แชร์

ลูกค้าปฏิเสธรับของ (ตีกลับ): ใครต้องรับผิดชอบค่าส่ง? (กางกฎหมายและวิธีป้องกัน)

noimageauthor ผึ้ง เด็กฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 6 ม.ค. 2026
423 ผู้เข้าชม
ลูกค้าปฏิเสธรับของ (ตีกลับ): ใครต้องรับผิดชอบค่าส่ง? (กางกฎหมายและวิธีป้องกัน)

"ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ทำไมเงินไม่เหลือเก็บ?" หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ "ขายดีจนเจ๊ง" ก็คือปัญหา "พัสดุตีกลับ" นั่นเองครับ โดยเฉพาะออเดอร์แบบเก็บเงินปลายทาง (COD) ที่พอของไปถึงหน้าบ้าน ลูกค้ากลับบอกว่า "ไม่รับ", "ไม่ได้สั่ง", หรือติดต่อไม่ได้ซะงั้น

สิ่งที่ตามมาคือ ร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนค่ากล่อง ค่าแพ็ค และที่เจ็บปวดที่สุดคือ "ค่าส่งฟรีทั้งขาไปและขากลับ"

วันนี้ BS Express จะขอพาทุกท่านมาเปิดข้อกฎหมายและดูความเป็นจริงกันว่า สรุปแล้วเมื่อลูกค้าปฏิเสธรับของ ใครกันแน่ที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้?

กางกฎหมาย: ในทางทฤษฎี "ใครผิด?"
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อลูกค้ากดสั่งซื้อสินค้าและร้านค้ากดยืนยันออเดอร์ ถือว่า "สัญญาซื้อขายเกิดขึ้นแล้ว" โดยสมบูรณ์
หน้าที่ของผู้ขาย: ส่งมอบสินค้าที่ถูกต้องตามที่ตกลง
หน้าที่ของผู้ซื้อ: รับมอบสินค้าและชำระเงินตามราคาที่ตกลง
สรุปทางกฎหมาย: หากร้านค้าส่งของถูกต้องตามสเปกทุกอย่าง แล้วลูกค้าปฏิเสธการรับของโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ถือว่าลูกค้าเป็นฝ่าย "ผิดสัญญา" และทำให้ร้านค้าเกิดความเสียหาย (คือค่าขนส่ง) ดังนั้น ตามหลักกฎหมาย ลูกค้าคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายนี้ครับ
ความเป็นจริง: ในทางปฏิบัติ "ใครจ่าย?"
แม้กฎหมายจะบอกว่าลูกค้าผิด แต่ในโลกของการขายของออนไลน์ความเป็นจริงมันโหดร้ายกว่านั้นครับ:
ไม่คุ้มฟ้อง: ค่าส่งไม่กี่สิบบาท การจะไปแจ้งความหรือฟ้องร้องลูกค้านั้นเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่ามาก
นโยบายแพลตฟอร์ม: หากขายผ่าน Marketplace (เช่น Shopee, Lazada) แพลตฟอร์มมักจะมีนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจในการสั่งซื้อ ทำให้ร้านค้ามักจะต้องเป็นฝ่ายยอมจำนน
รักษาชื่อเสียง: การไปทะเลาะกับลูกค้าเพื่อทวงค่าส่ง อาจได้ไม่คุ้มเสียหากลูกค้าไปโพสต์ประจาน
สรุปทางปฏิบัติ: 99% ของกรณีนี้ "ร้านค้าคือผู้แบกรับค่าส่ง" ครับ นี่คือความเสี่ยงที่คนขายออนไลน์ต้องเจอ


5 วิธีป้องกันลูกค้าเทออเดอร์ (ลดโอกาสของตีกลับ)
ในเมื่อเราบังคับให้ลูกค้าจ่ายค่าส่งไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการ "ป้องกัน" 
1. โทรคอนเฟิร์ม COD ทุกครั้ง (สำคัญมาก!) สำหรับออเดอร์เก็บเงินปลายทาง โดยเฉพาะลูกค้าใหม่ หรือยอดเงินสูง ให้สละเวลาโทรหาลูกค้าเพื่อยืนยันการสั่งซื้อ ถ้าลูกค้าไม่รับสาย หรือพูดจาบ่ายเบี่ยง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีความเสี่ยงสูง

