แชร์

Milk Run กลยุทธ์ขนส่งที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในคลังสินค้า

Screenshot_2025_09_02_160144_1.png พี่ปี
อัพเดทล่าสุด: 9 เม.ย. 2025
936 ผู้เข้าชม

Milk Run กลยุทธ์ขนส่งที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในคลังสินค้า

ในโลกของโลจิสติกส์และการจัดการคลังสินค้า Milk Run คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่ถูกพูดถึงบ่อย โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องจัดการกับหลายซัพพลายเออร์ หรือมีการขนส่งหลายจุดในเส้นทางเดียวกัน

กลยุทธ์หลักของ Milk Run️

1.ลดเที่ยวขนส่งที่ไม่จำเป็น แทนที่จะส่งรถหลายคันไปยังจุดต่างๆ แยกกัน เรารวมเส้นทางให้รถคันเดียวไปส่งหรือรับหลายจุด

2.เพิ่มอัตราการบรรทุกสินค้า (Load Efficiency)ใช้ประโยชน์จากพื้นที่บนรถให้มากที่สุดในแต่ละเที่ยว

3.ลด Lead Time และ Stock ที่ไม่จำเป็นทำให้การส่งของเป็นแบบ Just In Time (JIT) ส่งตามรอบอย่างสม่ำเสมอ

4.ใช้ข้อมูลและระบบวางแผนเส้นทางใช้ระบบ Route Planning, GPS, หรือ ERP เพื่อจัดเส้นทางอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างการนำ Milk Run ไปใช้จริง

กรณีในโรงงานผลิต:
โรงงานหนึ่งมี Supplier อะไหล่อยู่ 5 แห่ง ห่างกันไม่เกิน 30 กิโลเมตร
หากไม่ใช้ Milk Run ต้องส่งรถ 5 คัน ไปรับวันละคัน
แต่พอใช้ Milk Run รถคันเดียวไปรับอะไหล่ทั้ง 5 จุดในเส้นทางเดียวกัน แล้วกลับมาโรงงาน

ผลลัพธ์คือ:
-ลดค่าน้ำมัน
-ลดคนขับ
-ประหยัดเวลา
-ลด CO (รักษาสิ่งแวดล้อม)

การนำไปใช้จริงในคลังสินค้า

1.วิเคราะห์เส้นทางและความถี่การขนส่งตรวจสอบว่ามีจุดรับหรือจ่ายสินค้าซ้ำซ้อนหรืออยู่ใกล้กันหรือไม่วางรอบการขนส่งแบบวนรับ/ส่งที่เหมาะสม

2.กำหนดรอบ Milk Run ที่ชัดเจนเช่น วันจันทร์-พุธ-ศุกร์ รับของจาก Supplier A, B, C ส่วน Supplier D, E รับวันอังคาร-พฤหัส

3.ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ใช้ GPS วางเส้นทาง ใช้ระบบ WMS หรือ Excel เพื่อติดตามปริมาณสินค้าแต่ละรอบ

4.ประเมินผลสม่ำเสมอ
-ดูว่าต้นทุนลดลงหรือไม่
-วัดเวลาที่ประหยัดได้
-สำรวจความพึงพอใจของลูกค้า หรือทีมงานภายใน

สรุป

Milk Run ไม่ใช่แค่การขนส่งแบบประหยัด แต่เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเปลี่ยนระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ หากจัดการวางแผนดี ๆ ก็สามารถใช้กลยุทธ์นี้ได้

ใครทำงานคลังสินค้าหรือโลจิสติกส์ ลองพิจารณาใช้ Milk Run ดูนะครับ อาจช่วยให้ต้นทุนลดลง กำไรเพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว!

 

บทความจาก Warehouse No.1 เพจสำหรับคนรักงานคลังสินค้าและโลจิสติกส์

รูปภาพประกอบจาก ChatGPT

โดย พี่ปี


บทความที่เกี่ยวข้อง
Incoterms คืออะไร? ความสำคัญและการใช้งานในการค้าระหว่างประเทศ
ในการค้าระหว่างประเทศ สิ่งสำคัญที่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าทุกคนต้องเข้าใจให้ชัดเจนคือ เงื่อนไขการส่งมอบสินค้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ Incoterms (International Commercial Terms) ซึ่งเป็นข้อกำหนดสากลที่ใช้กำหนดความรับผิดชอบของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในด้านการขนส่งสินค้า ต้นทุน และความเสี่ยงต่าง ๆ
สีเขียว_สีเหลือง_น่ารัก_ภาพประกอบ_ปิดร้านค้า_Sorry_We_Are_Closed_Instagram_Post_.png BS Rut กองรถ
9 เม.ย. 2025
โลจิสติกส์ยั่งยืน: ขนส่งแบบลดคาร์บอน (Low-Carbon Transport) สำหรับธุรกิจส่งของ
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน มากขึ้น ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ต่างหันมาพิจารณาวิธีการที่ช่วย ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ของการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการจัดส่งพัสดุที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การปรับเข้าสู่ Low-Carbon Transport จึงไม่ใช่เพียง “ทางเลือก” แต่กลายเป็น “ความจำเป็น” ที่ช่วยสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน
สีเขียว_สีเหลือง_น่ารัก_ภาพประกอบ_ปิดร้านค้า_Sorry_We_Are_Closed_Instagram_Post_.png BS Rut กองรถ
29 ก.ย. 2025
Cross Docking: แนวทางลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วการส่งสินค้า
ในยุคที่การแข่งขันด้านความเร็วและต้นทุนในการขนส่งสินค้าเข้มข้นมากขึ้น "Cross Docking" กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่ ด้วยแนวคิดที่เน้นการลดเวลาการจัดเก็บสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้า Cross Docking จึงช่วยให้ธุรกิจสามารถส่งมอบสินค้าได้รวดเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันก็ลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
5 พ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้