แชร์

การขนส่งสินค้าแบบ CPT (Carriage Paid to)

อัพเดทล่าสุด: 16 ก.ค. 2024
3526 ผู้เข้าชม

CPT ย่อมาจาก Carriage Paid To เป็นเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศประเภทหนึ่ง ที่ระบุถึงความรับผิดชอบในการส่งมอบสินค้าและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

CPT หมายถึง ค่าขนส่งสินค้าจ่ายถึง หมายความว่า ผู้ขายมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าทางทะเล ทางอากาศ หรือทางบก ไปยังสถานที่ปลายทางที่ระบุไว้ ผู้ขายจะต้องทำสัญญาและชำระค่าขนส่งที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อนำสินค้าไปยังสถานที่ปลายทางนั้น เมื่อสินค้าถูกส่งมอบให้กับผู้รับขนส่งที่สถานที่ที่ระบุไว้ ถือว่าผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าให้กับผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว ผู้ซื้อมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เหลือ เช่น ค่าประกันสินค้า ภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียมท่าเรือปลายทาง และค่าขนส่งสินค้าจากสถานที่ปลายทางไปยังคลังสินค้า


ข้อดีของการใช้ CPT

  • ความชัดเจน : เงื่อนไข CPT กำหนดความรับผิดชอบและค่าใช้จ่ายได้ชัดเจน ช่วยลดข้อพิพาทระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ
  • ความยืดหยุ่น : ผู้ขายและผู้ซื้อสามารถตกลงกันเองได้ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางรายการ เช่น ค่าประกันสินค้า
  • ความสะดวก : ผู้ขายไม่จำเป็นต้องจัดการเรื่องประกันสินค้า ผู้ซื้อสามารถจัดการเองได้

ข้อเสียของการใช้ CPT

  • ความเสี่ยง : ผู้ซื้อรับผิดชอบความเสี่ยงของสินค้าหลังจากส่งมอบให้กับผู้รับขนส่ง
  • ค่าใช้จ่าย : ผู้ซื้อต้องชำระค่าประกันสินค้าเอง ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุน
  • ความยุ่งยาก : ผู้ซื้อต้องจัดการเรื่องประกันสินค้าเอง ซึ่งอาจยุ่งยาก


ตัวอย่าง

บริษัท A ในประเทศไทย ขายเฟอร์นิเจอร์ให้กับบริษัท B ในประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้เงื่อนไข CPT

ผู้ขาย (บริษัท A) มีหน้าที่

  • บรรจุเฟอร์นิเจอร์ลงในตู้คอนเทนเนอร์
  • จัดหาผู้รับขนส่งสินค้า
  • ชำระค่าขนส่งสินค้าจากโรงงานของผู้ขายไปยังท่าเรือลอสแองเจลิส

ผู้ซื้อ (บริษัท B) มีหน้าที่

  • ชำระค่าประกันสินค้า
  • ชำระภาษีนำเข้า
  • ชำระค่าธรรมเนียมท่าเรือลอสแองเจลิส
  • ขนส่งสินค้าจากท่าเรือลอสแองเจลิสไปยังคลังสินค้า


ความแตกต่างระหว่าง CPT กับ FOB

จุดส่งมอบ

  • CPT : สินค้าถูกส่งมอบให้กับผู้รับขนส่งที่สถานที่ที่ระบุไว้
  • FOB : สินค้าถูกโหลดลงบนเรือที่ท่าเรือต้นทาง

ความรับผิดชอบ

  • CPT : ผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งสินค้า และความเสี่ยงของสินค้าจนกว่าจะส่งมอบให้กับผู้รับขนส่ง
  • FOB : ผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งสินค้า และความเสี่ยงของสินค้าจนกว่าจะโหลดลงบนเรือ

การขนส่งสินค้าแบบ CPT เหมาะสำหรับธุรกรรมการค้าที่มีสินค้าที่ชัดเจน จุดส่งมอบสินค้าที่ชัดเจน ผู้ขายที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย และผู้ซื้อที่ยินดีรับความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ผู้ขายและผู้ซื้อควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ประเภทของสินค้า เส้นทางการขนส่ง และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ ก่อนตัดสินใจใช้เงื่อนไข CPT


แหล่งข้อมูล : https://www.customs.go.th/content.php?ini_content=customs_valuation_03&ini_menu=menu_customs_value&lang=th&left_menu=menu_customs_value_03



บทความที่เกี่ยวข้อง
หน้าที่หลักของคลังสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
คลังสินค้าเป็น “ที่เก็บของ” แต่ในความเป็นจริงแล้ว คลังสินค้ามีบทบาทมากกว่านั้น และส่งผลโดยตรงต่อ ต้นทุน ความรวดเร็ว และความพึงพอใจของลูกค้า
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
26 พ.ย. 2025
ปฏิวัติวงการขนส่ง: AI ขับเคลื่อนโลจิสติกส์สู่อนาคตอัจฉริยะ
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ "ปัญญาประดิษฐ์" หรือ AI (Artificial Intelligence) ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งในหลากหลายอุตสาหกรรม และหนึ่งในนั้นคือ วงการขนส่งและโลจิสติกส์ ที่ AI กำลังจะเข้ามาปฏิวัติรูปแบบการทำงานแบบเดิมๆ ให้ก้าวสู่ยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ซาล(นักศึกษาฝึกงาน)
14 ก.ค. 2025
การวางระบบเส้นทางการหยิบ Picking Route ให้มีประสิทธิภาพ
ในงานคลังสินค้า “การหยิบสินค้า (Picking)” เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุด และเป็นจุดที่เกิดต้นทุนแฝงสูง หากพนักงานต้องเดินอ้อม เดินซ้ำ หรือหาของไม่เจอ นั่นหมายถึงเวลาและเงินที่สูญเสียไปโดยไม่จำเป็น
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
16 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้