2. สร้าง "Blacklist" ของร้าน เก็บข้อมูลลูกค้าที่เคยสั่งแล้วปฏิเสธรับของไว้ หากมีออเดอร์เข้ามาอีก ให้พิจารณายกเลิก หรือขอให้โอนเงินก่อนส่งเท่านั้น

3. ส่งให้ไวที่สุด "ความอยากได้มีอายุจำกัด" ยิ่งของถึงมือลูกค้าช้าเท่าไหร่ โอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจ หรือเอาเงินไปใช้อย่างอื่นก็มีมากขึ้นเท่านั้น การเลือกขนส่งที่ส่งไวช่วยได้มาก

4. แจ้งเลขพัสดุและสถานะการจัดส่ง คอยอัปเดตให้ลูกค้ารู้ว่าของถึงไหนแล้ว เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเตรียมตัวรับของและเตรียมเงินไว้

5. เลือก "บริษัทขนส่ง" ที่เป็นมืออาชีพ รู้ไหมครับว่า หลายครั้งลูกค้าไม่ได้ตั้งใจปฏิเสธ แต่เพราะพนักงานส่งของพูดจาไม่ดี, ไม่โทรหาก่อนเข้าไปส่ง, หรือส่งผิดเวลา ทำให้ลูกค้าหงุดหงิดและไม่รับของ การเลือก Partner ขนส่งที่ดีจึงสำคัญมาก

ทำไมเลือก BS Express ถึงช่วยลดปัญหาของตีกลับ?
ที่ BS Express เราเข้าใจหัวอกคนขายของออนไลน์ เราจึงอบรมพนักงานจัดส่งของเราให้มีความเป็นมืออาชีพ:

✅ โทรนัดหมายล่วงหน้า: พนักงานของเราจะโทรหาลูกค้าก่อนเข้าไปส่ง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าอยู่รับของ
✅ มารยาทดี มีบริการที่ประทับใจ: ช่วยลดความหงุดหงิดของลูกค้าหน้างาน ทำให้การรับของราบรื่น
✅ จัดส่งรวดเร็ว ตรงเวลา: ช่วยรักษาความอยากได้ของลูกค้าให้ยังคงอยู่จนถึงวินาทีที่ได้รับของ
"อย่าปล่อยให้ค่าส่งที่เสียเปล่า มากัดกินกำไรของคุณ เลือกขนส่งที่เข้าใจ เลือก BS Express "

บทความที่เกี่ยวข้อง
เทคนิค Cross-sell / Upsell ให้ยอดเพิ่มแบบเนียน ๆ
เทคนิคที่นักขายมืออาชีพใช้กันทั่วโลก คือ Cross-sell และ Upsell ซึ่งถ้าทำถูกวิธี จะช่วยเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อบิลได้อย่างแนบเนียนและยั่งยืน
ร่วมมือ.jpg Contact Center
27 พ.ย. 2025
Geo-Fencing Deliveries ระบบส่งของที่ล็อกพื้นที่ปลายทางเฉพาะเจาะจง
ลองนึกภาพว่าคุณสั่งของออนไลน์ แล้วระบบขนส่งไม่ได้ส่งไปที่ “บ้านเลขที่” อย่างเดียว แต่สามารถล็อกได้ว่า ต้องส่งของในรัศมี 50 เมตรจากพิกัด GPS ที่คุณระบุเท่านั้น ถ้าอยู่นอกเขตนี้จะไม่สามารถส่งมอบได้เลย
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
17 ก.ย. 2025
"ส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ (ตู้เย็น/เครื่องซักผ้า): ทำไมห้ามวางนอน? และวิธีป้องกันคอมเพรสเซอร์พัง"
จะย้ายตู้เย็นต้องวางนอนใส่รถเก๋งได้ไหม? คำตอบคือ "เสี่ยงพัง!" เจาะลึกสาเหตุว่าทำไมห้ามวางนอนตู้เย็นและเครื่องซักผ้า พร้อมวิธีขนส่งที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์น็อคและถังซักเสียศูนย์
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
31 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้