Selecting the Right Carrier: 7 คำถามที่ต้องถาม ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญากับบริษัทขนส่ง

Selecting the Right Carrier: 7 คำถามที่ต้องถาม ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญากับบริษัทขนส่ง
หลายธุรกิจมักตกม้าตายด้วยการเลือกขนส่งจาก "ราคาถูกที่สุด" เพียงอย่างเดียว จนลืมมองเรื่องคุณภาพงานบริการ วันนี้เราจึงรวบรวม 7 คำถามสำคัญ ที่คุณต้องถามให้เคลียร์ก่อนจรดปากกาเซ็นสัญญา เพื่อให้มั่นใจว่าคุณกำลังเลือกพาร์ทเนอร์ที่ใช่จริงๆ
1. "พื้นที่ให้บริการครอบคลุมแค่ไหน? และส่งเองหรือส่งต่อ?" (Coverage & Sub-contracting)
อย่าถามแค่ว่า "ส่งเชียงใหม่ไหม?" แต่ให้ถามลึกลงไปว่า "คุณวิ่งรถไปเอง หรือจ้างรถร่วม/ส่งต่อให้เจ้าอื่น?"
ทำไมต้องถาม: การส่งต่อ (Sub-contract) อาจทำให้การควบคุมคุณภาพลดลง และติดตามสถานะสินค้าได้ยากขึ้น การเลือกเจ้าที่มีเครือข่ายของตัวเองหรือมีฮับกระจายสินค้าที่ชัดเจนย่อมดีกว่า
2. "มีโครงสร้างราคาอย่างไร? และมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงไหม?" (Pricing Structure)
ค่าขนส่งพื้นฐานอาจดูถูก แต่ต้องระวัง Hidden Cost
ทำไมต้องถาม: ถามให้ชัวร์ว่าราคานี้รวมค่ายกของ, ค่าพื้นที่ห่างไกล (Remote Area Surcharge), หรือค่าน้ำมัน (Fuel Surcharge) แล้วหรือยัง เพื่อให้คุณคำนวณต้นทุนที่แท้จริงได้ไม่พลาด
3. "มีเทคโนโลยีติดตามสินค้า (Tracking) แบบไหน?" (Technology & Visibility)
ในยุคนี้ลูกค้าไม่ชอบการรอคอยแบบไร้จุดหมาย
ทำไมต้องถาม: ระบบ Tracking ที่ดีต้องตรวจสอบได้ว่าของอยู่ที่ไหน คาดว่าจะถึงเมื่อไหร่ และมีหลักฐานการส่งมอบ (POD) แบบดิจิทัลหรือไม่ เพื่อลดภาระแอดมินของคุณในการตอบคำถามลูกค้า
4. "ถ้าของเสียหาย มีประกันและการเคลมอย่างไร?" (Insurance & Claims)
อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ แต่ "ความรับผิดชอบ" คือตัววัดความเป็นมืออาชีพ
ทำไมต้องถาม: วงเงินประกันสินค้าสูงสุดเท่าไหร่? ขั้นตอนการเคลมยุ่งยากไหม? ใช้เวลากี่วันคืนเงิน? คำตอบของข้อนี้จะช่วยให้คุณอุ่นใจเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
5. "ขีดความสามารถในการรองรับ (Capacity) ช่วงพีคเป็นอย่างไร?" (Scalability)
ในช่วงแคมเปญ 11.11 หรือช่วงสิ้นปี ยอดขายคุณอาจพุ่ง 2-3 เท่า ขนส่งจะรับมือไหวไหม?
ทำไมต้องถาม: ถามถึงจำนวนรถในฟลีท (Fleet Size) และแผนสำรองในช่วงสินค้าล้น ถ้าขนส่งบอกว่า "รับได้จำกัด" ธุรกิจคุณอาจสะดุดตอนที่กำลังขายดีที่สุด
6. "คุณมีความเชี่ยวชาญกับสินค้าประเภทของเราไหม?" (Specialization)
สินค้าแต่ละแบบต้องการการดูแลต่างกัน (เช่น เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ vs อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์)
ทำไมต้องถาม: ขนส่งที่เก่งเรื่องพัสดุชิ้นเล็ก อาจจะทำพัสดุชิ้นใหญ่พังยับเยินได้ เลือก Carrier ที่ถนัดกับธรรมชาติสินค้าของคุณ (Product Type) จะช่วยลดความเสียหายได้มาก
7. "SLA (Service Level Agreement) ที่การันตีคืออะไร?"
คำสัญญาปากเปล่าเชื่อถือไม่ได้ ต้องดูที่ตัวเลข
ทำไมต้องถาม: ถามหาตัวเลข On-time Delivery Rate (อัตราการส่งตรงเวลา) ว่าอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์ (ควรเกิน 95% ขึ้นไป) และถ้าส่งช้ากว่ากำหนด มีมาตรการชดเชยอย่างไร?
บทสรุป: เลือกผิดคิดจนตัวตาย เลือกถูกกำไรพุ่ง
การเสียเวลาคัดเลือก Carrier ในวันนี้ จะช่วยประหยัดเวลาแก้ปัญหาปวดหัวในวันหน้ามหาศาลครับ หากคุณสามารถหาขนส่งที่ตอบคำถามทั้ง 7 ข้อนี้ได้อย่างมั่นใจ นั่นแปลว่าคุณเจอพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกันแล้ว
ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
โทรศัพท์: 02-114-8855 หรือ 086-3039620
อีเมล: info@bsgroupth.com
ที่อยู่สำนักงานใหญ่: สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5 ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17 133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน


