เทคนิค Slotting วางสินค้าอย่างไรให้หยิบเร็ว
อัพเดทล่าสุด: 13 ธ.ค. 2025
116 ผู้เข้าชม

เคยไหม?
คลังสินค้ามีของครบ แต่หยิบช้า เดินไกล คนทำงานเหนื่อย แถมผิดพลาดบ่อย
ปัญหานี้แก้ได้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า Slotting
Slotting คืออะไร?
Slotting คือเทคนิคการจัดตำแหน่งวางสินค้าในคลัง
โดยเป้าหมายคือ
หยิบให้เร็วที่สุด
เดินให้น้อยที่สุด
ลดความผิดพลาดในการหยิบ
พูดง่ายๆ คือ วางของให้เหมาะกับพฤติกรรมการขายและการหยิบจริง
ทำไม Slotting ถึงสำคัญ?
การจัดสินค้าแบบสุ่ม หรือวางตามความเคยชิน อาจทำให้
หยิบเร็วขึ้น
ลดต้นทุนแรงงาน
เพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าแบบเห็นผล
5 เทคนิค Slotting วางสินค้าให้หยิบเร็วจริง
1. วางสินค้าขายดีไว้ใกล้จุดหยิบ
สินค้าที่ถูกหยิบบ่อย (Fast Moving) ควรอยู่
2. แยกสินค้าเร็วช้า (ABC Analysis)
ใช้หลัก ABC
สินค้า 20% ที่ขายดี ถูกหยิบได้เร็วที่สุด
3. วางของที่หยิบพร้อมกันไว้ใกล้กัน
ลองดูออเดอร์ย้อนหลัง
ถ้าสินค้า มักถูกสั่งคู่กัน
ควรวางให้อยู่โซนเดียวกัน
ตัวอย่าง
4. สินค้าหนัก อยู่ล่าง สินค้าเบา อยู่บน
หลักง่ายๆ แต่สำคัญมาก
5. ปรับ Slotting เป็นระยะ ไม่ใช่ทำครั้งเดียว
พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนตลอด
สินค้าเคยขายดี อาจขายช้าลง
แนะนำ
สรุป
Slotting ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน
แต่เป็นหัวใจสำคัญของคลังสินค้าที่ทำงานเร็ว
แค่
หยิบเร็วขึ้น
คนทำงานเหนื่อยน้อยลง
ธุรกิจทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
คลังสินค้ามีของครบ แต่หยิบช้า เดินไกล คนทำงานเหนื่อย แถมผิดพลาดบ่อย
ปัญหานี้แก้ได้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า Slotting
Slotting คืออะไร?
Slotting คือเทคนิคการจัดตำแหน่งวางสินค้าในคลัง
โดยเป้าหมายคือ
หยิบให้เร็วที่สุด
เดินให้น้อยที่สุด
ลดความผิดพลาดในการหยิบ
พูดง่ายๆ คือ วางของให้เหมาะกับพฤติกรรมการขายและการหยิบจริง
ทำไม Slotting ถึงสำคัญ?
