Dead Stock คืออะไร? ภัยเงียบที่กินพื้นที่คลังสินค้าและวิธีกำจัด
อัพเดทล่าสุด: 17 ม.ค. 2026
11 ผู้เข้าชม

Dead Stock คืออะไร? ภัยเงียบที่กินพื้นที่คลังสินค้า พร้อม 4 วิธีเปลี่ยนของค้างสต็อกให้เป็นเงินสด
คุณเคยเดินเข้าไปสำรวจหลังร้านหรือท้ายโกดัง แล้วเจอกล่องสินค้าที่มีฝุ่นเกาะหนาเตอะวางทิ้งไว้เฉยๆ ไหมครับ? ถ้ามี... ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ คุณกำลังเผชิญกับปัญหา "Dead Stock" เข้าให้แล้ว!
หลายคนคิดว่า "เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวก็ขายได้" แต่ในโลกธุรกิจ การเก็บของที่ขายไม่ออกไว้นานเกินไป คือการ "เผาเงินทิ้ง" ทุกวันโดยที่คุณไม่รู้ตัว วันนี้ BS Express จะพามาทำความรู้จักกับเจ้า Dead Stock และวิธีกำจัดมันออกไป เพื่อกู้คืนพื้นที่ทำเงินให้กลับมาเป็นของคุณอีกครั้ง
Dead Stock คืออะไร? (ทำไมถึงอันตราย?)
Dead Stock (สินค้าตาย) คือ สินค้าที่ขายไม่ออก ไม่มีรายการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน (เช่น เกิน 6 เดือน หรือ 1 ปี) และมีแนวโน้มว่าจะขายไม่ได้อีกแล้ว
ทำไมมันถึงเปรียบเสมือน "มะเร็งร้าย" ในคลังสินค้า?
เงินจม (Sunk Cost): เงินทุนที่คุณใช้ซื้อของพวกนี้ ถูกแช่แข็งไว้นิ่งๆ แทนที่จะได้เอาไปหมุนเวียนซื้อสินค้าใหม่ที่ขายดีกว่า
เปลืองค่าที่ (Storage Cost): ค่าเช่าโกดัง, ค่าไฟ, ค่าพนักงานดูแล ทุกตารางเมตรมีต้นทุน การเอาพื้นที่ไปวางขยะ = ขาดทุน
เสื่อมสภาพ (Obsolescence): ยิ่งเก็บนาน บรรจุภัณฑ์ยิ่งเก่า สินค้าอาจหมดอายุ หรือตกรุ่น จนสุดท้ายมูลค่ากลายเป็น 0 บาท
4 วิธีกำจัด Dead Stock: เปลี่ยนของตาย ให้กลายเป็นเงินสด
อย่าปล่อยให้ของเน่าคาโกดังครับ เจ็บแต่จบดีกว่า! ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ระบายของออกไป:
1. จัดโปรโมชั่น Clearance Sale (ยอมขาดทุนกำไร ดีกว่าขาดทุนเงินต้น) ลดราคาแบบล้างสต็อกไปเลยครับ เช่น "ลด 50-70%" หรือ "ซื้อ 1 แถม 1" เป้าหมายคือต้องการ "เงินสด (Cash Flow)" กลับมาหมุนเวียนให้เร็วที่สุด แม้จะได้กำไรน้อยนิดหรือเท่าทุน ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ของเสื่อมสภาพ
2. เทคนิค Bundling (พี่ดันน้อง) จับคู่สินค้า Dead Stock (ตัวที่ขายไม่ออก) ไปขายพ่วงกับสินค้า Best Seller (ตัวที่ขายดีมาก) ในราคาพิเศษ วิธีนี้ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เพราะรู้สึกคุ้มค่า และช่วยระบายของเก่าออกไปเนียนๆ
