แชร์

FTL กับ LTL คืออะไร เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

อัพเดทล่าสุด: 27 ส.ค. 2024
1532 ผู้เข้าชม

     การเลือกรูปแบบการขนส่งสินค้าที่เหมาะสมและแม่นยำ สามารถช่วยผู้ประกอบการจัดการต้นทุน และเพิ่มผลกำไร สร้างจุดแข็งในการแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างมาก การเลือกการขนส่งที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับปริมาณสินค้า ระยะทางขนส่ง และระดับความรวดเร็วในการขนส่งที่ต้องการ จึงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ผู้ประกอบการต้องขนส่งสินค้าให้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ด้วยปริมาณและประเภทสินค้าที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละธุรกิจ ผู้ให้บริการขนส่งจึงมีรูปแบบการขนส่งที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งเต็มคัน (FTL) และการขนส่งไม่เต็มคัน (LTL) โดยแต่ละรูปแบบมีวิธีการส่ง ระยะเวลาขนส่ง ค่าใช้จ่าย รวมถึงข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ผู้ประกอบการจึงควรทำความเข้าใจรูปแบบการขนส่งทั้ง 2 ประเภท เพื่อพิจารณาเลือกใช้บริการให้เหมาะสมที่สุดกับกับธุรกิจ


FTL คืออะไร

การขนส่งเต็มคันหรือเหมาคัน (FTL Full Truck Load) 

     FTL คือ บริการขนส่งสินค้าแบบเต็มคันหรือเหมาคันรถ บรรทุกและจัดส่งของของผู้ใช้บริการเจ้าเดียวเท่านั้น เป็นการขนส่งของโดยตรงจากจุดรับไปยังจุดส่ง และสามารถจัดส่งของได้ทันที สินค้าไม่มีการเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะระหว่างทางและไม่มีการแวะเข้าศูนย์กระจายสินค้าหรือคลังสินค้า การขนส่งรูปแบบนี้ตอบโจทย์การขนส่งของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจที่มีการขนส่งสินค้าปริมาณมากต่อครั้ง โดยผู้ให้บริการส่วนมากจะให้บริการด้วยรถบรรทุก 4 ล้อ 6 ล้อ ไปจนถึงรถ 10 ล้อ และผู้ให้บริการมักคิดค่าขนส่งตามระยะทางขนส่ง จึงมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าต่อการขนส่งสินค้าปริมาณมาก และสามารถจัดส่งของได้อย่างรวดเร็ว

ข้อดีของการขนส่งแบบ FTL

  • ขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่เสียเวลาแวะส่งสินค้าของลูกค้าอื่นๆ และสามารถกำหนดเส้นทางการขนส่งเพื่อการขนส่งที่แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น

  • ส่งของได้แบบ door-to-door หรือขนส่งตรงจากจุดรับไปยังจุดส่ง

  • ประหยัดและคุ้มค่าเมื่อต้องขนส่งสินค้าปริมาณมาก

  • กรณีที่ส่งของขนาดเล็กหรือกลาง เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการขนส่งสูง

  • ขนส่งสินค้าได้อย่างปลอดภัย เพราะเป็นการขนส่งสินค้าจากจุดรับไปยังจุดส่ง ไม่มีการแวะที่จุดพักสินค้า หรือเปลี่ยนยานพาหนะระหว่างเส้นทาง ทำให้ลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายหรือสูญหายได้ดี

ข้อจำกัดของการขนส่งแบบ FTL

  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเมื่อขนส่งสินค้าปริมาณน้อย เนื่องจากผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งของเต็มคันรถแต่เพียงเจ้าเดียว ไม่มีการแบ่งค่าขนส่งกับธุรกิจรายอื่น


LTL คืออะไร

การขนส่งไม่เต็มคัน (LTL Less than Truck Load) 