การจัดสินค้าแบบสุ่ม หรือวางตามความเคยชิน อาจทำให้
- เสียเวลาเดินหยิบสินค้า
- พนักงานหยิบผิดบ่อย
- ใช้แรงงานมากกว่าที่ควร
- ออเดอร์ส่งช้า ลูกค้าไม่พอใจ
หยิบเร็วขึ้น
ลดต้นทุนแรงงาน
เพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าแบบเห็นผล
5 เทคนิค Slotting วางสินค้าให้หยิบเร็วจริง
1. วางสินค้าขายดีไว้ใกล้จุดหยิบ
สินค้าที่ถูกหยิบบ่อย (Fast Moving) ควรอยู่
- ใกล้จุดแพ็ค
- ใกล้ทางเดินหลัก
- อยู่ในระดับมือหยิบ (ไม่สูงหรือต่ำเกินไป)
2. แยกสินค้าเร็วช้า (ABC Analysis)
ใช้หลัก ABC
- A: ขายดีมาก วางตำแหน่งดีที่สุด
- B: ขายปานกลาง วางรองลงมา
- C: ขายนานๆ ครั้ง วางด้านในหรือชั้นสูง
สินค้า 20% ที่ขายดี ถูกหยิบได้เร็วที่สุด
3. วางของที่หยิบพร้อมกันไว้ใกล้กัน
ลองดูออเดอร์ย้อนหลัง
ถ้าสินค้า มักถูกสั่งคู่กัน
ควรวางให้อยู่โซนเดียวกัน
ตัวอย่าง
- โทรศัพท์ + สายชาร์จ
- สบู่ + แชมพู
4. สินค้าหนัก อยู่ล่าง สินค้าเบา อยู่บน
หลักง่ายๆ แต่สำคัญมาก
- ของหนัก ชั้นล่าง
- ของเบา ชั้นบน
- ลดอุบัติเหตุ
- หยิบง่าย ไม่ต้องใช้แรงมาก
- ทำงานเร็วขึ้น
5. ปรับ Slotting เป็นระยะ ไม่ใช่ทำครั้งเดียว
พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนตลอด
สินค้าเคยขายดี อาจขายช้าลง
แนะนำ
- ตรวจยอดขายทุก 3-6 เดือน
- สลับตำแหน่งสินค้าให้เหมาะกับสถานการณ์
สรุป
Slotting ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน
แต่เป็นหัวใจสำคัญของคลังสินค้าที่ทำงานเร็ว
แค่
- วางของขายดีให้ใกล้
- จัดตามความถี่การหยิบ
- คิดจากการใช้งานจริง
หยิบเร็วขึ้น
คนทำงานเหนื่อยน้อยลง
ธุรกิจทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้อง
รู้หรือไม่? ลูกค้า Gen Z พร้อมจ่ายแพงขึ้นถ้าแบรนด์ใช้ "Green Packaging" เลิกใช้บับเบิ้ลแล้วหันมาใช้กระดาษรังผึ้งและเทปกาวน้ำ เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์รักษ์โลก พร้อมเลือกขนส่งที่ดูแลพัสดุดีเยี่ยมอย่าง BS Express
14 ก.พ. 2026
ภาพของรถบรรทุกคันใหญ่ที่วิ่งบนไฮเวย์โดยไม่มีคนนั่งหลังพวงมาลัย อาจเคยเป็นแค่จินตนาการในหนัง Sci-Fi แต่ในปี 2026 นี้ เทคโนโลยี Autonomous Trucks หรือ รถบรรทุกไร้คนขับ กำลังขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ และนี่คือ "Mega Trend" ที่กำลังจะเข้ามาปฏิวัติวงการขนส่งทั่วโลก!
14 ก.พ. 2026
ในวงการโลจิสติกส์ "ยางรถบรรทุก" ถือเป็นต้นทุนสิ้นเปลืองอันดับ 2 รองจากน้ำมันเชื้อเพลิง ยางเส้นใหม่เกรดดีๆ เส้นหนึ่งราคาปาเข้าไปหลักหมื่น ทำให้หลายผู้ประกอบการหันมามองทางเลือกที่ประหยัดกว่าอย่าง "ยางหล่อดอก" (Retread Tire)
แต่คำถามตัวโตๆ ที่ลูกค้าเจ้าของสินค้ามักกังวลคือ "มันปลอดภัยจริงเหรอ?" หรือ "ใช้แล้วยางจะระเบิดระหว่างทางไหม?"
วันนี้ BS Transport จะพามาไขข้อข้องใจแบบหมดเปลือก ว่ายางหล่อดอกคืออะไร และเรามีมาตรฐานการเลือกใช้อย่างไรให้ปลอดภัยที่สุดครับ
14 ก.พ. 2026
BS&DC SAI5


