แชร์

Google Keyword Planner คืออะไร?

อัพเดทล่าสุด: 16 ก.ค. 2024
1964 ผู้เข้าชม

Google Keyword Planner คืออะไร?

Google Keyword Planner คือ เครื่องมือวางแผนการใช้งานคีย์เวิร์ด หรือใช้สำหรับการทำ Keyword Research เพื่อให้ได้คีย์เวิร์ดสำหรับการยิงโฆษณา Google Ads ที่แม่นยำและตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด และสำหรับนำไปเขียนบทความ SEO เพื่อดันอันดับเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกของการค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยที่คุณสามารถเข้าไปใช้งาน Google Keyword Planner ได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงแค่สมัครบัญชี Google Ads เพื่อลงชื่อเข้าใช้งานเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมีการทำโฆษณาจริง หรือผูกบัตรเครดิตใดๆเลย

3 เทคนิคการใช้ Google Keyword Planner

ขอแนะนำ 3 เทคนิคเด็ดในการใช้ Google Keyword Planner ให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด และให้ประโยชน์แก่ธุรกิจของคุณแบบจัดเต็ม ดังนี้!

1. ใช้หาไอเดียใหม่ๆ พร้อมเจาะคีย์เวิร์ดของคู่แข่ง
เทคนิคการใช้  Google Keyword Planner ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย นั่นก็คือการค้นหาไอเดียใหม่ ๆ เพื่อนำมาทำคอนเทนต์ต่าง ๆ ซึ่งคุณสามารถนำไอเดียคีย์เวิร์ดที่ได้ไปทำคอนเทนต์ได้ทุกช่องทางบนโลกออนไลน์ ทั้งนำไปทำ Ad Copy, เขียน Caption, เขียนบทความ, ทำกราฟิกดีไซน์ หรือผลิตวิดีโอในเรื่องนั้น ๆ ก็ได้เช่นกัน

เข้าไปที่ Discover New Keywords > พิมพ์คีย์เวิร์ดที่ต้องการลงไป > กด Get Result > จากนั้น Google Keyword Planner จะแสดงไอเดียคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องให้ หรือถ้าคุณอยากรู้ว่าคู่แข่งของคุณใช้คีย์เวิร์ดอะไรบ้าง คุณก็สามารถกรอกคีย์เวิร์ด พร้อมระบุเว็บไซต์คู่แข่งลงไปในช่อง Enter a site to filter unrelated keywords ได้เลย

2. ค้นหาคีย์เวิร์ดที่แม่นยำยิ่งขึ้น
จากการทำ Keyword Research ด้วยคีย์เวิร์ดคำกว้าง ๆ ที่ไม่เฉพาะเจาะจง (Generic Keyword) คุณอาจจะได้ไอเดียใหม่ ๆ  ในการทำคอนเทนต์ก็จริง แต่อาจจะไม่ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากนัก

ลองใช้คีย์เวิร์ดที่ยาวขึ้น หรือพวกประโยคคำถามอย่าง ทำ SEO ที่ไหนดี,  บริษัทรับทำ SEO ในไทย 2024  หรือ วิธีการทำ On-page SEO อย่างละเอียด ดู และคุณจะพบว่ามันสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจในเรื่องนั้น ๆ อย่างแท้จริง และพร้อมที่จะจ่ายเงินให้แก่คุณมากขึ้นกว่าคีย์เวิร์ดสั้นๆ

3. เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การทำ Local SEO
อย่างที่เราเห็นว่า Search Volume ของคีย์เวิร์ดแต่ละคำที่ปรากฏขึ้นใน Google Keyword Planner ที่เราใช้กันนั้นเป็น ปริมาณโดยรวมของทั่วประเทศไทย ไม่ใช่ ปริมาณที่มีการค้นหาจริงในแต่ละพื้นที่ 

ดังนั้น เพื่อให้คุณได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ที่คุณต้องการได้อย่างแม่นยำ และวางแผนในการทำการตลาดได้อย่างเหมาะสม คุณควรรู้ว่าคีย์เวิร์ดแต่ละคำ มีปริมาณการค้นหามากน้อยเพียงใดในแต่ละพื้นที่ เพียงแค่คุณกดเปลี่ยน Location จาก Thailand เป็นพื้นที่ที่คุณต้องการเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าเทคนิคนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ทำ Local SEO อย่างมาก!