3. กล่องสุ่ม (Mystery Box) เทรนด์ฮิตที่ยังใช้ได้ผล! เอาสินค้าค้างสต็อกหลายๆ อย่างมารวมกันในกล่องเดียว แล้วขายในราคาเหมาที่ดึงดูดใจ ลูกค้าได้ลุ้น พ่อค้าได้ระบายของ วิน-วินทั้งคู่
4. บริจาค (Donation) ถ้าขายไม่ออกจริงๆ การบริจาคให้มูลนิธิหรือโรงเรียน เป็นทางเลือกที่ดีครับ นอกจากจะได้ทำ CSR สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แบรนด์แล้ว ใบอนุโมทนาบัตรยังสามารถนำไป "ลดหย่อนภาษี" ได้อีกด้วย (คุ้มกว่าทิ้งเป็นขยะแน่นอน)
สรุป: เคลียร์พื้นที่ให้โล่ง แล้วเตรียมรับทรัพย์รอบใหม่
การกำจัด Dead Stock ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการ "จัดระเบียบบ้าน" ให้พร้อมรับโอกาสใหม่ๆ เมื่อคุณระบายของเก่าออกไปได้แล้ว คุณจะมีพื้นที่ว่างสำหรับสินค้าใหม่ที่ทำกำไรได้ดีกว่า และมีเงินสดกลับมาหมุนเวียนในระบบ
และเมื่อคุณมีออเดอร์จากการระบายสินค้า ไม่ว่าจะส่งไปให้ลูกค้า Clearance Sale หรือส่งไปบริจาค อย่าลืมเรียกใช้บริการ BS Express นะครับ
เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยคุณระบายสินค้า ด้วยบริการขนส่งที่รวดเร็ว ครอบคลุม และไว้ใจได้ เพื่อให้ธุรกิจของคุณลื่นไหล ไม่มีอะไรมาอุดตันความสำเร็จ
คุณเคยเดินเข้าไปสำรวจหลังร้านหรือท้ายโกดัง แล้วเจอกล่องสินค้าที่มีฝุ่นเกาะหนาเตอะวางทิ้งไว้เฉยๆ ไหมครับ? ถ้ามี... ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ คุณกำลังเผชิญกับปัญหา "Dead Stock" เข้าให้แล้ว!
หลายคนคิดว่า "เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวก็ขายได้" แต่ในโลกธุรกิจ การเก็บของที่ขายไม่ออกไว้นานเกินไป คือการ "เผาเงินทิ้ง" ทุกวันโดยที่คุณไม่รู้ตัว วันนี้ BS Express จะพามาทำความรู้จักกับเจ้า Dead Stock และวิธีกำจัดมันออกไป เพื่อกู้คืนพื้นที่ทำเงินให้กลับมาเป็นของคุณอีกครั้ง
Dead Stock คืออะไร? (ทำไมถึงอันตราย?)
Dead Stock (สินค้าตาย) คือ สินค้าที่ขายไม่ออก ไม่มีรายการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน (เช่น เกิน 6 เดือน หรือ 1 ปี) และมีแนวโน้มว่าจะขายไม่ได้อีกแล้ว
ทำไมมันถึงเปรียบเสมือน "มะเร็งร้าย" ในคลังสินค้า?
