แชร์

Brand Awareness คืออะไร พร้อมเคล็ดลับสร้างการรับรู้แบรนด์

อัพเดทล่าสุด: 10 ต.ค. 2024
1121 ผู้เข้าชม

Brand Awareness คืออะไร พร้อมเคล็ดลับสร้างการรับรู้แบรนด์


Brand Awareness คืออะไร

Brand Awareness คือ ความตระหนักรู้เกี่ยวกับแบรนด์ในหมู่ผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการสร้างแบรนด์ แสดงถึงความสามารถของผู้คนในการจดจำ และระลึกถึงแบรนด์ในด้านต่าง ๆ เช่น โลโก้ ผลิตภัณฑ์ หรือโฆษณา ทั้งนี้ การมี Brand Awareness ที่สูงหมายความว่า ลูกค้าจะนึกถึงแบรนด์ของคุณก่อนเป็นอันดับแรก ๆ เมื่อพวกเขาพิจารณาซื้อสินค้าหรือบริการในหมวดหมู่นั้น


Brand Awareness มีกี่ระดับ

Unaware of Brand

ระดับที่ผู้บริโภคไม่รู้จักสินค้าและบริการของคุณ และไม่เคยได้ยินชื่อแบรนด์ของคุณมาก่อน แน่นอนว่าหากจะเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายกลุ่มนี้ คุณควรศึกษาข้อมูลของพวกเขาให้ดี รวมถึงศึกษาแบรนด์ที่มักจะครองใจพวกเขาด้วย


Brand Recognition

ในระดับนี้ คือระดับที่ผู้บริโภคเริ่มจดจำโลโก้แบรนด์ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของโลโก้แบรนด์ได้ อาจเกิดจากการเคยเห็นโฆษณา หรือเคยเห็นโพสต์ของแบรนด์บนหน้าฟีด อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคในระดับนี้จะยังไม่ทราบว่า สินค้าและบริการของคุณมีจุดเด่นอะไร หรือต่างกับแบรนด์อื่น ๆ อย่างไร


Brand Recall

ในระดับนี้ ผู้บริโภคจะสามารถระลึกถึงโลโก้แบรนด์ได้เป็นอย่างดี โดยไม่ต้องมีตัวช่วยใด ๆ อาจเกิดจากการเห็นโฆษณาของแบรนด์บ่อยครั้ง หรือจัดชื่อแบรนด์อยู่ในกลุ่มของสินค้าที่ตัวเองคุ้นเคย ดังนั้น การเข้าหาลูกค้ากลุ่มนี้จึงมีโอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก


Top of Mind

ถือเป็นระดับสูงสุดของการสร้าง Brand Awareness เพราะไม่เพียงลูกค้าจะจดจำทั้งชื่อและโลโก้ของแบรนด์ได้ แต่ยังคิดถึงแบรนด์ของคุณเป็นอันดับแรกเสมอ เมื่อนึกถึงสินค้าและบริการประเภทเดียวกัน


Brand Awareness สำคัญต่อการสร้างแบรนด์อย่างไร

Brand Awareness มีความสำคัญต่อการสร้างแบรนด์ในหลาย ๆ ด้าน เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญในการกำหนดความสำเร็จของแบรนด์ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดยเราสามารถสรุปความสำคัญของ Brand Awareness ที่มีต่อการสร้างแบรนด์ได้ดังนี้

  • เพิ่มการรับรู้และความไว้วางใจ: เมื่อลูกค้ารับรู้และคุ้นเคยกับแบรนด์ของคุณ พวกเขามีแนวโน้มที่จะเชื่อถือและรู้สึกดีต่อแบรนด์นั้นมากขึ้น
  • สร้างความเป็นผู้นำในตลาด: แบรนด์ที่มีระดับการรับรู้สูงมักจะถูกมองว่าเป็นผู้นำในหมวดหมู่นั้น ซึ่งความเป็นผู้นำนี้ช่วยให้แบรนด์มีอำนาจต่อรองที่ดีกว่าในการจัดการกับผู้จำหน่ายและช่องทางจำหน่าย
  • รับรองความเชื่อมั่นในการซื้อ: ผู้บริโภคมักจะซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่พวกเขารู้จักและรู้สึกสบายใจ ซึ่งการมี Brand Awareness ที่แข็งแกร่งจึงช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและสามารถเพิ่มยอดขายได้
  • ลดต้นทุนการได้มาของลูกค้า : แบรนด์ที่มีการรับรู้สูงไม่ต้องใช้เงินมากมายในการดึงดูดลูกค้าใหม่ เนื่องจากชื่อเสียงและการรับรู้ที่มีอยู่แล้วช่วยลดความจำเป็นในการโฆษณาอย่างหนัก
  • ช่วยในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่: เมื่อแบรนด์มี Brand Awareness มากพอ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่จะง่ายขึ้น เนื่องจากลูกค้ามีความเต็มใจที่จะทดลองหรือยอมรับผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบรนด์ที่พวกเขาไว้วางใจ


เทคนิคการสร้างBrand Awareness ให้ได้ผลสำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัว!!


