แชร์

"ประกันสินค้าหาย/เสียหาย: ความรับผิดชอบของขนส่ง vs ประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance) ต่างกันยังไง?"

noimageauthor ผึ้ง เด็กฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 26 ม.ค. 2026
311 ผู้เข้าชม


ของหาย! ของพัง! ใครจ่าย? แยกให้ออกระหว่าง "ความรับผิดชอบของขนส่ง" vs "ประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance)" ก่อนน้ำตาตกใน

เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหมครับ?

ส่งสินค้ามูลค่า 50,000 บาทไปให้ลูกค้า ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุสินค้าเสียหายยับเยิน พอทำเรื่องเคลมกับบริษัทขนส่ง กลับได้รับแจ้งว่าจะชดใช้ให้เพียง 2,000 บาท ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้หลังใบเสร็จ...

หลายคนถึงกับช็อกและเกิดคำถามว่า "ทำไมขนส่งไม่รับผิดชอบเต็มจำนวน ในเมื่อทำของฉันพัง?"

นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในวงการโลจิสติกส์ครับ วันนี้ BS Express จะมาไขข้อข้องใจ และพาคุณไปทำความเข้าใจความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง "ความรับผิดชอบของขนส่ง" และ "ประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance)" เพื่อให้คุณไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว


1. ความรับผิดชอบของผู้ขนส่ง (Carrier Liability)
"มีให้ทุกคน แต่คุ้มครองแบบจำกัด"

นี่คือความคุ้มครองพื้นฐานที่ติดมากับค่าระวางขนส่งที่คุณจ่ายไปตามปกติ โดยที่คุณไม่ต้องซื้อเพิ่ม เป็นสิ่งที่กฎหมายหรือเงื่อนไขการให้บริการของบริษัทขนส่งกำหนดไว้

ครอบคลุมอะไรบ้าง?: คุ้มครองความเสียหายหรือสูญหายที่เกิดจาก "ความประมาทเลินเล่อ" ของผู้ขนส่งในระหว่างการดูแลสินค้า
จุดสำคัญที่ต้องรู้ ():* ความรับผิดชอบนี้ "มีเพดานจำกัด (Limited Liability)" ไม่ได้จ่ายตามมูลค่าจริงของสินค้า!

ตัวอย่างเช่น: บริษัทขนส่งทั่วไปอาจกำหนดเพดานความรับผิดชอบไว้ที่ไม่เกิน 1,000 - 2,000 บาทต่อใบส่งของ หรือ อาจคิดตามน้ำหนักกิโลกรัมละไม่เกิน X บาท (แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละบริษัท)
สรุป: ถ้าคุณส่งของแพง แต่ไม่ซื้อประกันเพิ่ม แล้วเกิดเสียหาย คุณจะได้รับเงินชดเชยแค่ตามเพดานที่เขากำหนดไว้เท่านั้น ไม่ใช่ตามราคาของ
2. ประกันภัยสินค้าขนส่ง (Cargo Insurance)
"จ่ายเพิ่ม เพื่อความคุ้มครองเต็มมูลค่า"

คือประกันที่คุณ (ผู้ส่ง) ตัดสินใจ "ซื้อเพิ่ม" กับบริษัทประกันภัย (โดยอาจซื้อผ่านบริษัทขนส่งที่เป็นนายหน้า) เพื่อคุ้มครองสินค้าล็อตนั้นๆ เป็นพิเศษ

ครอบคลุมอะไรบ้าง?: คุ้มครองกว้างกว่ามาก ครอบคลุมถึงอุบัติเหตุต่างๆ ภัยธรรมชาติ ไฟไหม้ รถคว่ำ หรือการโจรกรรม (ขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ที่เลือก)
จุดสำคัญที่ต้องรู้ ():* จ่ายค่าเสียหาย "ตามมูลค่าจริงที่แจ้งเอาประกัน (Full Value)"

