข้าชม

Market Share วัดความสำเร็จทางธุรกิจด้วยส่วนแบ่งตลาด
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การวัดความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้วัดกันแค่ยอดขาย แต่ยังวัดกันที่ "Market Share" หรือ "ส่วนแบ่งตลาด" ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บอกถึงสถานะของธุรกิจในตลาด
Market Share คืออะไร
Market Share คือ สัดส่วนของยอดขายสินค้าหรือบริการของบริษัทเมื่อเทียบกับยอดขายรวมของสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกันในตลาด โดยทั่วไปจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์
ทำไม Market Share ถึงสำคัญ?
- บ่งบอกสถานะของธุรกิจ: Market Share ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจถึงตำแหน่งของตนเองในตลาด เมื่อเทียบกับคู่แข่ง
- วัดความสามารถในการแข่งขัน: Market Share ที่สูงขึ้น แสดงถึงความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งของธุรกิจ
- ใช้กำหนดกลยุทธ์: ข้อมูล Market Share ช่วยให้ธุรกิจกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม เพื่อรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
- ดึงดูดนักลงทุน: นักลงทุนมักใช้ Market Share เป็นตัวชี้วัดความน่าสนใจของธุรกิจ
วิธีคำนวณ Market Share
สูตรคำนวณ Market Share ง่ายๆ คือ: Market Share = (ยอดขายของบริษัท / ยอดขายรวมของตลาด) x 100%
ปัจจัยที่มีผลต่อ Market Share
- คุณภาพสินค้าหรือบริการ: สินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพสูงกว่าคู่แข่ง มักมี Market Share ที่สูงกว่า
- ราคา: การกำหนดราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพสินค้าหรือบริการ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
- การตลาดและการขาย: กลยุทธ์การตลาดและการขายที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และยอดขาย
- ความภักดีของลูกค้า: ลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ มักซื้อสินค้าหรือบริการอย่างต่อเนื่อง
- คู่แข่ง: การแข่งขันที่รุนแรงในตลาด อาจส่งผลให้ Market Share ลดลง
กลยุทธ์ในการเพิ่ม Market Share
- พัฒนาสินค้าหรือบริการ: พัฒนาสินค้าหรือบริการให้มีคุณภาพและแตกต่างจากคู่แข่ง
- ปรับปรุงการตลาดและการขาย: ใช้กลยุทธ์การตลาดและการขายที่หลากหลาย เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
- สร้างความภักดีของลูกค้า: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และมอบประสบการณ์ที่ดี
- ขยายตลาด: เข้าสู่ตลาดใหม่ หรือขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่
สรุป
Market Share เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญ การวิเคราะห์ Market Share ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจถึงสถานะของตนเองในตลาด และกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในยุคที่ "เงินสด" คือพระเจ้า และ "พื้นที่" คือต้นทุน การมองเห็นสินค้ากองพะเนินอยู่ในโกดังอาจไม่ใช่เรื่องน่าอุ่นใจอีกต่อไป แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าเงินทุนของคุณกำลัง "จม" อยู่กับที่!
วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับระบบ Just-in-Time (JIT) หรือการผลิตแบบทันเวลาพอดี เทคนิคการบริหารระดับโลกที่บริษัทรถยนต์ชั้นนำใช้ แล้วมาดูกันว่า "การขนส่งที่ตรงเวลา" จะช่วยให้ธุรกิจของคุณลดต้นทุนการเก็บสต็อกและเพิ่มกำไรได้อย่างไร?
12 ม.ค. 2026
ลูกค้าทักไลน์แต่ไปซื้อหน้าร้าน? หยุดปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย! เรียนรู้วิธีทำ Omnichannel เชื่อมโยง Data ทุกช่องทางให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วยให้ทีมขายรู้ใจลูกค้า ปิดจอบไว และสร้างยอดขายได้ทะลุเป้า
12 ม.ค. 2026
เทียบกันชัดๆ! Air Bubble พลาสติกกันกระแทก กับ กระดาษรังผึ้ง (Honeycomb Paper) แบบไหนกันของแตกได้ดีกว่า? แบบไหนช่วยประหยัดต้นทุนค่าแพ็คได้จริง? บทความนี้มีคำตอบสำหรับร้านค้าออนไลน์และโรงงาน
12 ม.ค. 2026
BANKKUNG