     LTL คือ บริการขนส่งแบบไม่เต็มคันรถหรือส่งของแบบรายชิ้น เป็นการขนส่งสินค้าของหลายๆ เจ้าในการขนส่ง ต่อเที่ยว ทำให้มีค่าขนส่งที่ถูก ค่าใช้จ่ายมักคิดตามขนาดสินค้า และจำนวนชิ้นที่ขนส่ง เหมาะกับธุรกิจรายย่อยที่ต้องขนส่งสินค้าในปริมาณน้อย หรือต้องการขนส่งสินค้ารายชิ้นไปยังจุดส่งต่างๆ สินค้าอาจถูกรวบรวมไว้ที่ศูนย์กระจายสินค้าก่อน แล้วนำไปจัดส่งเมื่อมีจำนวนสินค้ามากพอเพื่อขนส่งไปยังจุดส่งเดียวกัน การขนส่งรูปแบบนี้สามารถช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งได้ เพราะผู้ประกอบการไม่ต้องแบกรับค่าขนส่งทั้งหมด แค่จ่ายตามปริมาณสินค้าที่ต้องจัดส่งเท่านั้น

ข้อดีของการขนส่งแบบ LTL

  • ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เพราะสามารถจ่ายตามขนาดและจำนวนสินค้าที่ต้องส่ง

  • สามารถเลือกใช้บริการที่ตรงกับปริมาณสินค้า ไม่จำเป็นต้องใช้รถเต็มคันเพื่อขนส่งสินค้าปริมาณน้อย

  • ลดปริมาณรถบรรทุกสินค้าบนท้องถนน เมื่อธุรกิจหลายรายตกลงร่วมใช้รถบรรทุกคันเดียวกันส่งสินค้า จะช่วยลดจำนวนรอบในการขนส่ง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การขนส่งรูปแบบนี้จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูง

ข้อจำกัดของการขนส่งแบบ LTL

  • ความรวดเร็วในการขนส่งที่ช้ากว่า ไม่สามารถจัดส่งได้ทันที เพราะไม่ได้เป็นการส่งสินค้าของผู้ใช้บริการเพียงรายเดียว ต้องมีขั้นตอนพักสินค้า และส่งสินค้าของหลายๆ เจ้า ตามจุดส่งต่างๆ 

  • ลำดับและเวลาการจัดส่งที่ไม่สามารถกำหนดได้อย่างแน่นอน สินค้าจะถูกจัดเรียงร่วมกับเจ้าอื่น หากสินค้าของคุณอยู่ในรายการจัดส่งลำดับท้ายๆ ผู้รับจะต้องรอสินค้านานขึ้น 

  • จำกัดจุดรับ-ส่งของ ผู้ให้บริการหลายๆ เจ้าอาจยังไม่ให้บริการรับหรือส่งของถึงที่ ทำให้ลูกค้าต้องนำสินค้าที่ต้องการขนส่งไปส่งที่ศูนย์บริการต้นทางหรือไปรับสินค้าที่ศูนย์บริการปลายทางเช่นกัน


ควรเลือกใช้ FTL หรือ LTL ดี?

ธุรกิจแบบใดเหมาะกับการขนส่งแบบ FTL

     กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ที่ต้องขนส่งสินค้าปริมาณมาก หรือสามารถบรรจุสินค้าได้เต็มรถต่อรอบการขนส่ง ควรเลือกบริการขนส่งเต็มคันรถหรือเหมาคันรถ (FTL) เพราะทั้งรวดเร็วและคุ้มค่าในการส่งสินค้าปริมาณมาก โดยไม่กระทบต่อต้นทุนสินค้าคงคลัง หรือในกรณีที่ขนส่งสินค้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษระหว่างขนส่ง เช่น สินค้าที่แตกหักง่าย ก็ควรเลือกส่งของเต็มคัน เพราะสินค้าจะไม่ไปปะปนกับเจ้าอื่น ถูกจัดส่งได้ทันที และรวดเร็ว ลดความเสี่ยงการเสียหายและสูญหายของสินค้าระหว่างขนส่ง