1. ฝึกวาง Brand Positioning

Brand Positioning คือการกำหนดตำแหน่งของแบรนด์ในตลาด โดยเทียบกับคู่แข่งที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกัน การฝึกวางตำแหน่งแบรนด์เช่นนี้จะทำให้คุณเห็นภาพชัดขึ้นว่า สำหรับผู้บริโภคแล้วแบรนด์ของคุณอยู่ตรงไหน และผู้บริโภคมีแนวโน้มจะเลือกคุณหรือคู่แข่งมากกว่า เมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ราคา โลเคชัน หรือคุณภาพสินค้า


2. นำเสนอความเป็นแบรนด์ให้ชัดเจน ผ่านงาน Copywriting

แนะนำให้คิดคำ สโลแกน หรือ Copywriting ที่ทรงพลัง และบ่งบอกความเป็นแบรนด์อย่างชัดเจน ทั้งจุดเด่น ประโยชน์ อัตลักษณ์ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นแล้วสามารถจดจำได้ทันที


3. ใช้ฟอนต์ สี โลโก้ และถ้อยคำที่สอดคล้องกัน

การออกแบบตราสินค้ามีพลังในการสร้าง Brand Awareness ค่อนข้างมาก เพราะเป็นสิ่งแรก ๆ เกี่ยวกับแบรนด์ที่ผู้บริโภคจะสามารถจำได้ ดังนั้น แนะนำให้ใช้สีสันที่สะดุดตา ประกอบกับงานอาร์ต และตัวฟอนต์ ที่ไปด้วยกันได้กับสีประจำแบรนด์


4. ทำให้ตราสินค้าไปปรากฏอยู่ในหลาย ๆ ช่องทาง

ในช่วงที่คุณกำลังสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก แนะนำให้พยายามเผยแพร่ตราสินค้าให้กระจายตามช่องทางต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Social Media ทุก ๆ แพลตฟอร์ม การใช้ Influencer หรือการโฆษณาแบบ Out Of Home เพื่อให้คนจดจำชื่อแบรนด์และโลโก้ได้ก่อน


ขอบคุณข้อมูล: https://thedigitaltips.com/blog/marketing/what-is-brand-awareness/

By: Bank


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทักษะที่ต้องมีของ "Logistics Manager" ในปี 2026: แค่เชี่ยวชาญเส้นทางยังไม่พอ
หากย้อนกลับไปเมื่อ 5-10 ปีก่อน คุณสมบัติของ Logistics Manager ที่เก่ง อาจวัดกันที่ความจำแม่นว่า "ซอยนี้รถหกล้อเข้าได้ไหม" หรือ "ส่งของไปภูเก็ตต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
30 ม.ค. 2026
FCL vs LCL: ส่งแบบเหมาตู้กับแชร์ตู้ ต่างกันอย่างไรและแบบไหนประหยัดกว่า?
สำหรับผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก หรือพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องขนส่งสินค้าจำนวนมาก คำถามยอดฮิตที่มักจะเกิดขึ้นเสมอเมื่อต้องติดต่อ Freight Forwarder หรือบริษัทขนส่งคือ "จะส่งแบบ FCL หรือ LCL ดี?"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
30 ม.ค. 2026
เลิก "เดา" แล้วใช้ "ข้อมูล"! เจาะลึก Big Data: เปลี่ยน "ประวัติการขนส่ง" ให้เป็นแผนสั่งของที่แม่นยำราวจับวาง
คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้ไหมครับ? "สั่งของมาตุนไว้เยอะเกินไปจนล้นโกดัง เพราะกลัวของขาด" "กะเวลาของเข้าพลาด รถติด ของมาส่งไม่ทัน ไลน์ผลิตต้องหยุดชะงัก" "ช่วงโปรโมชั่นขายดีมาก แต่สั่งรถขนส่งไม่ทัน เพราะไม่ได้จองล่วงหน้า" ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการบริหารจัดการแบบ "ใช้สัญชาตญาณ" (Gut Feeling) ครับ แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่มี "ข้อมูล" (Data) มากที่สุด วันนี้ BS Transport จะพาคุณไปดูว่า กองเอกสารและประวัติการขนส่งที่คุณมีอยู่ในมือ (ที่เรียกว่า Big Data) สามารถเปลี่ยนเป็น "คัมภีร์" ที่ช่วยให้คุณวางแผนสั่งของล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำได้อย่างไร?
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
26 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