รู้จัก Spot หุ่นยนต์น้องหมา ช่วยงานได้เกือบทุกประเภทโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากคน
อัพเดทล่าสุด: 13 ก.พ. 2025
429 ผู้เข้าชม

รู้จัก Spot หุ่นยนต์สุดเรียบง่าย แต่ครบวงจร
Spot เป็นหุ่นยนต์ 4 ขาลักษณะคล้ายสุนัข ผลิตโดยบริษัท Boston Dynamics หนึ่งในบริษัทแนวหน้าด้านวิทยาการหุ่นยนต์ของโลก
ปัจจุบันบริษัท Hyundai Motor Group เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Boston Dynamics ด้วยจำนวนสูงถึง 80%
โดยในปี 2020 บริษัท Hyundai มองว่าการสร้างระบบหุ่นยนต์อาจมีส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ จึงทุ่มเงินกว่า 921 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการเข้าซื้อ Boston Dynamics ครั้งนี้
บริษัทพัฒนา Spot มาจากแนวคิดที่อยากให้มันเป็น หุ่นยนต์อุตสาหกรรมครบวงจรที่ใช้งานง่ายและผู้ใช้เข้าใจการทำงานของมันได้ตั้งแต่แกะกล่อง เพื่อสามารถขายให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ ไม่ใช่แค่ในแวดวงวิชาการเท่านั้น
แต่ในช่วงแรกที่บริษัทสร้าง Spot ออกมามันยังใช้งานยาก เพราะผู้สร้างส่วนใหญ่เป็นวิศวกรที่มีความคิดที่ซับซ้อน จึงออกแบบมันให้ซับซ้อนตามไปด้วย
Boston Dynamics เลยต้องไปขอความช่วยเหลือจากบริษัท Rightpoint (บริษัทที่เชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้าง Customer Eexperience) มาช่วยพัฒนา Spot ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นและเหมาะสำหรับขายให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ
ปัจจุบันบริษัท Hyundai Motor Group เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Boston Dynamics ด้วยจำนวนสูงถึง 80%
โดยในปี 2020 บริษัท Hyundai มองว่าการสร้างระบบหุ่นยนต์อาจมีส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ จึงทุ่มเงินกว่า 921 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการเข้าซื้อ Boston Dynamics ครั้งนี้
บริษัทพัฒนา Spot มาจากแนวคิดที่อยากให้มันเป็น หุ่นยนต์อุตสาหกรรมครบวงจรที่ใช้งานง่ายและผู้ใช้เข้าใจการทำงานของมันได้ตั้งแต่แกะกล่อง เพื่อสามารถขายให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ ไม่ใช่แค่ในแวดวงวิชาการเท่านั้น
แต่ในช่วงแรกที่บริษัทสร้าง Spot ออกมามันยังใช้งานยาก เพราะผู้สร้างส่วนใหญ่เป็นวิศวกรที่มีความคิดที่ซับซ้อน จึงออกแบบมันให้ซับซ้อนตามไปด้วย
Boston Dynamics เลยต้องไปขอความช่วยเหลือจากบริษัท Rightpoint (บริษัทที่เชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้าง Customer Eexperience) มาช่วยพัฒนา Spot ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นและเหมาะสำหรับขายให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ
Spot ทำอะไรได้บ้าง
ความสามารถของ Spot อาจจะไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่การรวมความสามารถที่เรียบง่ายเอาไว้ คือจุดเด่นที่ทำให้มันเป็นหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์ Pain Point ให้กับผู้ใช้อย่างมาก ความสามารถพื้นฐานของมันเน้นไปที่ ความยืดหยุ่น คล่องตัว และว่องไว นี่จึงเป็นคำตอบว่าทำไมหุ่นยนต์ตัวนี้ถึงต้องเป็นน้องหมาสี่ขา
ยิ่งไปกว่านั้น Spot ยังถูกออกแบบมาให้สามารถเป็นผู้ช่วยในการตรวจตราสถานที่ทำงาน อย่างเช่น โรงงาน สถานที่ก่อสร้าง และห้องปฏิบัติการวิจัยว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ โดยมันจะรายงานวันที่ สภาพของสถานที่ หรือแม้แต่คาดการณ์เวลาที่อาจมีสถานการณ์อันตรายได้
นี่เป็นเพียงแค่ความสามารถพื้นฐานของหุ่นยนต์ตัวนี้เท่านั้น ซึ่ง Spot เมื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริมให้กับมันก็จะสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นอีก เช่น
