แชร์

การวางระบบเส้นทางการหยิบ Picking Route ให้มีประสิทธิภาพ

S__2711596.jpg BS&DC SAI5
อัพเดทล่าสุด: 16 ธ.ค. 2025
305 ผู้เข้าชม
ในงานคลังสินค้า "การหยิบสินค้า (Picking)" เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุด และเป็นจุดที่เกิดต้นทุนแฝงสูง หากพนักงานต้องเดินอ้อม เดินซ้ำ หรือหาของไม่เจอ นั่นหมายถึงเวลาและเงินที่สูญเสียไปโดยไม่จำเป็น
การวาง Picking Route ที่ดีจึงช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของคลังสินค้า

Picking Route คืออะไร?
Picking Route คือ เส้นทางการเดินหยิบสินค้าที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า เพื่อให้พนักงานหยิบของได้ครบตามออเดอร์ โดยใช้ระยะทางและเวลาน้อยที่สุด
เป้าหมายหลักคือ
  • เดินให้น้อยที่สุด
  • หยิบของได้เร็ว
  • ลดการย้อนกลับซ้ำทางเดิม
ทำไมการวาง Picking Route ถึงสำคัญ?
  • ‍️ ลดระยะทางการเดินของพนักงาน
  • ️ เพิ่มความเร็วในการจัดออเดอร์
  • ลดการหยิบผิด หยิบซ้ำ
  • รองรับปริมาณออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นได้ดีขึ้น
  • ลดต้นทุนแรงงานในระยะยาว
หลักการวาง Picking Route ให้มีประสิทธิภาพ
1. จัดผังคลังให้รองรับเส้นทางเดียว (One-way Route)
ออกแบบเส้นทางให้พนักงานเดินเป็นทิศทางเดียว ไม่สวนกัน และไม่ต้องย้อนกลับ
เหมาะกับคลังที่มีชั้นวางหลายแถว จะช่วยลดความสับสนและการชนกันของพนักงาน

2. วางสินค้าขายดีให้อยู่ใกล้จุดเริ่มต้น
ใช้แนวคิด ABC Analysis
  • A = สินค้าหยิบบ่อย  วางใกล้จุด Packing
  • B = หยิบบ่อยปานกลาง
  • C = หยิบน้อย  วางไกลออกไป
ช่วยลดเวลาหยิบในออเดอร์ส่วนใหญ่ได้ทันที

3. เลือกวิธี Picking Route ให้เหมาะกับคลัง
รูปแบบเส้นทางที่นิยม เช่น
  • S-Shape Route: เดินครบทุกแถว เหมาะกับออเดอร์ใหญ่
  • Return Route: เข้าแถวแล้วกลับทางเดิม เหมาะกับคลังขนาดเล็ก
  • Zone Picking: แบ่งพื้นที่เป็นโซน พนักงานรับผิดชอบเฉพาะจุด
  • Batch Picking: หยิบหลายออเดอร์พร้อมกัน ลดการเดินซ้ำ
4. กำหนดจุดเริ่ม - จุดจบให้ชัดเจน
ควรกำหนดจุด Start และ End ของการหยิบให้แน่นอน เช่น
เริ่มจาก Receiving  จบที่ Packing
ช่วยให้ทุกคนใช้เส้นทางเดียวกัน ลดความสับสน

5. ใช้ระบบ WMS หรือเทคโนโลยีช่วยคำนวณเส้นทาง
ระบบ WMS สามารถ
  • จัดลำดับการหยิบอัตโนมัติ
  • คำนวณเส้นทางที่สั้นที่สุด
  • แสดงตำแหน่งสินค้าแบบ Real-time
เหมาะกับคลังที่มี SKU จำนวนมากหรือออเดอร์สูงในแต่ละวัน

สัญญาณเตือนว่า Picking Route ยังไม่มีประสิทธิภาพ
  • พนักงานเดินเยอะ แต่หยิบของได้น้อย
  • ใช้เวลาหยิบออเดอร์นานกว่าที่ควร
  • หยิบผิดตำแหน่งบ่อย
  • พนักงานใหม่เรียนรู้งานยาก
หากพบปัญหาเหล่านี้ ควรทบทวนเส้นทางการหยิบทันที

สรุป
การวางระบบ Picking Route ที่ดี ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเสมอไป
เพียงเริ่มจากการจัดผังคลัง วิเคราะห์พฤติกรรมการหยิบ และเลือกเส้นทางที่เหมาะสม
ก็สามารถช่วยให้คลังสินค้าทำงานเร็วขึ้น ประหยัดต้นทุน และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความที่เกี่ยวข้อง
การวิเคราะห์และแก้ปัญหาด้วย 5W2H
ในโลกของการทำงาน การวิเคราะห์ปัญหาและหาวิธีแก้ไขอย่างเป็นระบบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้องค์กรดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและได้ผลดี คือ 5W2H ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เหมาะสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา หรือแม้กระทั่งการวางแผนโครงการต่างๆ
สีเขียว_สีเหลือง_น่ารัก_ภาพประกอบ_ปิดร้านค้า_Sorry_We_Are_Closed_Instagram_Post_.png BS Rut กองรถ
21 เม.ย. 2025
"สินค้าตีกลับ (Return Goods): ฝันร้ายของคนขายออนไลน์ จัดการยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด (Reverse Logistics)"
ขายของได้แต่เก็บเงินไม่ได้! ปัญหาสินค้าตีกลับ (Return Goods) คือรอยรั่วที่ทำให้กำไรหายวูบ เรียนรู้วิธีจัดการ "โลจิสติกส์ย้อนกลับ" เพื่อเปลี่ยนของตีกลับให้กลับมาเป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดขาดทุน เพิ่มกำไร
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
11 ก.พ. 2026
ขนส่งอาหารกับเฟรนไชส์ขนส่ง: ทางเลือกที่น่าสนใจหรือความเสี่ยง?
ธุรกิจการขนส่งอาหารเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์มากขึ้น เฟรนไชส์ขนส่งอาหารจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจข้อดีและข้อเสียของการลงทุนในเฟรนไชส์ขนส่งอาหาร
ร่วมมือ.jpg Contact Center
2 เม.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้