แชร์

"ประกันสินค้าหาย/เสียหาย: ความรับผิดชอบของขนส่ง vs ประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance) ต่างกันยังไง?"

noimageauthor ผึ้ง เด็กฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 26 ม.ค. 2026
9 ผู้เข้าชม


ของหาย! ของพัง! ใครจ่าย? แยกให้ออกระหว่าง "ความรับผิดชอบของขนส่ง" vs "ประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance)" ก่อนน้ำตาตกใน

เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหมครับ?

ส่งสินค้ามูลค่า 50,000 บาทไปให้ลูกค้า ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุสินค้าเสียหายยับเยิน พอทำเรื่องเคลมกับบริษัทขนส่ง กลับได้รับแจ้งว่าจะชดใช้ให้เพียง 2,000 บาท ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้หลังใบเสร็จ...

หลายคนถึงกับช็อกและเกิดคำถามว่า "ทำไมขนส่งไม่รับผิดชอบเต็มจำนวน ในเมื่อทำของฉันพัง?"

นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในวงการโลจิสติกส์ครับ วันนี้ BS Express จะมาไขข้อข้องใจ และพาคุณไปทำความเข้าใจความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง "ความรับผิดชอบของขนส่ง" และ "ประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance)" เพื่อให้คุณไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว


1. ความรับผิดชอบของผู้ขนส่ง (Carrier Liability)
"มีให้ทุกคน แต่คุ้มครองแบบจำกัด"

นี่คือความคุ้มครองพื้นฐานที่ติดมากับค่าระวางขนส่งที่คุณจ่ายไปตามปกติ โดยที่คุณไม่ต้องซื้อเพิ่ม เป็นสิ่งที่กฎหมายหรือเงื่อนไขการให้บริการของบริษัทขนส่งกำหนดไว้

ครอบคลุมอะไรบ้าง?: คุ้มครองความเสียหายหรือสูญหายที่เกิดจาก "ความประมาทเลินเล่อ" ของผู้ขนส่งในระหว่างการดูแลสินค้า
จุดสำคัญที่ต้องรู้ ():* ความรับผิดชอบนี้ "มีเพดานจำกัด (Limited Liability)" ไม่ได้จ่ายตามมูลค่าจริงของสินค้า!

ตัวอย่างเช่น: บริษัทขนส่งทั่วไปอาจกำหนดเพดานความรับผิดชอบไว้ที่ไม่เกิน 1,000 - 2,000 บาทต่อใบส่งของ หรือ อาจคิดตามน้ำหนักกิโลกรัมละไม่เกิน X บาท (แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละบริษัท)
สรุป: ถ้าคุณส่งของแพง แต่ไม่ซื้อประกันเพิ่ม แล้วเกิดเสียหาย คุณจะได้รับเงินชดเชยแค่ตามเพดานที่เขากำหนดไว้เท่านั้น ไม่ใช่ตามราคาของ
2. ประกันภัยสินค้าขนส่ง (Cargo Insurance)
"จ่ายเพิ่ม เพื่อความคุ้มครองเต็มมูลค่า"

คือประกันที่คุณ (ผู้ส่ง) ตัดสินใจ "ซื้อเพิ่ม" กับบริษัทประกันภัย (โดยอาจซื้อผ่านบริษัทขนส่งที่เป็นนายหน้า) เพื่อคุ้มครองสินค้าล็อตนั้นๆ เป็นพิเศษ

ครอบคลุมอะไรบ้าง?: คุ้มครองกว้างกว่ามาก ครอบคลุมถึงอุบัติเหตุต่างๆ ภัยธรรมชาติ ไฟไหม้ รถคว่ำ หรือการโจรกรรม (ขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ที่เลือก)
จุดสำคัญที่ต้องรู้ ():* จ่ายค่าเสียหาย "ตามมูลค่าจริงที่แจ้งเอาประกัน (Full Value)"

ตัวอย่างเช่น: หากคุณส่งสินค้ามูลค่า 50,000 บาท และแจ้งทำประกันไว้เต็มมูลค่า เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนเสียหายทั้งล็อต บริษัทประกันจะชดใช้ให้คุณตามมูลค่าจริงคือ 50,000 บาท (อาจมีหักค่าความเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible เล็กน้อยตามสัญญา)
สรุป: ยอมจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มหลักร้อย เพื่อคุ้มครองเงินหลักหมื่นหลักแสน