ธุรกิจแบบใดเหมาะกับการขนส่งแบบ LTL

     กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก ร้านค้าปลีก หรือ SMEs ที่ส่งของเป็นรายชิ้นในปริมาณไม่มากไปให้กับผู้รับที่หลากหลาย แนะนำให้เลือกการขนส่งไม่เต็มคันรถ (LTL) เพราะไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าขนส่งรถทั้งคัน แต่สามารถจ่ายตามขนาดและจำนวนสินค้าที่ต้องการขนส่ง ตัวเลือกนี้จะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง เช่น ลดรอบการขนส่งสินค้า ลดค่าน้ำมัน ลดค่าผู้ขับ และปัจจัยค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ ช่วยให้นำงบส่วนนี้ไปต่อยอดทางธุรกิจให้ขยายใหญ่ต่อไปได้

     ความแตกต่างของรูปแบบการขนส่งสินค้าทั้ง 2 ประเภท เป็นข้อมูลสำคัญเพื่อนำมาใช้พิจารณาการขนส่งที่เหมาะสมกับธุรกิจ เราควรพิจารณาเลือกรูปแบบการขนส่งอย่างละเอียดถี่ถ้วนและรอบคอบ จะช่วยให้ได้ตัวเลือกที่เหมาะสมกับการขนส่งของธุรกิจเรา ความคุ้มค่าที่เราเลือกจะช่วยให้ผลประกอบการเป็นไปตามที่วางไว้อย่างแน่นอน




BY : NOON (CC)

ที่มาของข้อมู, : deliveree.com ,  freightcenter.com

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
พัสดุติดอยู่ที่ศุลกากร! สาเหตุคืออะไรและต้องแก้ไขอย่างไร?
"Held at Customs" หรือ "Clearance Event" คือสถานะการติดตามพัสดุที่ทำให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับใจหายได้เสมอ เมื่อสถานะค้างอยู่นิ่งๆ
ร่วมมือ.jpg Contact Center
12 ก.ย. 2025
ระบบ ลีน ( LEAN )  มีประโยนช์ต่อการขนอย่างอะไรบ้าง ?
เป็นแนวคิดในการบริหารจัดการ โดยเน้นการ กำจัดความสูญเปล่า (Waste) และ เพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้า (Customer Value) โดยใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุด
Gemini_Generated_Image_bjhh8wbjhh8wbjhh.png ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )
15 ก.ค. 2025
รถสำรองฉุกเฉิน (Backup Fleet): บริการรถตู้ทึบสแตนด์บาย เมื่อรถของบริษัทคุณเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ
ในโลกของการขนส่งและโลจิสติกส์ B2B "ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน" ไม่ว่าคุณจะบำรุงรักษารถบรรทุกของบริษัทดีแค่ไหน แต่เหตุสุดวิสัยบนท้องถนน เช่น รถเสียกลางทาง เครื่องยนต์น็อก ยางระเบิด หรืออุบัติเหตุเฉี่ยวชน ก็ยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ลองจินตนาการดูว่า หากรถที่กำลังบรรทุกสินค้ามูลค่าหลักแสน หรือเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ต้องส่งเข้าสายพานการผลิต เกิดจอดตายนิ่งอยู่ริมถนน... สิ่งที่พังทลายลงมาไม่ใช่แค่ชิ้นส่วนรถยนต์ แต่คือ "ความเชื่อมั่นของลูกค้า" และ "ค่าปรับความล่าช้า" มหาศาล! วันนี้ BS Transport จะพามาดูว่า ทำไมบริการ "รถสำรองฉุกเฉิน (Backup Fleet)" ถึงเป็นโซลูชันกู้ชีพที่ทุกบริษัทต้องมีแพลน B เตรียมไว้ครับ!
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
16 มี.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