ตัวอย่างเช่น: หากคุณส่งสินค้ามูลค่า 50,000 บาท และแจ้งทำประกันไว้เต็มมูลค่า เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนเสียหายทั้งล็อต บริษัทประกันจะชดใช้ให้คุณตามมูลค่าจริงคือ 50,000 บาท (อาจมีหักค่าความเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible เล็กน้อยตามสัญญา)
สรุป: ยอมจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มหลักร้อย เพื่อคุ้มครองเงินหลักหมื่นหลักแสน

คำแนะนำจาก BS Express: อย่าเสี่ยงกับของมีค่า
การประหยัดค่าเบี้ยประกันเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่ความเสียหายทางธุรกิจมหาศาล หากคุณต้องส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, เครื่องจักร หรือสินค้าล็อตใหญ่ เราขอแนะนำให้ทำ "Cargo Insurance" เพิ่มเติมทุกครั้งครับ

ที่ BS Express นอกจากเราจะใส่ใจดูแลสินค้าของคุณอย่างดีที่สุดตามมาตรฐานความรับผิดชอบพื้นฐานแล้ว เรายังพร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำบริการประกันภัยสินค้าขนส่งที่เหมาะสมกับประเภทและมูลค่าสินค้าของคุณ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกการขนส่งจะปลอดภัยไร้กังวล

"ส่งของกับ BS Express อุ่นใจกว่า เพราะเราไม่ได้แค่ส่ง แต่เราช่วยดูแลผลประโยชน์ของคุณ"


บทความที่เกี่ยวข้อง
แค่ “พัสดุถึงช้า” ทำไมถึงต้องใช้ AI มาวิเคราะห์?
พัสดุถึงช้าไม่ใช่เรื่องเล็ก! รู้จักเบื้องหลังการใช้ AI วิเคราะห์ปัญหานี้ พร้อมตัวอย่างการแก้ไขแบบ Data-Driven ที่ทำให้ธุรกิจขนส่งเติบโตอย่างยั่งยืน
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
8 ส.ค. 2025
มิจฉาชีพ COD รูปแบบใหม่ 2025: พัสดุเก็บเงินปลายทางที่ "เราไม่ได้สั่ง" ส่งมาที่บ้านคนแก่ ต้องรับมือยังไง?
ภัยเงียบหน้าประตูบ้าน เมื่อ "ความรักหลาน" กลายเป็นช่องโหว่ให้โจร "ยาย... มีพัสดุมาส่ง เก็บเงินปลายทาง 299 บาท" เสียงเรียกหน้าบ้านที่คุ้นเคย ทำให้ผู้สูงอายุหลายท่านรีบควักกระเป๋าจ่ายเงิน เพราะคิดว่าลูกหลานสั่งของมาส่ง หรือกลัวว่าถ้าไม่รับ เดี๋ยวของจะตีกลับแล้วลูกหลานจะเดือดร้อน แต่พอแกะกล่องดู... กลับเจอแค่ "หน้ากากอนามัยเกรดต่ำ", "ก้อนหิน" หรือ "ครีมกวนเอง" ที่ไม่มีใครสั่ง! ในปี 2025 มิจฉาชีพไม่ได้แค่แฮ็กข้อมูลบัตรเครดิต แต่พวกเขากลับมาเล่นงานที่ "หน้าบ้าน" โดยพุ่งเป้าไปที่ "ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านลำพัง" โดยใช้ข้อมูลส่วนตัวที่หลุดจากฐานข้อมูลออนไลน์ (Data Leak) วันนี้ BS Group จะพาทุกท่านไปรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมใหม่ และวิธีกางเกราะป้องกันให้คนที่คุณรักครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
18 ธ.ค. 2025
Automation และหุ่นยนต์ในคลังสินค้า: เทรนด์ปีนี้
ในปีนี้ธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้ากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำ Automation (ระบบอัตโนมัติ) และ หุ่นยนต์ (Robotics) เข้ามาช่วยงานมากขึ้น ไม่ใช่แค่บริษัทใหญ่ แต่ SME ก็เริ่มใช้ได้แล้ว เพราะเทคโนโลยีมีราคาที่จับต้องง่ายขึ้น และใช้งานง่ายกว่าเดิมมาก
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
9 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้