แชร์

OEE คืออะไร? คำนวณอย่างไร ทำไมจึงสำคัญกับอุตสาหกรรม

อัพเดทล่าสุด: 27 พ.ย. 2024
948 ผู้เข้าชม
OEE คืออะไร ทำไมถึงต้องรู้จัก
  Overall Equipment Effectiveness (OEE): ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร คือวิธีการคำนวณความสามารถในการทำงานทั้งหมดของเครื่องจักรภายในโรงงาน โดยอ้างอิงจากปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและสรุปออกมาเป็นตัวเลข

โดยการคำนวณ OEE จะมีส่วนประกอบหลัก 3 อย่าง คือ

-อัตราการเดินเครื่องจักร (Availability)
-ประสิทธิภาพของเครื่องจักร (Performance Efficiency)
-อัตราคุณภาพ (Quality Rate)

  ซึ่งส่วนประกอบ 3 อย่างนี้ก็จะมีปัจจัยแยกย่อยลงไป เพื่อให้การคำนวณนั้นตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นภายในโรงงานมากที่สุด

อัตราการเดินเครื่อง (Availability) = 90%
ประสิทธิภาพการเดินเครื่อง (Performance Rate) = 95%
อัตราคุณภาพ (Quality Rate) = 99%

   ดังนั้น ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักรอุปกรณ์ (OEE) = 0.90 x 0.95x 0.99 x 100 = 85%
ซึ่งค่านี้ไม่ใช่เกณฑ์ที่บังคับใช้ สามารถกำหนดเป้าหมายให้เหมาะสมกับโรงงานได้ แต่บริษัทที่ได้รับรางวัล PM ส่วนใหญ่ ล้วนมีค่าประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักรอุปกรณ์ (OEE) สูงกว่า 85% ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามการปรับปรุงค่า OEE ควรจะมีทีมเฉพาะกิจขึ้นมาคิดคำนวณ และตั้งเป้าหมาย รวมถึงการวางกลยุทธ์ ทั้งนี้เพื่อการปรับปรุงไปในทางเดียวกันทั้งโรงงาน

การคำนวณ OEE
    สำหรับการคำนวณ OEE ทางผู้ประกอบการจำเป็นต้องแยก Factor ย่อยๆ ของ OEE ออกมาก่อน แล้วจึงนำไปเข้าสูตรการคำนวณ OEE โดยมีรายละเอียดดังนี้

OEE = อัตราเดินเครื่องจักร x ประสิทธิภาพการเดินเครื่อง x อัตราคุณภาพ

อัตราการเดินเครื่องจักร (Availability)

อัตราการเดินเครื่องจักร = เวลาเดินเครื่องจักร/เวลารับภาระงาน

เวลาเดินเครื่องจักร = เวลารับภาระงาน เวลาในการหยุดเดินเครื่องจักร

เวลารับภาระงาน = เวลาทำงานทั้งหมด-เวลาหยุดตามแผนงาน

ตัวอย่างการหาอัตราเดินเครื่องจักร
   เครื่องจักรในโรงงานตัวหนึ่งมีเวลาทำงานทั้งหมด 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีการหยุดตามแผนงานสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง มีเวลาสูญเสียจากการที่เครื่องจักรหยุด 2 ชั่วโมง ใน 1 สัปดาห์อัตราการเดินเครื่องจักรจะเป็นเท่าใด
แทนค่าตัวแปร
เวลารับภาระงาน = เวลาทำงานทั้งหมด เวลาหยุดตามแผนงาน
= 36-4
= 32 ชั่วโมง

เวลาเดินเครื่องจักร = เวลารับภาระงาน เวลาในการหยุดเดินเครื่องจักร
= 32-2
= 30

อัตราการเดินเครื่องจักร = เวลาเดินเครื่องจักร/เวลารับภาระงาน
= 30/32
= 93.75%

ประสิทธิภาพการเดินเครื่องจักร (Performance Efficiency)
   การคำนวณประสิทธิภาพการเดินเครื่องจักรสามารถคำนวณได้ 2 แบบ โดยอ้างอิงจากเวลาในการใช้ตัวแปรด้านเวลาเพื่อคำนวณ หรือการคำนวณจากการผลิตชิ้นงาน โดยจะมีรายละเอียดดังนี้
การคำนวณประสิทธิภาพโดยคิดจากเวลา
ประสิทธิภาพในการเดินเครื่องจักร = (เวลาเดินเครื่องทั้งหมด เวลาในการหยุดเดินเครื่องจักร)/เวลาเดินเครื่องทั้งหมด
การคำนวณประสิทธิภาพโดยคิดจากการผลิตชิ้นงาน
ประสิทธิภาพการเดินเครื่องจักร = จำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้/จำนวนชิ้นงานที่ควรผลิตได้ตามมาตรฐาน

