Market Share วัดความสำเร็จทางธุรกิจด้วยส่วนแบ่งตลาด
อัพเดทล่าสุด: 25 มี.ค. 2025
1261 ผู้เข้าชม

Market Share วัดความสำเร็จทางธุรกิจด้วยส่วนแบ่งตลาด
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การวัดความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้วัดกันแค่ยอดขาย แต่ยังวัดกันที่ "Market Share" หรือ "ส่วนแบ่งตลาด" ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บอกถึงสถานะของธุรกิจในตลาด
Market Share คืออะไร
Market Share คือ สัดส่วนของยอดขายสินค้าหรือบริการของบริษัทเมื่อเทียบกับยอดขายรวมของสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกันในตลาด โดยทั่วไปจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์
ทำไม Market Share ถึงสำคัญ?
- บ่งบอกสถานะของธุรกิจ: Market Share ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจถึงตำแหน่งของตนเองในตลาด เมื่อเทียบกับคู่แข่ง
- วัดความสามารถในการแข่งขัน: Market Share ที่สูงขึ้น แสดงถึงความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งของธุรกิจ
- ใช้กำหนดกลยุทธ์: ข้อมูล Market Share ช่วยให้ธุรกิจกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม เพื่อรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
- ดึงดูดนักลงทุน: นักลงทุนมักใช้ Market Share เป็นตัวชี้วัดความน่าสนใจของธุรกิจ
วิธีคำนวณ Market Share
สูตรคำนวณ Market Share ง่ายๆ คือ: Market Share = (ยอดขายของบริษัท / ยอดขายรวมของตลาด) x 100%
ปัจจัยที่มีผลต่อ Market Share
- คุณภาพสินค้าหรือบริการ: สินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพสูงกว่าคู่แข่ง มักมี Market Share ที่สูงกว่า
- ราคา: การกำหนดราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพสินค้าหรือบริการ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
- การตลาดและการขาย: กลยุทธ์การตลาดและการขายที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และยอดขาย
- ความภักดีของลูกค้า: ลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ มักซื้อสินค้าหรือบริการอย่างต่อเนื่อง
- คู่แข่ง: การแข่งขันที่รุนแรงในตลาด อาจส่งผลให้ Market Share ลดลง
กลยุทธ์ในการเพิ่ม Market Share
- พัฒนาสินค้าหรือบริการ: พัฒนาสินค้าหรือบริการให้มีคุณภาพและแตกต่างจากคู่แข่ง
- ปรับปรุงการตลาดและการขาย: ใช้กลยุทธ์การตลาดและการขายที่หลากหลาย เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
- สร้างความภักดีของลูกค้า: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และมอบประสบการณ์ที่ดี
- ขยายตลาด: เข้าสู่ตลาดใหม่ หรือขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่
สรุป
Market Share เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญ การวิเคราะห์ Market Share ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจถึงสถานะของตนเองในตลาด และกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
รู้หรือไม่? ลูกค้า Gen Z พร้อมจ่ายแพงขึ้นถ้าแบรนด์ใช้ "Green Packaging" เลิกใช้บับเบิ้ลแล้วหันมาใช้กระดาษรังผึ้งและเทปกาวน้ำ เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์รักษ์โลก พร้อมเลือกขนส่งที่ดูแลพัสดุดีเยี่ยมอย่าง BS Express
14 ก.พ. 2026
ภาพของรถบรรทุกคันใหญ่ที่วิ่งบนไฮเวย์โดยไม่มีคนนั่งหลังพวงมาลัย อาจเคยเป็นแค่จินตนาการในหนัง Sci-Fi แต่ในปี 2026 นี้ เทคโนโลยี Autonomous Trucks หรือ รถบรรทุกไร้คนขับ กำลังขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ และนี่คือ "Mega Trend" ที่กำลังจะเข้ามาปฏิวัติวงการขนส่งทั่วโลก!
14 ก.พ. 2026
ในวงการโลจิสติกส์ "ยางรถบรรทุก" ถือเป็นต้นทุนสิ้นเปลืองอันดับ 2 รองจากน้ำมันเชื้อเพลิง ยางเส้นใหม่เกรดดีๆ เส้นหนึ่งราคาปาเข้าไปหลักหมื่น ทำให้หลายผู้ประกอบการหันมามองทางเลือกที่ประหยัดกว่าอย่าง "ยางหล่อดอก" (Retread Tire)
แต่คำถามตัวโตๆ ที่ลูกค้าเจ้าของสินค้ามักกังวลคือ "มันปลอดภัยจริงเหรอ?" หรือ "ใช้แล้วยางจะระเบิดระหว่างทางไหม?"
วันนี้ BS Transport จะพามาไขข้อข้องใจแบบหมดเปลือก ว่ายางหล่อดอกคืออะไร และเรามีมาตรฐานการเลือกใช้อย่างไรให้ปลอดภัยที่สุดครับ
14 ก.พ. 2026
BANKKUNG


