ทำไมรถบรรทุกต้องชั่งน้ำหนักก่อนออกถนนใหญ่?
อัพเดทล่าสุด: 20 ก.ย. 2025
215 ผู้เข้าชม

เวลาเราเห็นรถบรรทุกจอดเข้าคิวที่ด่านชั่งน้ำหนัก หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องยุ่งยากขนาดนั้น? จริง ๆ แล้วการชั่งน้ำหนักไม่ใช่แค่เรื่องกฎระเบียบ แต่เกี่ยวพันโดยตรงกับ ความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน และประสิทธิภาพโลจิสติกส์
1. ปกป้องถนนและสะพาน
น้ำหนักบรรทุกเกินมาตรฐานคือศัตรูตัวร้ายของโครงสร้างพื้นฐาน ถ้ารถบรรทุกหนักเกินไป ถนนจะสึกหรอเร็วกว่าปกติ หลุมบ่อเกิดขึ้นบ่อยขึ้น และสะพานก็เสี่ยงเสียหายก่อนเวลาอันควร ซึ่งทั้งหมดนี้หมายถึง งบประมาณซ่อมแซมที่สูงขึ้นมหาศาล และยังสร้างความไม่สะดวกให้ผู้ใช้ถนนทุกคน
2. ความปลอดภัยคือเรื่องใหญ่
รถบรรทุกที่บรรทุกเกินน้ำหนักมีโอกาส เบรกไม่อยู่ และทำให้การควบคุมรถยากขึ้น ยิ่งถ้าเจอถนนลาดชันหรือทางโค้ง อุบัติเหตุร้ายแรงอาจเกิดขึ้นได้ทันที ดังนั้น การชั่งน้ำหนักจึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันไม่ให้ความเสี่ยงเหล่านี้เกิดขึ้น
3. กฎหมายและมาตรฐาน
ในประเทศไทย มีกฎหมายกำหนดน้ำหนักบรรทุกสูงสุดต่อเพลาและต่อตัวรถไว้อย่างชัดเจน เช่น รถสิบล้อจะบรรทุกได้ไม่เกินกี่ตัน รถพ่วงไม่เกินกี่ตัน หากฝ่าฝืน ไม่เพียงแต่ถูกปรับเงิน แต่ยังอาจถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือสั่งห้ามใช้รถทันที
4. ประหยัดต้นทุนของผู้ประกอบการเอง
หลายคนคิดว่าบรรทุกเกินคือ ขนเยอะ คุ้มกว่า แต่จริง ๆ กลับตรงข้าม เพราะรถที่บรรทุกหนักเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วขึ้น กินน้ำมันมากขึ้น และยางสึกง่ายขึ้น สุดท้ายแล้ว ค่าใช้จ่ายแฝงสูงกว่าการขนส่งแบบถูกกฎหมายเยอะ
5. เทคโนโลยีชั่งน้ำหนักยุคใหม่
ปัจจุบันไม่ได้มีแค่ด่านชั่งแบบหยุดรถเท่านั้น แต่ยังมี WIM (Weigh-in-Motion) หรือระบบชั่งน้ำหนักขณะรถวิ่งผ่าน โดยไม่ต้องหยุด ลดเวลารอคิว และช่วยให้ตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น นี่คือหนึ่งในนวัตกรรมที่ทำให้โลจิสติกส์ไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล
บทสรุป
การชั่งน้ำหนักรถบรรทุกไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แต่มันคือ จุดเริ่มต้นของความปลอดภัยและความยั่งยืน ทั้งต่อถนน ผู้ใช้รถ และธุรกิจขนส่งเอง ดังนั้น ครั้งหน้าเมื่อคุณเห็นรถบรรทุกเข้าด่านชั่งน้ำหนัก ลองมองว่า นั่นคือกลไกที่ช่วยให้ทุกการเดินทางของเราปลอดภัยและถนนอยู่กับเราได้นานขึ้น
1. ปกป้องถนนและสะพาน
น้ำหนักบรรทุกเกินมาตรฐานคือศัตรูตัวร้ายของโครงสร้างพื้นฐาน ถ้ารถบรรทุกหนักเกินไป ถนนจะสึกหรอเร็วกว่าปกติ หลุมบ่อเกิดขึ้นบ่อยขึ้น และสะพานก็เสี่ยงเสียหายก่อนเวลาอันควร ซึ่งทั้งหมดนี้หมายถึง งบประมาณซ่อมแซมที่สูงขึ้นมหาศาล และยังสร้างความไม่สะดวกให้ผู้ใช้ถนนทุกคน
