แชร์

วิธีลดต้นทุนค่าขนส่ง: โดยที่ไม่ต้องลดคุณภาพบริการ

noimageauthor ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 8 ม.ค. 2026
82 ผู้เข้าชม

เผยเคล็ดลับ! 5 วิธีลดต้นทุนค่าขนส่ง ให้กำไรพุ่ง โดยที่ลูกค้ายังประทับใจเหมือนเดิม
สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิต ผู้ค้าส่ง หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ "ค่าขนส่ง" (Logistics Cost) ถือเป็นต้นทุนก้อนโตที่กัดกินกำไรไปไม่น้อย หลายคนพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการเลือกเจ้าที่ราคาถูกที่สุด แต่กลับต้องแลกมาด้วยของเสียหาย ส่งช้า และลูกค้าโวยวายจนเสียเครดิต

คำถามสำคัญคือ... "เราจะลดต้นทุนลงได้อย่างไร โดยที่คุณภาพการบริการยังเป๊ะปังเหมือนเดิม?"

วันนี้ BS Group มีกลยุทธ์การบริหารจัดการโลจิสติกส์แบบมืออาชีพ มาแชร์ให้คุณนำไปปรับใช้ เพื่อเปลี่ยนค่าส่งที่บานปลาย ให้กลายเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นครับ


1. เลือกขนาดรถให้ "พอดี" กับสินค้า (Right Vehicle Selection)
การเลือกใช้รถผิดประเภทคือรูรั่วทางการเงินที่ใหญ่ที่สุด
รถใหญ่ไป: คุณกำลังจ่ายเงินค่าพื้นที่ว่างเปล่า (Pay for Air) ขนของแค่ 1 ตัน แต่เรียกรถ 10 ล้อ คือความสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
รถเล็กไป: ต้องวิ่งหลายรอบ เปลืองน้ำมันและเสียเวลาเป็นสองเท่า 

ทางแก้: ประเมินน้ำหนักและปริมาตรสินค้าให้แม่นยำ หรือปรึกษาผู้ให้บริการขนส่งที่มีรถหลายขนาด (4 ล้อ, 6 ล้อ, 10 ล้อ) เพื่อจัดรถที่คุ้มค่าที่สุดให้คุณ

2. ลดพื้นที่ว่างด้วยการบรรจุภัณฑ์ที่ฉลาด (Smart Packaging)
ค่าขนส่งหลายครั้งคิดตาม "น้ำหนักตามปริมาตร" (Volumetric Weight)
หากคุณแพ็คของใส่กล่องใบใหญ่เกินไป คุณกำลังจ่ายค่าส่งให้กับ "อากาศ" ภายในกล่อง
เลือกบรรจุภัณฑ์ที่กระชับพอดีกับตัวสินค้า และจัดเรียงสินค้าบนพาเลท (Palletization) ให้ใช้พื้นที่แนวสูงให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะช่วยให้ขนสินค้าต่อรอบได้มากขึ้น ต้นทุนต่อชิ้นก็จะถูกลง

3. รวมเที่ยววิ่ง (Consolidation & Milk Run)
อย่าส่งรถเปล่ากลับบ้าน! และอย่าส่งของทีละนิดทีละหน่อย
Consolidation: รวบรวมออเดอร์ให้ได้ปริมาณมากพอแล้วส่งทีเดียว (Full Truckload) จะคุ้มกว่าการส่งยิบย่อย

Milk Run: วางแผนเส้นทางรับ-ส่งสินค้าเป็นวงรอบ รับจากจุด A ไปส่งจุด B แล้วรับของจากจุด B ไปส่งจุด C วนกลับมา การวางแผนเส้นทางที่ดีจะช่วยลดระยะทางวิ่งเปล่าและประหยัดน้ำมันได้มหาศาล

4. เปลี่ยน Fixed Cost เป็น Variable Cost (Outsourcing)
การมีรถขนส่งเป็นของตัวเอง (Own Fleet) ดูเหมือนจะดี แต่แฝงด้วยต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) มหาศาล ทั้งค่าเสื่อมราคา ค่าซ่อมบำรุง ค่าจ้างคนขับ ค่าประกัน ฯลฯ แม้วันที่ไม่มีงาน คุณก็ต้องจ่าย

ทางแก้: การจ้างบริษัทขนส่งมืออาชีพ (Outsource) ช่วยให้คุณจ่ายเงินเฉพาะตอนที่มีงานเท่านั้น เปลี่ยนต้นทุนคงที่ให้เป็นต้นทุนผันแปรตามยอดขาย ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ

5. ใช้เทคโนโลยีช่วยวางแผน (Technology & Data)
การใช้ระบบ GPS Tracking หรือระบบจัดการการขนส่ง (TMS) ช่วยให้คุณเห็นภาพรวม
ตรวจสอบได้ว่าพนักงานขับรถออกนอกเส้นทางหรือไม่?
วิเคราะห์เส้นทางที่ประหยัดน้ำมันที่สุด
ลดความล่าช้า ซึ่งหมายถึงการลดค่าปรับและความเสียหายจากสินค้าตีกลับ

สรุป: ลดต้นทุน = เพิ่มกำไร (โดยไม่ต้องขึ้นราคาสินค้า)
การลดต้นทุนค่าขนส่ง ไม่ใช่การ "ตัดงบ" จนคุณภาพแย่ แต่คือการ "บริหารจัดการ" ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อคุณอุดรูรั่วเหล่านี้ได้ คุณจะมีกำไรเหลือมากขึ้นเพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจ หรือทำโปรโมชั่นเรียกลูกค้าได้อีกต่อหนึ่ง
และวิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มต้นลดต้นทุน คือการเลือก พาร์ทเนอร์ขนส่ง ที่มีความเชี่ยวชาญ มีรถหลากหลายประเภท และมีระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส เพื่อให้ทุกบาทที่คุณจ่ายไป คุ้มค่าที่สุดครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง
วิธีการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ไทย-จีน ทางอากาศ
การจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศ ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและความชำนาญในเฉพาะตัวสินค้า
6 ก.ย. 2024
Augmented Reality (AR) ช่วยอะไรได้บ้างในคลังสินค้า
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกภาคส่วนของธุรกิจ คลังสินค้า ก็เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ หนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามองคือ Augmented Reality (AR) หรือ “ความจริงเสริม” ซึ่งสามารถยกระดับประสิทธิภาพในการจัดการคลังสินค้าได้อย่างมหาศาล
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
25 เม.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