แชร์

กลยุทธ์ Flanker Brand ออกแบรนด์ใหม่เพื่อยึดตลาด

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.พ. 2025
1108 ผู้เข้าชม

กลยุทธ์ Flanker Brand ออกแบรนด์ใหม่เพื่อยึดตลาด

 

Flanker Brand หรือ แบรนด์ลูก คือกลยุทธ์ทางการตลาดที่บริษัทใหญ่ๆ นำมาใช้ โดยการสร้างแบรนด์ใหม่ที่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกันกับแบรนด์หลัก แต่มีจุดเด่นและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด

 

ทำไมต้องใช้กลยุทธ์ Flanker Brand?

  • ขยายฐานลูกค้า: สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่มีรสนิยมและความต้องการที่แตกต่างกัน
  • เพิ่มส่วนแบ่งการตลาด: ช่วยให้บริษัทครอบคลุมตลาดได้มากขึ้น
  • ป้องกันคู่แข่ง: สามารถใช้แบรนด์ลูกในการแข่งขันกับแบรนด์คู่แข่งโดยตรง
  • สร้างความหลากหลาย: ทำให้บริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุม
  • ป้องกันแบรนด์หลัก: ในกรณีที่แบรนด์ลูกประสบความล้มเหลว จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์หลัก

 

ตัวอย่างของ Flanker Brand

  • โค้กและโค้ก ไลท์: โค้ก ไลท์ เป็น Flanker Brand ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล
  • Toyota Vios และ Toyota Camry: ทั้งสองรุ่นเป็นรถยนต์ของ Toyota แต่มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและราคาที่แตกต่างกัน

 

ข้อดีของ Flanker Brand

  • เพิ่มยอดขาย: สามารถเพิ่มยอดขายโดยรวมของบริษัทได้
  • สร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์: ทำให้แบรนด์มีพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย
  • ลดความเสี่ยง: การเปิดตัวแบรนด์ใหม่จะช่วยลดความเสี่ยงในการพึ่งพาผลิตภัณฑ์หลักเพียงอย่างเดียว

 

ข้อควรระวังในการใช้กลยุทธ์ Flanker Brand

  • การวางตำแหน่งแบรนด์: ต้องวางตำแหน่งแบรนด์ใหม่ให้ชัดเจน เพื่อให้แตกต่างจากแบรนด์หลักและแบรนด์คู่แข่ง
  • การสื่อสาร: ต้องสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างแบรนด์หลักและแบรนด์ลูก
  • การลงทุน: การสร้างแบรนด์ใหม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
  • การจัดการแบรนด์: ต้องมีการวางแผนการจัดการแบรนด์ทั้งสองอย่างให้สอดคล้องกัน

 

กลยุทธ์ Flanker Brand เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังในการขยายธุรกิจและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด อย่างไรก็ตาม การนำกลยุทธ์นี้ไปใช้ต้องมีการวางแผนและวิเคราะห์อย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เลิก "เดา" แล้วใช้ "ข้อมูล"! เจาะลึก Big Data: เปลี่ยน "ประวัติการขนส่ง" ให้เป็นแผนสั่งของที่แม่นยำราวจับวาง
คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้ไหมครับ? "สั่งของมาตุนไว้เยอะเกินไปจนล้นโกดัง เพราะกลัวของขาด" "กะเวลาของเข้าพลาด รถติด ของมาส่งไม่ทัน ไลน์ผลิตต้องหยุดชะงัก" "ช่วงโปรโมชั่นขายดีมาก แต่สั่งรถขนส่งไม่ทัน เพราะไม่ได้จองล่วงหน้า" ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการบริหารจัดการแบบ "ใช้สัญชาตญาณ" (Gut Feeling) ครับ แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่มี "ข้อมูล" (Data) มากที่สุด วันนี้ BS Transport จะพาคุณไปดูว่า กองเอกสารและประวัติการขนส่งที่คุณมีอยู่ในมือ (ที่เรียกว่า Big Data) สามารถเปลี่ยนเป็น "คัมภีร์" ที่ช่วยให้คุณวางแผนสั่งของล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำได้อย่างไร?
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
26 ม.ค. 2026
"โปรโมชั่น 9.9 / 11.11: เตรียมทีมแพ็คและรถขนส่งยังไง ไม่ให้ออเดอร์ตกค้าง"
ยอดขายปังแต่พังเพราะส่งช้า! เตรียมร้านให้พร้อมรับมือเทศกาล 9.9 และ 11.11 ด้วยเทคนิคจัดการสต็อก วางแผนทีมแพ็ค และจองรถขนส่งล่วงหน้ากับ BS Express ปิดจบทุกปัญหาออเดอร์ล้น
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
24 ม.ค. 2026
AI as Your Marketing Assistant: 5 คำสั่ง (Prompts) ลับที่จะช่วยคุณร่างแผนการตลาดรายเดือนใน 10 นาที
คุณเคยนั่งจ้องหน้าจอมืดๆ แล้วถามตัวเองไหมครับว่า "เดือนหน้าจะโพสต์อะไรดี?" หรือ "จะจัดโปรโมชั่นอะไรให้ลูกค้าตื่นเต้น?"
ร่วมมือ.jpg Contact Center
24 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