เงินเฟ้อ inflation
อัพเดทล่าสุด: 3 เม.ย. 2025
479 ผู้เข้าชม

ที่มาของคำว่า "เงินเฟ้อ"
คำว่า "เงินเฟ้อ" (Inflation) มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน "inflatio" ซึ่งแปลว่า "การขยายตัว" คำนี้เริ่มถูกนำมาใช้ในเชิงเศรษฐศาสตร์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยในช่วงแรกหมายถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ แต่ในปัจจุบันคำว่าเงินเฟ้อถูกใช้เพื่ออธิบายภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความหมายของเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อหมายถึงการลดลงของมูลค่าของเงิน เนื่องจากระดับราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าและบริการในปริมาณเท่าเดิม โดยทั่วไป เงินเฟ้อสามารถวัดได้จาก ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) หรือ ดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index: PPI) ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาในระบบเศรษฐกิจ
สาเหตุของเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น:
เงินเฟ้อจากอุปสงค์ (Demand-Pull Inflation) เกิดจากความต้องการสินค้าหรือบริการที่เพิ่มขึ้น จนทำให้ราคาสูงขึ้น
เงินเฟ้อจากต้นทุน (Cost-Push Inflation) เกิดจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าจ้างหรือราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้นตามไปด้วย
เงินเฟ้อจากนโยบายการเงิน (Monetary Inflation) เกิดจากการขยายตัวของปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ เช่น การที่ธนาคารกลางพิมพ์เงินเพิ่มขึ้น
ผลกระทบของเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อมีทั้งผลกระทบในทางบวกและทางลบขึ้นอยู่กับระดับของเงินเฟ้อ
ผลกระทบเชิงบวก: ในบางกรณี เงินเฟ้อในระดับปานกลางสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการใช้จ่ายและการลงทุน
ผลกระทบเชิงลบ: หากเงินเฟ้อสูงเกินไป อำนาจซื้อของประชาชนจะลดลง ค่าครองชีพสูงขึ้น และอาจก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
วิธีการควบคุมเงินเฟ้อ
เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อสูงเกินไป รัฐบาลและธนาคารกลางมักใช้มาตรการต่าง ๆ เช่น:
นโยบายการเงิน (Monetary Policy) ปรับอัตราดอกเบี้ย หรือควบคุมปริมาณเงินในระบบ
นโยบายการคลัง (Fiscal Policy) ควบคุมรายจ่ายภาครัฐ หรือเพิ่มภาษีเพื่อลดการใช้จ่ายของประชาชน
การบริหารราคาสินค้า ออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าจำเป็นเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
เงินเฟ้อเป็นปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากมีการบริหารจัดการที่ดี เงินเฟ้อสามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ แต่หากปล่อยให้สูงเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน การทำความเข้าใจสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการควบคุมเงินเฟ้อจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งผู้บริโภค นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจ
คำว่า "เงินเฟ้อ" (Inflation) มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน "inflatio" ซึ่งแปลว่า "การขยายตัว" คำนี้เริ่มถูกนำมาใช้ในเชิงเศรษฐศาสตร์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยในช่วงแรกหมายถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ แต่ในปัจจุบันคำว่าเงินเฟ้อถูกใช้เพื่ออธิบายภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความหมายของเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อหมายถึงการลดลงของมูลค่าของเงิน เนื่องจากระดับราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าและบริการในปริมาณเท่าเดิม โดยทั่วไป เงินเฟ้อสามารถวัดได้จาก ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) หรือ ดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index: PPI) ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาในระบบเศรษฐกิจ
สาเหตุของเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น:
เงินเฟ้อจากอุปสงค์ (Demand-Pull Inflation) เกิดจากความต้องการสินค้าหรือบริการที่เพิ่มขึ้น จนทำให้ราคาสูงขึ้น
เงินเฟ้อจากต้นทุน (Cost-Push Inflation) เกิดจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าจ้างหรือราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้นตามไปด้วย
เงินเฟ้อจากนโยบายการเงิน (Monetary Inflation) เกิดจากการขยายตัวของปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ เช่น การที่ธนาคารกลางพิมพ์เงินเพิ่มขึ้น
ผลกระทบของเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อมีทั้งผลกระทบในทางบวกและทางลบขึ้นอยู่กับระดับของเงินเฟ้อ
ผลกระทบเชิงบวก: ในบางกรณี เงินเฟ้อในระดับปานกลางสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการใช้จ่ายและการลงทุน
ผลกระทบเชิงลบ: หากเงินเฟ้อสูงเกินไป อำนาจซื้อของประชาชนจะลดลง ค่าครองชีพสูงขึ้น และอาจก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
วิธีการควบคุมเงินเฟ้อ
เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อสูงเกินไป รัฐบาลและธนาคารกลางมักใช้มาตรการต่าง ๆ เช่น:
นโยบายการเงิน (Monetary Policy) ปรับอัตราดอกเบี้ย หรือควบคุมปริมาณเงินในระบบ
นโยบายการคลัง (Fiscal Policy) ควบคุมรายจ่ายภาครัฐ หรือเพิ่มภาษีเพื่อลดการใช้จ่ายของประชาชน
การบริหารราคาสินค้า ออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าจำเป็นเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
เงินเฟ้อเป็นปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากมีการบริหารจัดการที่ดี เงินเฟ้อสามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ แต่หากปล่อยให้สูงเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน การทำความเข้าใจสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการควบคุมเงินเฟ้อจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งผู้บริโภค นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจ
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
สินค้าดี แพ็คสวย แต่โดนรีวิว 1 ดาวเพราะพนักงานส่งของพูดจาแย่! รู้หรือไม่ว่า "มารยาทคนส่งของ" คือจุดชี้ชะตาภาพลักษณ์แบรนด์คุณ มาดูเหตุผลว่าทำไมการเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งที่ใส่ใจบริการอย่าง BS Express ถึงช่วยเพิ่มยอดซื้อซ้ำได้
21 ก.พ. 2026
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
20 ก.พ. 2026
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
19 ก.พ. 2026
Boss Jame ฝ่ายกองรถ