ตัวอย่างการหาประสิทธิภาพการเดินเครื่องจักร
   เวลาทำงานของเครื่องจักรเครื่องหนึ่ง มีการใช้เวลาทำงานจริงทั้งหมด 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งในช่วงเวลาการทำงานนั้นมีการหยุดทำงานเครื่องจักรไป 10 ชั่วโมง ประสิทธิภาพการเดินเครื่องจักรนี้คิดเป็นเท่าใด
แทนค่าตัวแปร
ประสิทธิภาพในการเดินเครื่องจักร = (เวลาเดินเครื่องทั้งหมด เวลาในการหยุดเดินเครื่องจักร)/เวลาเดินเครื่องทั้งหมด
= (48-10)/48
= 79%

อัตราคุณภาพ (Quality Rate)
   การคำนวณอัตราคุณภาพ เป็นอีกตัวแปรที่สามารถผ่านการคำนวณได้ 2 รูปแบบ รูปแบบแรกคือการหาอัตราคุณภาพผ่านตัวแปรด้านเวลา ส่วนอีกรูปแบบคือการหาอัตราคุณภาพผ่านชิ้นงานที่ผลิตได้ โดยมีการคำนวณดังนี้
การหาอัตราคุณภาพโดยคิดจากเวลา
เวลาเดินเครื่องที่เกิดมูลค่า = เวลาเดินเครื่องสุทธิ เวลาที่เสียไปจากการผลิตของเสีย
อัตราคุณภาพ = เวลาเดินเครื่องที่เกิดมูลค่า/เวลาเดินเครื่องสุทธิ
การหาอัตราคุณภาพโดยคิดจากสิ่งที่ผลิต
อัตราคุณภาพ = (จำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้-จำนวนชิ้นงานเสีย)/จำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้

ตัวอย่างการหาอัตราคุณภาพ
   เครื่องจักรเครื่องหนึ่ง สามารถผลิตผลงานได้ 500 ชิ้นต่อวัน โดยมีงานที่เสียจำนวน 50 ชิ้น อัตราคุณภาพของเครื่องจักรนี้จะเป็นเท่าใด
แทนค่าตัวแปร
อัตราคุณภาพ = (จำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้-จำนวนชิ้นงานเสีย)/จำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้
= (500-50)/500
= 90%

การคิด OEE
   สมมติโจทย์ โดยคิดจากการทำงานของเครื่องจักรในตัวอย่าง อัตราเดินเครื่องจักร ประสิทธิภาพการเดินเครื่องจักร และอัตราคุณภาพของเครื่องจักร

OEE = อัตราเดินเครื่องจักร x ประสิทธิภาพการเดินเครื่อง x อัตราคุณภาพ

= 93.75% * 79% *90%

= 66%

สรุปบทความ
   OEE ถือเป็นอีกหนึ่งการคำนวณสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย และภายในการคำนวณนั้นยังสามารถแบ่งส่วนประกอบย่อยๆ ออกมา เพื่อตรวจสอบการทำงานได้อีกด้วย ซึ่งการใช้ OEE ให้ดีที่สุดนั้น ต้องมีการเก็บข้อมูลที่ครบถ้วน และการคำนวณที่ถูกต้อง















BY : Jim


บทความที่เกี่ยวข้อง
Is AI Overrated? เจาะลึกความจริง AI ในงานโลจิสติกส์และตลาด ช่วยงานได้จริงหรือแค่ราคาคุย?
ช่วงปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ได้ยินแต่คำว่า "AI" (ปัญญาประดิษฐ์) จนหลายคนเริ่มเอียนและตั้งคำถามว่า "สรุปแล้วมันเก่งจริง หรือเป็นแค่กระแสการตลาดที่ปั่นราคากันแน่?"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
24 ม.ค. 2026
Visibility in Supply Chain: ทำไมระบบการติดตามสินค้า (Tracking) ถึงสำคัญกว่าที่คุณคิด
เคยไหมครับ? ส่งของไปแล้วเหมือนส่งลง "หลุมดำ" ไม่รู้ว่าของถึงไหน จะถึงเมื่อไหร่ พอลูกค้าโทรมาถามก็ตอบไม่ได้ ได้แต่บอกว่า "เดี๋ยวเช็กให้นะครับ"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
23 ม.ค. 2026
The Power of Word of Mouth: ทำอย่างไรให้ลูกค้า "บอกต่อ" จนเป็นกระแสโดยไม่ต้องจ้าง Influencer
วันนี้เราจะมาเผยเคล็ดลับว่า ทำอย่างไรให้สินค้าและบริการของคุณดีจนลูกค้าทนไม่ไหว ต้องรีบไปสะกิดเพื่อนให้มาซื้อตาม โดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินจ้าง Influencer สักบาทเดียว!
ร่วมมือ.jpg Contact Center
22 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