นี่เป็นเพียงแค่ความสามารถพื้นฐานของหุ่นยนต์ตัวนี้เท่านั้น ซึ่ง Spot เมื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริมให้กับมันก็จะสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นอีก เช่น
-Spot Arm: แขนที่เชื่อมต่อบนส่วนหัว ซึ่งแขนของมันสามารถเคลื่อนไหวได้หลายวิธี จับยึดสิ่งของได้ดี และเอื้อมได้ไกลสุด 1 เมตร อุปกรณ์ตัวนี้ช่วยให้มันสามารถยกของที่มีน้ำหนักถึง 11 กิโลกรัม และลากของที่มีน้ำหนักถึง 25 กิโลกรัมได้ นอกจากนี้แขนยังแขนสามารถ เปิดประตูลูกบิด เปิดปิดสวิตช์ไฟได้ด้วย
-Spot CAM+: กล้องชนิดพิเศษที่นำมาต่อเข้ากับช่วงตัวของ Spot ใช้ในการตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ ที่อาจเป็นอันตราย กล้องสามารถจับภาพได้ทั้งในที่สว่างและที่มืด โดยจะมีกล้อง 2 ตัว ตัวแรกสามารสามารถมองเห็นได้รอบตัว 360° และตัวที่ 2 ซูมได้ถึง 30 เท่า นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟนและลำโพง ผู้ใช้จึงสามารถฟังสิ่งต่าง ๆ และพูดคุยกับคนที่อยู่ใกล้ ๆ Spot ได้
โปรเจกต์พิเศษที่ Spot ได้เข้าร่วม
ความสามารถพื้นฐานที่ตอบโจทย์ทำให้ Spot มีโอกาศได้ทำงานร่วมกับองค์กรสำคัญระดับโลกถึง 2 ที่ อย่าง NASA (องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ) และ MIT Media Lab ในโปรเจกพิเศษ ได้แก่
ความสามารถพื้นฐานที่ตอบโจทย์ทำให้ Spot มีโอกาศได้ทำงานร่วมกับองค์กรสำคัญระดับโลกถึง 2 ที่ อย่าง NASA (องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ) และ MIT Media Lab ในโปรเจกพิเศษ ได้แก่
1. ฝึก Spot สำรวจดาวอังคาร
Au-Spot หุ่นยนต์สุนัขที่ NASA พัฒนามาจาก Spot หุ่นยนต์ตัวนี้มีความคล่องแคล่ว ว่องไว NASA จึงคิดว่า Spot เหมาะมากที่จะใช้สำรวจดาวดาวอังคารเนื่องจาก Spot มีเซนเซอร์พิเศษที่ทำให้มันสามารถหลบสิ่งกีดขวาง ประมวลผลเลือกเส้นทางที่ดีกว่า มีการทรงตัวและการเคลื่อนไหวที่ยืดหยุ่นจึงสามารถเดินบนพื้นผิวขรุขระได้ และลุกขึ้นได้เองเมื่อมันล้ม และหุ่นยนต์สุนัขมีน้ำหนักเบาและเคลื่อนที่ได้เร็วกว่ารถแลนด์โรเวอร์ที่ใช้สำรวจอยู่ในปัจจุบันมาก
โดยมีทีม CoSTAR ได้ช่วยกันพัฒนา Au-Spot ขึ้นมา โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยในการสำรวจ เช่น เทคโนโลยี LiDAR (คลื่นแสงเลเซอร์ที่ส่งไปกระทบกับพื้นผิว เพื่อประมวลผลเป็นข้อมูลภาพ 3 มิติ), เทคโนโลยี AI เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถแยกแยะว่าสิ่งไหนน่าสนใจ และสิ่งไหนไม่จำเป็น ทำให้มันไม่เก็บข้อมูลมั่วซั่ว
ในการฝึกฝนทีม CoSTAR ให้ Spot ฝึกโดยใช้ในสถานที่ต่าง ๆ บนโลกที่มีลักษณะใกล้เคียงกับดาวอังคาร เช่น ถ้ำ อุโมงค์ พื้นที่กลางแจ้งที่ดูเหมือนดาวอังคาร
Au-Spot หุ่นยนต์สุนัขที่ NASA พัฒนามาจาก Spot หุ่นยนต์ตัวนี้มีความคล่องแคล่ว ว่องไว NASA จึงคิดว่า Spot เหมาะมากที่จะใช้สำรวจดาวดาวอังคารเนื่องจาก Spot มีเซนเซอร์พิเศษที่ทำให้มันสามารถหลบสิ่งกีดขวาง ประมวลผลเลือกเส้นทางที่ดีกว่า มีการทรงตัวและการเคลื่อนไหวที่ยืดหยุ่นจึงสามารถเดินบนพื้นผิวขรุขระได้ และลุกขึ้นได้เองเมื่อมันล้ม และหุ่นยนต์สุนัขมีน้ำหนักเบาและเคลื่อนที่ได้เร็วกว่ารถแลนด์โรเวอร์ที่ใช้สำรวจอยู่ในปัจจุบันมาก
โดยมีทีม CoSTAR ได้ช่วยกันพัฒนา Au-Spot ขึ้นมา โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยในการสำรวจ เช่น เทคโนโลยี LiDAR (คลื่นแสงเลเซอร์ที่ส่งไปกระทบกับพื้นผิว เพื่อประมวลผลเป็นข้อมูลภาพ 3 มิติ), เทคโนโลยี AI เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถแยกแยะว่าสิ่งไหนน่าสนใจ และสิ่งไหนไม่จำเป็น ทำให้มันไม่เก็บข้อมูลมั่วซั่ว
