ทำไมเรือถึงถือเป็นระบบขนส่งที่ถูกที่สุด
อัพเดทล่าสุด: 10 เม.ย. 2025
487 ผู้เข้าชม

1. ขนส่งได้ครั้งละมาก
เรือบรรทุกสินค้า โดยเฉพาะเรือคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ สามารถขนสินค้าได้ในปริมาณมหาศาลในการเดินทางเพียงครั้งเดียว เมื่อเทียบกับรถบรรทุกหรือเครื่องบิน การขนส่งในแต่ละเที่ยวของเรือสามารถลดต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยสินค้าลงได้อย่างมาก ยิ่งขนส่งได้มาก ต้นทุนต่อชิ้นยิ่งต่ำลง
2. ใช้เส้นทางธรรมชาติ ลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน
หนึ่งในข้อได้เปรียบของเรือคือการใช้เส้นทางธรรมชาติ เช่น ทะเล มหาสมุทร แม่น้ำ หรือคลอง การขนส่งจึงไม่จำเป็นต้องสร้างถนนหรือรางรถไฟเพิ่มเติม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นกับการขนส่งทางบกหรือทางราง
3. ประหยัดพลังงานและคุ้มค่าเชื้อเพลิง
เรือสามารถวิ่งได้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานโดยใช้เชื้อเพลิงในอัตราที่ต่ำกว่าการขนส่งอื่น ๆ เมื่อเทียบในหน่วย พลังงานต่อกิโลเมตรต่อตันสินค้า การขนส่งทางเรือมักเป็นตัวเลือกที่ประหยัดพลังงานมากที่สุด ส่งผลให้ต้นทุนรวมลดลงอย่างชัดเจน
4. ใช้แรงงานน้อยต่อหน่วยการขนส่ง
แม้เรือจะมีขนาดใหญ่ แต่สามารถดำเนินการโดยใช้จำนวนลูกเรือไม่มากเมื่อเทียบกับการขนส่งทางบกที่ต้องใช้คนขับหลายคันรถ หรือทางอากาศที่ต้องมีทีมงานหลายฝ่าย การลดจำนวนแรงงานต่อหน่วยขนส่งช่วยลดต้นทุนแรงงานลงได้เช่นกัน
5. เหมาะกับการค้าระหว่างประเทศ
ในยุคโลกาภิวัตน์ การค้าระหว่างประเทศเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และการขนส่งทางเรือก็ตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี ประเทศส่วนใหญ่มักมีท่าเรือเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าเข้าออก ทำให้เรือกลายเป็นระบบหลักในการส่งออก-นำเข้า ซึ่งประหยัดและมีความเสถียรมากกว่าการพึ่งพาระบบอื่น
สรุป
การขนส่งทางเรืออาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่เร็วที่สุด แต่เมื่อต้องการ ลดต้นทุน และขนสินค้าจำนวนมากในระยะทางไกล ไม่มีระบบขนส่งใดที่คุ้มค่าเท่า การขนส่งทางเรือ ด้วยเหตุผลด้านขนาด พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถในการรองรับการค้าระหว่างประเทศ เรือจึงยังคงครองตำแหน่ง ระบบขนส่งที่ถูกที่สุด ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
เรือบรรทุกสินค้า โดยเฉพาะเรือคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ สามารถขนสินค้าได้ในปริมาณมหาศาลในการเดินทางเพียงครั้งเดียว เมื่อเทียบกับรถบรรทุกหรือเครื่องบิน การขนส่งในแต่ละเที่ยวของเรือสามารถลดต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยสินค้าลงได้อย่างมาก ยิ่งขนส่งได้มาก ต้นทุนต่อชิ้นยิ่งต่ำลง
2. ใช้เส้นทางธรรมชาติ ลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน
หนึ่งในข้อได้เปรียบของเรือคือการใช้เส้นทางธรรมชาติ เช่น ทะเล มหาสมุทร แม่น้ำ หรือคลอง การขนส่งจึงไม่จำเป็นต้องสร้างถนนหรือรางรถไฟเพิ่มเติม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นกับการขนส่งทางบกหรือทางราง
