แชร์

Decoy Effect: เทคนิคการตั้งราคาที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า "ซื้อไซส์ใหญ่คุ้มกว่าเห็นๆ"

ร่วมมือ.jpg Contact Center
อัพเดทล่าสุด: 21 ม.ค. 2026
99 ผู้เข้าชม

Decoy Effect: เทคนิคตั้งราคา "ตัวหลอก" ที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัว!

นี่ไม่ได้เป็นเพราะคุณคำนวณเลขไม่เก่ง แต่คุณกำลังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของจิตวิทยาที่เรียกว่า "Decoy Effect" (ปรากฏการณ์ตัวล่อ) วันนี้เราจะพามาดูว่า เทคนิคนี้ทำงานอย่างไร และจะเอาไปใช้กับธุรกิจของคุณให้ยอดขายพุ่งได้อย่างไร

Decoy Effect คืออะไร?
Decoy Effect คือปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นเมื่อลูกค้าเปลี่ยนการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าระหว่าง 2 ตัวเลือก เมื่อมี "ตัวเลือกที่ 3" (The Decoy) เข้ามาแทรก

หน้าที่ของเจ้า "ตัวเลือกที่ 3" นี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อให้คนเลือกซื้อมัน แต่มีไว้เพื่อ "เปรียบเทียบ" ให้ตัวเลือกที่แพงที่สุดดู "คุ้มค่า" ขึ้นมาทันทีในสายตาลูกค้า

ตัวอย่างคลาสสิก: "ทฤษฎีป๊อปคอร์น"
ลองจินตนาการว่าคุณไปโรงหนัง แล้วเจอราคาป๊อปคอร์นแบบนี้:

ไซส์ S: 100 บาท
ไซส์ L: 200 บาท
ลูกค้าส่วนใหญ่อาจจะเลือก ไซส์ S เพราะรู้สึกว่าไซส์ L แพงเกินไป (เพิ่มเงินตั้ง 100 บาท)

แต่ถ้าโรงหนังใช้ Decoy Effect โดยเพิ่ม ไซส์ M เข้ามาเป็นตัวหลอก:

ไซส์ S: 100 บาท
ไซส์ M (ตัวหลอก): 180 บาท
ไซส์ L (เป้าหมาย): 200 บาท
พอมีไซส์ M เข้ามา ลูกค้าจะเปรียบเทียบทันทีว่า "เพิ่มเงินอีกแค่ 20 บาท จากไซส์ M ก็ได้ไซส์ L แล้ว คุ้มกว่าเห็นๆ!" ผลลัพธ์คือลูกค้าจะเทใจไปซื้อ ไซส์ L ซึ่งเป็นตัวที่แพงที่สุดและทำกำไรสูงสุดนั่นเอง

วิธีประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณ
คุณสามารถนำ Decoy Effect ไปใช้ได้กับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้า หรือการขายบริการขนส่ง:

สร้างแพ็กเกจ "ตัวหลอก" ที่ไม่คุ้มค่า: เช่น หากคุณขายเซตสินค้า ให้ตั้งราคาเซตกลางให้ใกล้เคียงกับเซตใหญ่มากๆ จนลูกค้าส่ายหน้าหนีเซตกลาง แล้วกระโดดไปซื้อเซตใหญ่ทันที
ใช้กับการจัดส่ง (Shipping Tier):

ส่งธรรมดา (3-5 วัน): 40 บาท
ส่งด่วน (1-2 วัน): 80 บาท (ตัวหลอก)
ส่งด่วนพิเศษ + ประกันสินค้า (1 วัน): 90 บาท (ลูกค้าจะเลือกอันนี้เพราะเพิ่ม 10 บาทได้ประกันด้วย)
อย่าให้มีตัวเลือกเยอะเกินไป: Decoy Effect จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมี 3 ตัวเลือก (เล็ก - กลาง - ใหญ่) หากมีตัวเลือกมากเกินไป ลูกค้าจะสับสนและอาจไม่ซื้อเลย

บทสรุป: ไม่ใช่การหลอก แต่คือการ "นำเสนอทางเลือก"
การใช้ Decoy Effect ไม่ใช่การโกงลูกค้า แต่เป็นการใช้จิตวิทยาเพื่อ Highlight ความคุ้มค่า ของสินค้าที่คุณอยากขายที่สุด ลองกลับไปดูราคาสินค้าในร้านของคุณ แล้วลองสร้าง "ตัวหลอก" ขึ้นมาสักตัว รับรองว่ายอดขายสินค้าตัวท็อปของคุณจะขยับขึ้นอย่างน่าตกใจ!


บทความที่เกี่ยวข้อง
ภาษีนำเข้าคืออะไรและคำนวณภาษีนำเข้าอย่างไร
CIF คืออะไร ใช้ในการคำนวณภาษีนำเข้าอย่างไร ... C = Cost (ต้นทุน). I = Insurance (ประกันภัย). F = Freight (ค่าขนส่ง). การคำนวณอัตราภาษีขึ้นอยู่กับมูลค่าของสินค้าที่ต้องเสีย
นักศึกษาฝึกงาน(คลัง)
10 ม.ค. 2025
ร้อนนี้ส่งของยังไงให้รอด? เคล็ดลับร้านค้าออนไลน์รับมืออากาศเดือด!
สวัสดีครับเพื่อนๆ ร้านค้าออนไลน์ทุกคน! เข้าสู่ช่วงหน้าร้อนแบบเต็มตัว อากาศที่ร้อนระอุไม่เพียงแต่ทำให้คนหงุดหงิดเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าด้วยนะครับ วันนี้ผมจะมาแชร์เคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณส่งสินค้าได้อย่างปลอดภัยและไร้กังวลในช่วงหน้าร้อนนี้ครับ
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
9 เม.ย. 2025
AI + Quantum Computing = โลจิสติกส์ที่คิดได้ล่วงหน้าแบบนาทีต่อนาที
เจาะลึกอนาคตของโลจิสติกส์เมื่อ AI ผสานพลังกับ Quantum Computing ทำให้สามารถวางแผนขนส่งล่วงหน้าได้แบบนาทีต่อนาที
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
28 ก.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้