ข้อจำกัดของ Google Keyword Planner
สำหรับบัญชีที่ไม่ได้มีการทำแคมเปญโฆษณาร่วมด้วย หรือบัญชีที่เปิดมาเพื่อทำ Keyword Research ของฝั่ง SEO เท่านั้น (เวอร์ชันฟรี) จะมีข้อจำกัดอยู่ 2  ประการ คือ 

1. ตัวเลขค่าเฉลี่ยของ Search Volume ที่แสดงจะไม่เฉพาะเจาะจงหรือชัดเจน หรือการแสดงผลเป็นค่าโดยประมาณแทน เช่น 1,000-10,000 เป็นต้น (ถ้ามีการยิงโฆษณาด้วยตัวเลขจะเป็น 590, 880, 1,000 ฯลฯ)

2. ไม่สามารถดูกราฟและ Breakdown ข้อมูลได้

บทสรุป วิธีใช้ Google Keyword Planner
Google Keyword Planner เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การทำงานในส่วนของ SEO และ Google Ads ของคุณง่าย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการทำ Keyword Planner นี้ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของการทำการตลาดออนไลน์ที่มีความสำคัญไม่แพ้กลยุทธ์อื่น ๆ เลย เพราะถ้าคุณเลือกคีย์เวิร์ดได้ดี ธุรกิจของคุณก็มีชัยเหนือคู่แข่งไปกว่าครึ่งแล้วนั่นเอง!


แหล่งข้อมูล : https://anga.co.th/martech/google-keyword-planner/


บทความที่เกี่ยวข้อง
เปลี่ยนภาพนิ่งเป็น Animation สั้นด้วย AI แบบง่าย ๆ ใครก็ทำได้
แนะนำวิธีใช้ AI เปลี่ยนภาพนิ่งให้กลายเป็นวิดีโอแอนิเมชันสั้น พร้อมเครื่องมือแนะนำที่ฟรีและใช้งานง่าย เหมาะสำหรับนักสร้างคอนเทนต์ทุกระดับ
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
12 มิ.ย. 2025
Sustainable Fuels in Logistics  การใช้พลังงานสะอาด เช่น Biofuel, Hydrogen, EV Trucks
หลายบริษัทเริ่มหันมาใช้ พลังงานสะอาด (Sustainable Fuels) เพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุค Green Logistics ที่ทั้งลดต้นทุนในระยะยาว และยังตอบโจทย์ความยั่งยืน (Sustainability) ที่ผู้บริโภคและคู่ค้าทั่วโลกกำลังจับตามอง
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
3 ก.ย. 2025
ขนส่งแบบไม่ใช้ไฟแดง เทคโนโลยีที่ทำให้รถบรรทุกไม่ต้องหยุดเลยตลอดเส้นทาง
นี่คือที่มาของเทคโนโลยี Green Light Freight Corridor หรือที่หลายคนเรียกว่า “ขนส่งแบบไม่ใช้ไฟแดง” ซึ่งผสมผสาน ระบบ AI จราจรอัจฉริยะ + การสื่อสารระหว่างรถกับโครงสร้างพื้นฐาน (V2I: Vehicle-to-Infrastructure) เพื่อให้รถบรรทุกสามารถวิ่งผ่านสัญญาณไฟได้โดยไม่ต้องหยุดแม้แต่ครั้งเดียวตลอดเส้นทาง
ร่วมมือ.jpg เหมาคัน
14 ส.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้