เงินจม (Sunk Cost): เงินทุนที่คุณใช้ซื้อของพวกนี้ ถูกแช่แข็งไว้นิ่งๆ แทนที่จะได้เอาไปหมุนเวียนซื้อสินค้าใหม่ที่ขายดีกว่า
เปลืองค่าที่ (Storage Cost): ค่าเช่าโกดัง, ค่าไฟ, ค่าพนักงานดูแล ทุกตารางเมตรมีต้นทุน การเอาพื้นที่ไปวางขยะ = ขาดทุน
เสื่อมสภาพ (Obsolescence): ยิ่งเก็บนาน บรรจุภัณฑ์ยิ่งเก่า สินค้าอาจหมดอายุ หรือตกรุ่น จนสุดท้ายมูลค่ากลายเป็น 0 บาท
4 วิธีกำจัด Dead Stock: เปลี่ยนของตาย ให้กลายเป็นเงินสด
อย่าปล่อยให้ของเน่าคาโกดังครับ เจ็บแต่จบดีกว่า! ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ระบายของออกไป:
1. จัดโปรโมชั่น Clearance Sale (ยอมขาดทุนกำไร ดีกว่าขาดทุนเงินต้น) ลดราคาแบบล้างสต็อกไปเลยครับ เช่น "ลด 50-70%" หรือ "ซื้อ 1 แถม 1" เป้าหมายคือต้องการ "เงินสด (Cash Flow)" กลับมาหมุนเวียนให้เร็วที่สุด แม้จะได้กำไรน้อยนิดหรือเท่าทุน ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ของเสื่อมสภาพ
2. เทคนิค Bundling (พี่ดันน้อง) จับคู่สินค้า Dead Stock (ตัวที่ขายไม่ออก) ไปขายพ่วงกับสินค้า Best Seller (ตัวที่ขายดีมาก) ในราคาพิเศษ วิธีนี้ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เพราะรู้สึกคุ้มค่า และช่วยระบายของเก่าออกไปเนียนๆ
3. กล่องสุ่ม (Mystery Box) เทรนด์ฮิตที่ยังใช้ได้ผล! เอาสินค้าค้างสต็อกหลายๆ อย่างมารวมกันในกล่องเดียว แล้วขายในราคาเหมาที่ดึงดูดใจ ลูกค้าได้ลุ้น พ่อค้าได้ระบายของ วิน-วินทั้งคู่
4. บริจาค (Donation) ถ้าขายไม่ออกจริงๆ การบริจาคให้มูลนิธิหรือโรงเรียน เป็นทางเลือกที่ดีครับ นอกจากจะได้ทำ CSR สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แบรนด์แล้ว ใบอนุโมทนาบัตรยังสามารถนำไป "ลดหย่อนภาษี" ได้อีกด้วย (คุ้มกว่าทิ้งเป็นขยะแน่นอน)
สรุป: เคลียร์พื้นที่ให้โล่ง แล้วเตรียมรับทรัพย์รอบใหม่
การกำจัด Dead Stock ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการ "จัดระเบียบบ้าน" ให้พร้อมรับโอกาสใหม่ๆ เมื่อคุณระบายของเก่าออกไปได้แล้ว คุณจะมีพื้นที่ว่างสำหรับสินค้าใหม่ที่ทำกำไรได้ดีกว่า และมีเงินสดกลับมาหมุนเวียนในระบบ
และเมื่อคุณมีออเดอร์จากการระบายสินค้า ไม่ว่าจะส่งไปให้ลูกค้า Clearance Sale หรือส่งไปบริจาค อย่าลืมเรียกใช้บริการ BS Express นะครับ
เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยคุณระบายสินค้า ด้วยบริการขนส่งที่รวดเร็ว ครอบคลุม และไว้ใจได้ เพื่อให้ธุรกิจของคุณลื่นไหล ไม่มีอะไรมาอุดตันความสำเร็จ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมคลังอัตโนมัติหลายแห่งไม่ประสบความสำเร็จ บทความนี้สรุปสาเหตุหลักที่ทำให้โครงการ Automation ล้มเหลว พร้อมแนวทางหลีกเลี่ยง
20 ม.ค. 2026
AS/RS คือระบบจัดเก็บและเบิกสินค้าอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายการทำงาน ข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางประเมินความคุ้มค่า
20 ม.ค. 2026
อยากทำคลังอัตโนมัติแต่ไม่รู้เริ่มตรงไหน บทความนี้แนะนำลำดับการเริ่ม Automation ในคลังสินค้าแบบเข้าใจง่าย ลดเสี่ยงและคุ้มค่า
20 ม.ค. 2026
ผึ้ง เด็กฝึกงาน

BANKKUNG

