แชร์

ทำความรู้จัก Dropshipping ขายของออนไลน์ไม่ต้องสต็อกสินค้า

noimageauthor นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)
อัพเดทล่าสุด: 5 มี.ค. 2025
986 ผู้เข้าชม
ในวงการขายของออนไลน์สมัยนี้ Dropshipping ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของระบบบริหารและจัดการคลังสินค้าที่ฮอตฮิตที่สุด เพราะเปิดโอกาสให้ธุรกิจ Ecommerce สามารถ outsource การจัดซื้อ จัดเก็บ และจัดส่งสินค้าไปให้ลูกค้าได้ครบ จึงเป็นระบบที่ดึงดูดผู้ประกอบการหน้าใหม่ เพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการธุรกิจ และยังมีเงินลงทุนไม่สูงนัก
 
แต่ด้วยความที่วงการ Ecommerce มีการแข่งขันสูง Dropshipping จึงอาจเหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่เริ่มต้นด้วยการขายสินค้าทั่วไป และมักแข่งขันกันด้วยราคา
 
Dropshipping คืออะไร
Dropshipping คือระบบที่ทำให้คุณสามารถจ้างคนนอกมาบริหารและจัดการคลังสินค้าเพื่อส่งต่อให้กับลูกค้าได้ คนนอกในที่นี้มักจะเป็นซัพพลายเออร์ ซึ่งจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของการผลิต จัดเก็บ และขนส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้า

ผู้ประกอบการ Ecommerce บางคนสนใจโมเดลธุรกิจออนไลน์นี้ เพราะ Dropshipping ช่วยลดค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการได้ ในบางกรณี
 
Dropshipping ทำงานอย่างไร
Dropshipping เป็นรูปแบบธุรกิจที่เปิดโอกาสให้คุณจ้างซัพพลายเออร์มาบริหารและจัดการสินค้า เมื่อลูกค้ากดสั่งซื้อสินค้า กระบวนการทำงานของ Dropshipping ก็มักจะเรียงตามลำดับต่อไปนี้

1. ซัพพลายเออร์ Dropshipping จัดหาหรือผลิตสินค้า
2. คุณทำข้อตกลงกับซัพพลายเออร์ Dropshipping
3. ซัพพลายเออร์ Dropshipping จัดเก็บสินค้าเข้าคลัง
4. คุณทำหน้าร้าน Ecommerce หรือเว็บไซต์ร้าน
5. ลูกค้าสั่งซื้อสินค้า
6. คุณดำเนินการชำระเงินจากลูกค้า
7. คุณส่งต่อคำสั่งซื้อให้กับบริการ Dropshipping
8. บริการ Dropshipping จัดเตรียมคำสั่งซื้อ
9. บริการ Dropshipping จัดส่งสินค้า
 
ตัวละครหลักในโมเดล Dropshipping
ผู้ขาย (Seller of Record)
ขั้นตอนการทำ Dropshipping เริ่มที่ตัวคุณ ในฐานะผู้ขายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค (Seller of Record หรือ SoR) โดยคุณจะเป็นผู้กำหนดราคาสินค้า บันทึกการสั่งซื้อในรูปแบบของรายได้ และรับผิดชอบด้านภาษีการขาย ต่อให้คุณจ้างคนนอกมาทำสต็อกและจัดส่งสินค้า คุณก็ยังคงอยู่ในฐานะของผู้ขายอยู่ดี เพราะคุณเป็นเจ้าของสินค้าก่อนที่จะถูกส่งไปสู่ลูกค้า
 
ผู้ขาย (Seller of Record)
ขั้นตอนการทำ Dropshipping เริ่มที่ตัวคุณ ในฐานะผู้ขายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค (Seller of Record หรือ SoR) โดยคุณจะเป็นผู้กำหนดราคาสินค้า บันทึกการสั่งซื้อในรูปแบบของรายได้ และรับผิดชอบด้านภาษีการขาย ต่อให้คุณจ้างคนนอกมาทำสต็อกและจัดส่งสินค้า คุณก็ยังคงอยู่ในฐานะของผู้ขายอยู่ดี เพราะคุณเป็นเจ้าของสินค้าก่อนที่จะถูกส่งไปสู่ลูกค้า
 
ผู้ผลิตสินค้า (Manufacturers)
ผู้ผลิตสินค้า คือ ผู้ที่ผลิตสินค้าขึ้นมาเพื่อขายต่อให้ผู้ค้าปลีกและค้าส่ง คุณสามารถสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตได้ แต่การซื้อสินค้าจำนวนมากอาจเป็นอุปสรรคในการขยายธุรกิจออนไลน์ของคุณ นอกจากนี้ ผู้ผลิตสินค้าบางเจ้าก็มีบริการ Dropshipping ให้เช่นกัน
 
ผู้ค้าส่ง (Wholesalers)
ตามปกติของห่วงโซ่ Product Supply Chain ผู้ค้าส่งมักสั่งซื้อสินค้ามาจากผู้ผลิตสินค้า และขายต่อให้กับผู้ค้าปลีกในราคาที่สูงกว่าเดิมเล็กน้อย โดยผู้ค้าส่งจะทำหน้าที่เหมือนพ่อค้าคนกลาง เนื่องจากจะไม่ขายของให้กับผู้บริโภคโดยตรง แต่อาจให้บริการ Dropshipping แก่ผู้ค้าปลีกแทน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
BY : Jim
ที่มา : https://sell.amazon.co.th/blogs/2021/what-is-dropshipping

บทความที่เกี่ยวข้อง
AMR กับ AGV แบบไหนตอบโจทย์ธุรกิจมากกว่ากัน
การเลือกใช้ AMR หรือ AGV ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละธุรกิจ เช่น ประเภทของงานที่ต้องทำ ขนาดของพื้นที่ ความซับซ้อนของกระบวนการผลิต และงบประมาณ
14 ก.ย. 2024
พนักงานไม่ได้หายไป แต่บทบาทเปลี่ยน เมื่อ RPA เข้ามาในโลจิสติกส์
RPA ไม่ได้แย่งงานพนักงานโลจิสติกส์ แต่เปลี่ยนบทบาทจากงานซ้ำ เป็นงานวิเคราะห์และบริหาร บทความนี้อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
26 ม.ค. 2026
ประโยชน์ของ e-Production Run Card
ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเห็นข้อมูลได้ตลอดเวลา จึงสามารถแก้ปัญหาในการสื่อสารการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7 ส.ค. 2024
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้