2. ความปลอดภัยคือเรื่องใหญ่
รถบรรทุกที่บรรทุกเกินน้ำหนักมีโอกาส เบรกไม่อยู่ และทำให้การควบคุมรถยากขึ้น ยิ่งถ้าเจอถนนลาดชันหรือทางโค้ง อุบัติเหตุร้ายแรงอาจเกิดขึ้นได้ทันที ดังนั้น การชั่งน้ำหนักจึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันไม่ให้ความเสี่ยงเหล่านี้เกิดขึ้น
3. กฎหมายและมาตรฐาน
ในประเทศไทย มีกฎหมายกำหนดน้ำหนักบรรทุกสูงสุดต่อเพลาและต่อตัวรถไว้อย่างชัดเจน เช่น รถสิบล้อจะบรรทุกได้ไม่เกินกี่ตัน รถพ่วงไม่เกินกี่ตัน หากฝ่าฝืน ไม่เพียงแต่ถูกปรับเงิน แต่ยังอาจถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือสั่งห้ามใช้รถทันที
4. ประหยัดต้นทุนของผู้ประกอบการเอง
หลายคนคิดว่าบรรทุกเกินคือ ขนเยอะ คุ้มกว่า แต่จริง ๆ กลับตรงข้าม เพราะรถที่บรรทุกหนักเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วขึ้น กินน้ำมันมากขึ้น และยางสึกง่ายขึ้น สุดท้ายแล้ว ค่าใช้จ่ายแฝงสูงกว่าการขนส่งแบบถูกกฎหมายเยอะ
5. เทคโนโลยีชั่งน้ำหนักยุคใหม่
ปัจจุบันไม่ได้มีแค่ด่านชั่งแบบหยุดรถเท่านั้น แต่ยังมี WIM (Weigh-in-Motion) หรือระบบชั่งน้ำหนักขณะรถวิ่งผ่าน โดยไม่ต้องหยุด ลดเวลารอคิว และช่วยให้ตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น นี่คือหนึ่งในนวัตกรรมที่ทำให้โลจิสติกส์ไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล
บทสรุป
การชั่งน้ำหนักรถบรรทุกไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แต่มันคือ จุดเริ่มต้นของความปลอดภัยและความยั่งยืน ทั้งต่อถนน ผู้ใช้รถ และธุรกิจขนส่งเอง ดังนั้น ครั้งหน้าเมื่อคุณเห็นรถบรรทุกเข้าด่านชั่งน้ำหนัก ลองมองว่า นั่นคือกลไกที่ช่วยให้ทุกการเดินทางของเราปลอดภัยและถนนอยู่กับเราได้นานขึ้น
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
สินค้าดี แพ็คสวย แต่โดนรีวิว 1 ดาวเพราะพนักงานส่งของพูดจาแย่! รู้หรือไม่ว่า "มารยาทคนส่งของ" คือจุดชี้ชะตาภาพลักษณ์แบรนด์คุณ มาดูเหตุผลว่าทำไมการเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งที่ใส่ใจบริการอย่าง BS Express ถึงช่วยเพิ่มยอดซื้อซ้ำได้
21 ก.พ. 2026
เมื่อพูดถึงการขนส่งสินค้า ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคือรถบรรทุกคันใหญ่ รถติดยาวเหยียด และควันดำที่พ่นสู่ชั้นบรรยากาศ... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อุตสาหกรรมโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่น PM 2.5 ออกมามากที่สุด
21 ก.พ. 2026
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
20 ก.พ. 2026
BANKKUNG