คำแนะนำจาก BS Express: อย่าเสี่ยงกับของมีค่า
การประหยัดค่าเบี้ยประกันเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่ความเสียหายทางธุรกิจมหาศาล หากคุณต้องส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, เครื่องจักร หรือสินค้าล็อตใหญ่ เราขอแนะนำให้ทำ "Cargo Insurance" เพิ่มเติมทุกครั้งครับ

ที่ BS Express นอกจากเราจะใส่ใจดูแลสินค้าของคุณอย่างดีที่สุดตามมาตรฐานความรับผิดชอบพื้นฐานแล้ว เรายังพร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำบริการประกันภัยสินค้าขนส่งที่เหมาะสมกับประเภทและมูลค่าสินค้าของคุณ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกการขนส่งจะปลอดภัยไร้กังวล

"ส่งของกับ BS Express อุ่นใจกว่า เพราะเราไม่ได้แค่ส่ง แต่เราช่วยดูแลผลประโยชน์ของคุณ"


บทความที่เกี่ยวข้อง
"ป้ายสัญลักษณ์ในโกดัง: เรื่องเล็กที่ช่วยลดความผิดพลาดได้มหาศาล (ป้าย Zone, ป้ายระวังแตก)"
โกดังวุ่นวาย หยิบของผิด สินค้าเสียหายบ่อยใช่ไหม? แก้ปัญหาเหล่านี้ได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ "ป้ายสัญลักษณ์" ให้ถูกต้อง ทั้งป้ายบอกโซน ป้ายระวังแตก คือการลงทุนเล็กน้อยที่ช่วยเพิ่มความเร็วและลดความผิดพลาดในคลังสินค้าได้ทันที
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
26 ม.ค. 2026
เตือนภัย! ฝากส่ง "ทองคำ & เงินสด" ไปกับรถขนส่ง ทำไมถึงเป็น "ข้อห้ามร้ายแรง" ที่ไม่มีข้อยกเว้น?
เคยมีความคิดแบบนี้แวบเข้ามาในหัวไหมครับ? "จะโอนเงินไปให้ญาติก็ยุ่งยาก ฝากเงินสดใส่ซองไปพร้อมกับลังของกินเลยแล้วกัน ง่ายดี" หรือ "ส่งสร้อยทองไปเซอร์ไพรส์แม่ แอบซ่อนไว้ในกล่องเสื้อผ้า คงไม่มีใครรู้หรอก" หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลยครับ! ✋ แม้บริษัทขนส่งอย่าง BS Transport จะพร้อมดูแลสินค้าของคุณอย่างดีที่สุด แต่สำหรับ "ของมีค่า" ประเภท เงินสด, ทองคำ, เครื่องเพชร หรืออัญมณี นั้นถือเป็น "สินค้าต้องห้าม (Prohibited Items)" ที่บริษัทขนส่งทั่วไป "ไม่รับฝากเด็ดขาด" หลายท่านอาจสงสัยว่า "ทำไมถึงใจร้ายจัง? แค่ของชิ้นเล็กๆ เอง" วันนี้เราจะมาเปิดเผย 4 เหตุผลเบื้องหลังกฎเหล็กข้อนี้ ที่มีไว้เพื่อปกป้อง "ตัวคุณเอง" ครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
26 ม.ค. 2026
อัปเกรดโกดัง SME! 5 อุปกรณ์ "แพ็คของ" ที่ต้องมีติดโรงงาน ถ้าอยากส่งของให้ดูมืออาชีพ
การทำธุรกิจยุคใหม่ "สินค้าดี" อย่างเดียวไม่พอครับ แต่ "สภาพกล่อง" ตอนถึงมือลูกค้าต้องเนี๊ยบด้วย! สำหรับ SME ที่เริ่มมีออเดอร์เยอะขึ้น การนั่งพับกล่องแล้วแปะเทปกาวใสอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อต้องส่งสินค้าจำนวนมากหรือส่งเข้าห้างสรรพสินค้า (Modern Trade) วันนี้ BS Transport จะพามาเปิดคัมภีร์อุปกรณ์โกดัง ที่จะช่วยเปลี่ยนจาก "การแพ็คบ้านๆ" ให้กลายเป็น "การแพ็คแบบมืออาชีพ" ลงทุนครั้งเดียวแต่ลดความเสียหายได้ระยะยาว มีอะไรบ้างที่โกดังคุณควรมี? ไปดูกันครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
26 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