ในการฝึกฝนทีม CoSTAR ให้ Spot ฝึกโดยใช้ในสถานที่ต่าง ๆ บนโลกที่มีลักษณะใกล้เคียงกับดาวอังคาร เช่น ถ้ำ อุโมงค์ พื้นที่กลางแจ้งที่ดูเหมือนดาวอังคาร
2. ใช้คลื่นสมองสั่งการ Spot
นี่เรากำลังจะใช้พลังจิต สั่งหุ่นยนต์ได้แล้วจริง ๆ
โครงการ Ddog มีขึ้นเพื่อการใช้หุ่นยนต์ Spot ร่วมกับอุปกรณ์ Brain-Computer Interface (BCI) หรือเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์
นี่เรากำลังจะใช้พลังจิต สั่งหุ่นยนต์ได้แล้วจริง ๆ
โครงการ Ddog มีขึ้นเพื่อการใช้หุ่นยนต์ Spot ร่วมกับอุปกรณ์ Brain-Computer Interface (BCI) หรือเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์
Ddog เป็นโปรเจกที่พัฒนาต่อมาจากแอปพลิเคชัน Brain Switch ซึ่งเป็นระบบ BCI ที่เน้นช่วยเหลือให้ผู้ที่มีปัญหาทางร่างกาย เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง, บาดเจ็บไขสันหลัง, หรือโรคหลอดเลือดสมอง ให้สามารถสื่อสารกับคนรอบตัวได้
การสื่อสารผ่านคลื่นสมองจะต้องใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า AttentivU เป็นแว่นตาที่สามารถวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) และคลื่นไฟฟ้าจอตา (EOG) โดยจะเชื่อมต่อ Spot เข้ากับ AttentivU เมื่อผู้ป่วยสวมใส่แว่นตาหุ่นยนต์ก็จะสามารถเข้าใจและตอบสนองต่อความคิดความต้องการของพวกเขาได้
ซึ่งมันทำให้ Spot สามารถเป็นผู้ช่วยผู้ป่วยในการทำงานต่าง ๆ เช่น ถือของ ยกเก้าอี้ เปิดประตู และงานอื่น ๆ ตามความคิดหรือความต้องการของผู้ป่วย โดยที่พวกเขาไม่ต้องพูดออกมาสักคำ
การสื่อสารผ่านคลื่นสมองจะต้องใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า AttentivU เป็นแว่นตาที่สามารถวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) และคลื่นไฟฟ้าจอตา (EOG) โดยจะเชื่อมต่อ Spot เข้ากับ AttentivU เมื่อผู้ป่วยสวมใส่แว่นตาหุ่นยนต์ก็จะสามารถเข้าใจและตอบสนองต่อความคิดความต้องการของพวกเขาได้
ซึ่งมันทำให้ Spot สามารถเป็นผู้ช่วยผู้ป่วยในการทำงานต่าง ๆ เช่น ถือของ ยกเก้าอี้ เปิดประตู และงานอื่น ๆ ตามความคิดหรือความต้องการของผู้ป่วย โดยที่พวกเขาไม่ต้องพูดออกมาสักคำ
BY : Jim
ที่มา : https://techsauce.co/tech-and-biz/get-to-know-spot-boston-dynamics
บทความที่เกี่ยวข้อง
จะจ้างรถขนของแต่เลือกไม่ถูก? ระหว่าง "รถตู้ทึบ" กับ "รถคอก" ต่างกันยังไง แบบไหนกันฝน 100% แบบไหนขนได้เยอะกว่า บทความนี้มีคำตอบ พร้อมเทคนิคเลือกให้คุ้มค่าที่สุด
3 ก.พ. 2026
เวลาเราสั่งของออนไลน์ สิ่งที่เราทำคือกดสั่ง รอ... แล้วก็เซ็นรับของด้วยรอยยิ้ม แต่คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ในช่วงเวลาที่เรา "รอ" นั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
3 ก.พ. 2026
ในโรงงานอุตสาหกรรม "ตู้ควบคุมไฟฟ้า (Control Cabinet/MDB)" เปรียบเสมือนสมองและหัวใจที่สั่งการเครื่องจักรทั้งหมด ตู้ใบหนึ่งอาจมีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท!
แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ภายในตู้นั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ "เปราะบาง" อย่าง PLC, Inverter และแผงวงจรซับซ้อน ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจกับ "แรงสั่นสะเทือน" และ "ความชื้น"
หากขนส่งผิดวิธี แค่ตู้กระแทกเบาๆ หรือโดนละอองฝนเพียงนิดเดียว อาจทำให้อุปกรณ์ภายในรวน สายไฟหลวม หรือเกิดสนิมที่หน้าสัมผัส ส่งผลให้เมื่อไปถึงหน้างาน... ไฟไม่เข้า เครื่องไม่เดิน โปรเจกต์ล่าช้า และค่าเสียหายบานปลาย!
วันนี้ BS Transport จะมาเผยมาตรฐานการขนย้ายตู้ไฟและตู้ Control ฉบับมืออาชีพ ที่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอครับ
3 ก.พ. 2026
นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)


