อัตราเงินเฟ้อในปี 2568: แนวโน้มและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
อัพเดทล่าสุด: 29 เม.ย. 2025
1601 ผู้เข้าชม

แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในปี 2568
ข้อมูลเบื้องต้นจากหลายสำนักคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อในปี 2568 จะยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แม้ว่าจะเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากช่วงก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
ในบริบทของประเทศไทย อัตราเงินเฟ้อที่สูงส่งผลหลายด้าน อาทิ:
แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อ แต่หลายฝ่ายยังมองว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสในการปรับตัวได้ดี หากมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม เช่น การส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง การสนับสนุนภาคเกษตรกรรมด้วยเทคโนโลยี และการเร่งพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดงาน
นอกจากนี้ การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และการเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดผลกระทบจากเงินเฟ้อ และสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตในระยะยาว
สรุป
ปี 2568 คือปีแห่งความท้าทายในการบริหารจัดการเงินเฟ้อ ไม่ว่าจะเป็นในระดับประเทศ ธุรกิจ หรือครัวเรือน การเข้าใจทิศทางของเงินเฟ้อ และเตรียมตัวให้พร้อมทั้งในด้านการเงินและการลงทุน จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถรับมือและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ข้อมูลเบื้องต้นจากหลายสำนักคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อในปี 2568 จะยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แม้ว่าจะเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากช่วงก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
- ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ที่ยังคงผันผวนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
- การปรับค่าแรงขั้นต่ำ ที่หลายประเทศ รวมถึงไทยเอง มีการปรับเพิ่มเพื่อรองรับค่าครองชีพที่สูงขึ้น
- ภาวะเงินเฟ้อฝังตัว (structural inflation) ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ
ในบริบทของประเทศไทย อัตราเงินเฟ้อที่สูงส่งผลหลายด้าน อาทิ:
- กำลังซื้อของประชาชนลดลง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น
- ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจสูงขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีความสามารถในการบริหารต้นทุนจำกัด
- นโยบายการเงินตึงตัว ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและการลงทุน
แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อ แต่หลายฝ่ายยังมองว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสในการปรับตัวได้ดี หากมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม เช่น การส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง การสนับสนุนภาคเกษตรกรรมด้วยเทคโนโลยี และการเร่งพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดงาน
นอกจากนี้ การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และการเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดผลกระทบจากเงินเฟ้อ และสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตในระยะยาว
สรุป
ปี 2568 คือปีแห่งความท้าทายในการบริหารจัดการเงินเฟ้อ ไม่ว่าจะเป็นในระดับประเทศ ธุรกิจ หรือครัวเรือน การเข้าใจทิศทางของเงินเฟ้อ และเตรียมตัวให้พร้อมทั้งในด้านการเงินและการลงทุน จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถรับมือและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในยุคที่ค่าโฆษณา (Paid Ads) บน Facebook, Google หรือ TikTok แพงขึ้นทุกวัน จนผู้ประกอบการหลายคนบ่นอุบว่า "ยิงแอดไปก็ไม่คุ้มทุน" จะดีกว่าไหมครับ? ถ้าคุณสามารถทำให้ลูกค้าวิ่งเข้าหาคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว
28 ม.ค. 2026
เคยมีคนบอกว่า "การทำธุรกิจให้รักษ์โลก (Eco-friendly) คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น" ...คำพูดนั้นอาจจะจริงเมื่อ 5 ปีก่อนครับ แต่สำหรับปี 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้ สมการทางธุรกิจได้เปลี่ยนไปแล้ว
28 ม.ค. 2026
ข้อมูลรั่วในโลจิสติกส์สร้างความเสียหายมากกว่าที่คิด ทั้งด้านต้นทุน ความเชื่อมั่น และการแข่งขัน บทความนี้อธิบายผลกระทบที่มองไม่เห็น
27 ม.ค. 2026
BS Rut กองรถ

Contact Center


BANKKUNG