แชร์

“ส่งด่วน-วันเดียวถึง” (Same-Day / Next-Day Delivery) ในไทย: ทำได้จริงแค่ไหน และมีผลต่อธุรกิจอย่างไร

สีเขียว_สีเหลือง_น่ารัก_ภาพประกอบ_ปิดร้านค้า_Sorry_We_Are_Closed_Instagram_Post_.png BS Rut กองรถ
อัพเดทล่าสุด: 8 ธ.ค. 2025
119 ผู้เข้าชม

1) Same-Day / Next-Day Delivery ในไทย: สถานการณ์ปัจจุบัน
ทำได้จริง แต่ขึ้นอยู่กับ พื้นที่เวลาความพร้อมของระบบ

  • พื้นที่เขตเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ ระยอง ขนส่งด่วนทำได้ค่อนข้างแม่นยำ
  • พื้นที่ต่างจังหวัดไกลหรืออำเภอรอง ยังต้องใช้เวลามากกว่า 1 วัน
  • ปริมาณงานในวันเทศกาลอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง

เทคโนโลยีช่วยให้บริการเร็วขึ้น

  • ระบบจัดเส้นทางอัตโนมัติ (Route Optimization)
  • การกระจายสินค้าแบบ Micro-fulfillment (คลังย่อยในเมือง)
  • การคัดแยกพัสดุด้วย Automation
  • การใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า / รถตู้ไฟฟ้าในระยะใกล้

2) ทำไมผู้บริโภคยุคนี้ถึงต้องการ ส่งด่วน?

  • ความคาดหวังจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (Lazada, Shopee, TikTok Shop)
  • พฤติกรรมการซื้อแบบ ต้องการทันที เช่น อาหารสัตว์หมด ของใช้ในบ้านฉุกเฉิน
  • ความสะดวกสบายที่แข่งขันกันรุนแรง
  • สินค้าที่ต้องการความไว เช่น ยา, ของสด, สินค้าแฟลชเซลล์


3) ผลกระทบต่อธุรกิจ มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง
โอกาสทางธุรกิจ

  • เพิ่มยอดขายทันที
    ร้านที่มี ส่งด่วน ปิดการขายได้มากกว่า โดยเฉพาะสินค้าราคากลางสูงที่ต้องการเร่งด่วน
  • สร้างความพึงพอใจและรีวิวเชิงบวก
    ได้รับแล้วค่ะ ใช้งานดี ส่งไวมาก คือประโยคที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือโดยตรง
  • ได้เปรียบคู่แข่งในพื้นที่เดียวกัน
    ธุรกิจท้องถิ่นที่วางสินค้าในคลังย่อยจะส่งเร็วกว่าเจ้าใหญ่ในบางพื้นที่ได้ด้วยซ้ำ


ความท้าทาย

  • ต้นทุนสูงกว่าการส่งแบบปกติ
    โดยเฉพาะค่าแรง ค่าน้ำมัน และการจัดคนเฉพาะกิจในช่วงพีคไทม์
  • ต้องมีสต็อกพร้อมส่ง
    ธุรกิจที่ไม่มีระบบคลังดีพอ อาจเกิดปัญหา Out-of-Stock และทำให้ส่งช้า
  • การจัดการเวลาแบบแม่นยำ (Time-Critical Logistics)
    ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เช่น คัดแยกช้า มอเตอร์ไซค์ไม่พอรถติด ก็ทำให้ส่งไม่ทันกำหนด


4) ธุรกิจประเภทไหนได้ประโยชน์มากที่สุด?

  • ร้านค้าออนไลน์ในกรุงเทพฯปริมณฑล
  • ร้านขายอุปกรณ์บ้านและของใช้ประจำวัน
  • ร้านอาหารสัตว์
  • ร้านขายยา
  • ธุรกิจของสด และฟู้ดเดลิเวอรี
  • ร้านค้าไลฟ์ขายของ (Live Commerce)

5) ข้อแนะนำสำหรับธุรกิจที่อยากเริ่มบริการส่งด่วน

1) ใช้คลังย่อยหรือเก็บสินค้าบางรายการล่วงหน้าในเมือง
     ลดเวลาเดินทางและจัดเส้นทางเร็วกว่าเดิม
2) เชื่อมระบบหลังบ้าน (OMS/WMS) กับขนส่ง
     อัปเดตสต็อกสถานะพัสดุแบบเรียลไทม์
3) เจรจากับพาร์ทเนอร์ขนส่งให้มีเลทรับของหลายรอบ
     เพิ่มโอกาสรับออเดอร์รอบบ่ายเย็น แต่ยังส่งทันวันเดียว
4) ให้ลูกค้าเลือก ช่วงเวลาส่ง
     ช่วยวางแผนรถและลดการวนซ้ำ
5) วัด KPI ชัดเจน

  • อัตราส่งทันเวลา (On-time rate)
  • ระยะเวลาเฉลี่ยต่อการจัดส่ง
  • ต้นทุนต่อออเดอร์
สรุป: Same-Day / Next-Day Delivery คือยุทธศาสตร์ชี้เป็นชี้ตาย
          แม้จะมีต้นทุนและความท้าทาย แต่การขนส่งด่วนเป็น มาตรฐานใหม่ ที่ช่วยเพิ่มยอดขายและความพึงพอใจอย่างชัดเจน ธุรกิจที่เตรียมระบบให้พร้อมก่อนจะได้เปรียบอย่างมากในปีนี้และอนาคต





บทความที่เกี่ยวข้อง
บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก x ระบบขนส่ง: คู่หูทางรอดธุรกิจยุคใหม่ ที่ได้ทั้ง "ใจลูกค้า" และ "ลดต้นทุน"
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
"สินค้าตีกลับ (Return Goods): ฝันร้ายของคนขายออนไลน์ จัดการยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด (Reverse Logistics)"
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
"ปิดการขายด้วยความไว: ทำไมการแจ้งเลข Tracking เร็ว ถึงช่วยลดการยกเลิกออเดอร์ได้?"
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
19 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