แชร์

คลังสินค้าที่สร้างพลังงานเองได้ จากความร้อนของเครื่องจักรและหุ่นยนต์

ร่วมมือ.jpg เหมาคัน
อัพเดทล่าสุด: 20 ส.ค. 2025
312 ผู้เข้าชม

ในคลังสินค้าสมัยใหม่เต็มไปด้วยเครื่องจักร หุ่นยนต์ AMR/AGV และระบบอัตโนมัติที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ พลังงานความร้อน (Heat Energy) ที่ถูกปล่อยทิ้งออกมาโดยเปล่าประโยชน์

วันนี้ เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนคลังสินค้าธรรมดาให้กลายเป็น คลังพลังงาน ที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้


ความร้อนที่ไม่เคยถูกใช้ประโยชน์

หุ่นยนต์ที่วิ่งทั้งวัน มอเตอร์ปล่อยความร้อน
เครื่องจักรคัดแยกที่ทำงานหนัก อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ
แม้แต่หลอดไฟ LED และระบบคอมพิวเตอร์ ก็สร้าง ความร้อนสะสม
ทั้งหมดนี้คือ พลังงานทิ้ง ที่คลังสินค้าส่วนใหญ่ไม่เคยนำกลับมาใช้


เทคโนโลยีเปลี่ยนความร้อนเป็นไฟฟ้า

นักวิจัยและบริษัทโลจิสติกส์กำลังทดลองใช้ ระบบแปลงพลังงานความร้อน (Thermoelectric Generator) ที่สามารถดูดความร้อนจากเครื่องจักรและแปลงเป็นไฟฟ้าเพื่อนำกลับมาใช้ในระบบ

ความร้อนจากเครื่องจักร ถูกเก็บสะสมไว้ในแบตเตอรี่
พลังงานนี้สามารถนำไปเลี้ยง หุ่นยนต์, ระบบไฟ, หรือแม้แต่ชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้า ได้
บางคลังใช้ร่วมกับ โซลาร์เซลล์บนหลังคา กลายเป็นคลังที่แทบไม่ต้องซื้อไฟฟ้าจากภายนอก

ตัวอย่างจริงที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ว

Maersk Logistics ทดลองใช้ระบบเก็บพลังงานความร้อนจากศูนย์คัดแยก ช่วยลดค่าไฟลงกว่า 15% ต่อปี
Amazon ลงทุนติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียนในคลังสินค้า ใช้ความร้อนเหลือทิ้งควบคู่กับโซลาร์เซลล์ ทำให้บางแห่งสามารถดำเนินงานได้ด้วยพลังงานสะอาดเกือบ 100%

ทำไมธุรกิจถึงเริ่มหันมาสนใจ

ลดต้นทุนไฟฟ้า คลังสินค้าขนาดใหญ่ใช้ไฟมหาศาล การผลิตไฟเองช่วยประหยัดได้มาก
ความยั่งยืน (Sustainability) ตอบโจทย์ ESG และลดคาร์บอนฟุตพรินต์
พึ่งพาตัวเอง (Energy Independence) แม้ไฟดับหรือราคาพลังงานผันผวน คลังยังทำงานต่อได้

อนาคต: คลังที่เป็น โรงไฟฟ้า

ในอนาคต คลังสินค้าขนาดใหญ่จะไม่ได้เป็นแค่ที่เก็บสินค้า แต่จะเป็น โรงไฟฟ้าขนาดย่อม ที่ผลิตไฟฟ้าได้มากพอจนเหลือส่งกลับเข้าระบบ (เหมือนบ้านที่ติดโซลาร์รูฟแล้วขายไฟกลับให้การไฟฟ้า)
พูดอีกอย่าง ก็คือธุรกิจโลจิสติกส์อาจกลายเป็น ผู้ผลิตพลังงาน โดยไม่รู้ตัว

สรุปสั้น ๆ

คลังสินค้าที่สร้างพลังงานเองได้คือก้าวสำคัญของโลจิสติกส์ยุคใหม่ ที่ไม่เพียงแต่เก็บสินค้า แต่ยังเก็บ พลังงาน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน


บทความที่เกี่ยวข้อง
คลังเยอะ = ดีกว่าเสมอจริงหรือเปล่า?
มีคลังสินค้าหลายแห่งช่วยธุรกิจจริงไหม บทความนี้วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย และความเข้าใจผิดของการขยายคลังแบบไม่วางแผน
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
19 ม.ค. 2026
หายงงสักที! "น้ำหนักจริง" vs "น้ำหนักตามปริมาตร" ต่างกันยังไง? แล้วขนส่งเขาคิดเงินจากอันไหนกันแน่?
เคยสงสัยไหมครับ? เวลาส่งของชิ้นใหญ่ๆ แต่เบาหวิว อย่างเช่น ตุ๊กตาหมีตัวยักษ์ หรือหมอนข้าง พอนำไปส่งที่บริษัทขนส่ง กลับโดนคิดค่าส่งในราคาที่สูงจนน่าตกใจ! ทั้งที่น้ำหนักบนตาชั่งก็แค่นิดเดียว นี่คือจุดที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หรือผู้ส่งของมือใหม่หลายคนสับสนและคำนวณต้นทุนผิดพลาดมานักต่อนัก เพราะในโลกของโลจิสติกส์นั้น "น้ำหนักบนตาชั่ง ไม่ใช่น้ำหนักเดียวที่ใช้คิดเงิน" วันนี้ BS Transport จะพามาไขข้อข้องใจเรื่อง น้ำหนักจริง (Actual Weight) และ น้ำหนักตามปริมาตร (Volumetric Weight) ว่ามันคืออะไร และมีวิธีคิดเงินอย่างไร เพื่อให้คุณวางแผนการขนส่งได้อย่างชาญฉลาดครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
19 ม.ค. 2026
Multi-Warehouse Strategy ช่วยส่งเร็วขึ้นจริงไหม?
Multi-Warehouse Strategy ช่วยลดเวลาจัดส่งได้จริงหรือไม่ บทความนี้อธิบายหลักการ ข้อดี และเงื่อนไขที่ทำให้กลยุทธ์นี้ได้ผลจริง
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
19 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