3. ประหยัดพลังงานและคุ้มค่าเชื้อเพลิง
เรือสามารถวิ่งได้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานโดยใช้เชื้อเพลิงในอัตราที่ต่ำกว่าการขนส่งอื่น ๆ เมื่อเทียบในหน่วย พลังงานต่อกิโลเมตรต่อตันสินค้า การขนส่งทางเรือมักเป็นตัวเลือกที่ประหยัดพลังงานมากที่สุด ส่งผลให้ต้นทุนรวมลดลงอย่างชัดเจน
4. ใช้แรงงานน้อยต่อหน่วยการขนส่ง
แม้เรือจะมีขนาดใหญ่ แต่สามารถดำเนินการโดยใช้จำนวนลูกเรือไม่มากเมื่อเทียบกับการขนส่งทางบกที่ต้องใช้คนขับหลายคันรถ หรือทางอากาศที่ต้องมีทีมงานหลายฝ่าย การลดจำนวนแรงงานต่อหน่วยขนส่งช่วยลดต้นทุนแรงงานลงได้เช่นกัน
5. เหมาะกับการค้าระหว่างประเทศ
ในยุคโลกาภิวัตน์ การค้าระหว่างประเทศเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และการขนส่งทางเรือก็ตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี ประเทศส่วนใหญ่มักมีท่าเรือเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าเข้าออก ทำให้เรือกลายเป็นระบบหลักในการส่งออก-นำเข้า ซึ่งประหยัดและมีความเสถียรมากกว่าการพึ่งพาระบบอื่น
สรุป
การขนส่งทางเรืออาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่เร็วที่สุด แต่เมื่อต้องการ ลดต้นทุน และขนสินค้าจำนวนมากในระยะทางไกล ไม่มีระบบขนส่งใดที่คุ้มค่าเท่า การขนส่งทางเรือ ด้วยเหตุผลด้านขนาด พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถในการรองรับการค้าระหว่างประเทศ เรือจึงยังคงครองตำแหน่ง ระบบขนส่งที่ถูกที่สุด ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
"ของถึงมือลูกค้าแล้วครับ... แต่แตกละเอียดเลย!" ประโยคนี้คือฝันร้ายที่สุดของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และคนส่งของทุกคน เพราะนอกจากจะต้องเสียเงินค่าเคลมหรือส่งของใหม่ให้ลูกค้าแล้ว สิ่งที่เสียไปมากกว่านั้นคือ "ความเชื่อมั่น"
ต่อให้เราเลือกบริษัทขนส่งที่ดีแค่ไหน แต่ "อุบัติเหตุ" ระหว่างทางเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแรงสั่นสะเทือนจากถนน การวางทับซ้อน หรือการเคลื่อนย้าย วันนี้เราจึงรวบรวม สุดยอดเทคนิคการแพ็คของแตกหักง่าย (Fragile Items) ที่จะเปลี่ยนพัสดุของคุณให้แข็งแกร่งดุจหินผา โยน (เผลอ) แค่ไหนก็ไม่พัง!
10 ม.ค. 2026
"นำจ่ายไม่สำเร็จ" แปลว่าของตีกลับหรือเปล่า? "อยู่ระหว่างขนส่ง" คือถึงไหนแล้ว? บทความนี้จะมาไขรหัสลับสถานะพัสดุให้คุณหายงง พร้อมวิธีรับมือเมื่อพัสดุมีปัญหา
10 ม.ค. 2026
คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมสินค้าในโกดังใหญ่ๆ หรือรถบรรทุกสินค้า ถึงต้องวางอยู่บนแท่นสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า "พาเลท (Pallet)" เสมอ? มันเป็นแค่ที่รองของกันเปื้อน หรือมีความลับอะไรซ่อนอยู่มากกว่านั้น?
วันนี้เราจะพาไปไขคำตอบว่า ทำไมเจ้าแท่นวางสินค้านี้ถึงเป็น "ตัวแปรสำคัญ" ที่เปลี่ยนจากงานขนส่งที่ยุ่งยาก ให้กลายเป็นระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และคำถามที่หลายคนอยากรู้... "มันช่วยลดความเสียหายและค่าขนส่งได้จริงหรือ?" ไปดูกันเลย!
9 ม.ค. 2026
BS Rut กองรถ


