แชร์

ถนนที่คิดเองได้? เมื่อถนนเริ่มสื่อสารกับรถขนส่งผ่าน IoT

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 29 ก.ค. 2025
391 ผู้เข้าชม

 ในยุคที่เทคโนโลยี AI และ IoT (Internet of Things) เข้ามาเปลี่ยนโลกโลจิสติกส์อย่างรวดเร็ว อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าจับตาไม่แพ้ยานยนต์ไร้คนขับหรือคลังสินค้าอัจฉริยะ คือ "ถนนอัจฉริยะ" หรือ "Smart Road" ถนนที่สามารถสื่อสารกับรถขนส่งได้แบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักแนวคิด Smart Road ว่าคืออะไร ทำงานอย่างไร และมีโอกาสเกิดขึ้นจริงในไทยมากน้อยแค่ไหน

Smart Road คืออะไร?

Smart Road คือถนนที่ฝังระบบเซนเซอร์และ IoT ไว้ในพื้นผิวถนนหรือข้างทาง เพื่อรวบรวมและส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ให้กับระบบกลางหรือรถที่ขับผ่าน เช่น ข้อมูลอุณหภูมิผิวถนน, ความลื่น, การสั่นสะเทือน, อุบัติเหตุ, ปริมาณรถ, ไปจนถึงตำแหน่งของรถคันอื่นๆ ที่กำลังวิ่งอยู่

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังรถขนส่งหรือระบบควบคุมการเดินรถ เพื่อให้รถสามารถปรับความเร็ว เลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหา หรือเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ

ยกตัวอย่างการใช้งานจริง:

ถนนแจ้งเตือนน้ำท่วม: หากฝนตกหนักและเซนเซอร์ตรวจจับได้ว่าผิวถนนมีน้ำท่วมขัง ระบบจะส่งข้อมูลให้รถเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ
ถนนตรวจจับน้ำแข็ง: ในประเทศหนาว ถนนสามารถตรวจสอบระดับน้ำแข็งและส่งสัญญาณเตือนไปยังรถหรือผู้ขับขี่ให้ลดความเร็ว
ถนนตรวจจับแรงสั่นสะเทือน: หากถนนเริ่มทรุดหรือเกิดรอยร้าว เซนเซอร์สามารถแจ้งเตือนได้ทันที ก่อนเกิดอุบัติเหตุ

ประโยชน์ต่อธุรกิจโลจิสติกส์

ลดอุบัติเหตุ: รถรับข้อมูลจากถนนโดยตรง ทำให้ลดการตัดสินใจผิดพลาดจากคนขับ
วางแผนเส้นทางอัตโนมัติ: ผนวกกับระบบ GPS และ AI รถสามารถวางแผนเส้นทางขนส่งได้ทันทีตามสภาพถนนจริง
ลดเวลาส่ง: การเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหาแบบเรียลไทม์ ทำให้ส่งของได้เร็วและแม่นยำขึ้น
บริหาร Fleet ได้แม่นยำ: ผู้จัดการโลจิสติกส์สามารถดูสถานการณ์ถนนทุกสายที่มีรถของบริษัทอยู่แบบเรียลไทม์

เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

IoT Sensor: อุปกรณ์ตรวจจับอุณหภูมิ, ความชื้น, แรงกด, ความลื่น ฯลฯ
V2X (Vehicle to Everything): ระบบการสื่อสารระหว่างยานพาหนะกับสภาพแวดล้อมรอบตัว
AI + Big Data: วิเคราะห์ข้อมูลจากถนนและยานพาหนะเพื่อพยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้า

แล้วประเทศไทยล่ะ? พร้อมหรือยัง

ในไทย แม้ยังไม่มี Smart Road เต็มรูปแบบ แต่เริ่มมีการทดลองใช้เซนเซอร์ IoT กับถนนสายหลักบางจุด เช่น การแจ้งเตือนสภาพจราจรผ่านแอปพลิเคชัน หรือการใช้กล้องอัจฉริยะตรวจจับความเร็วและปริมาณรถ
ในอนาคต หากมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจโลจิสติกส์ที่ต้องการความแม่นยำสูง Smart Road อาจเกิดขึ้นเร็วขึ้นกว่าที่คิด

สรุป: ถนนก็ฉลาดได้ ถ้าเราร่วมกันพัฒนา
Smart Road ไม่ใช่เพียงถนนที่เชื่อมเมือง แต่เป็นระบบนิเวศใหม่ของการขนส่ง ที่ช่วยให้รถขนส่งตัดสินใจได้แม่นยำ ปลอดภัย และประหยัดต้นทุนยิ่งขึ้น เมื่อผสานเข้ากับระบบ AI และ IoT แล้ว ธุรกิจโลจิสติกส์จะเข้าสู่ยุคที่ ถนน เองก็กลายเป็นผู้ช่วยที่วางแผนให้เราได้



บทความที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาที่เกิดซ้ำ เพราะไม่มีใครกล้าพูด วัฒนธรรมเงียบที่ทำลายโลจิสติกส์
ปัญหาโลจิสติกส์ที่เกิดซ้ำ ไม่ได้มาจากความไม่รู้ แต่มาจากการไม่กล้าพูด บทความนี้ชี้ให้เห็นผลเสียของวัฒนธรรมเงียบในองค์กร
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
13 ก.พ. 2026
คำสั่งไม่ชัด = ต้นทุนเพิ่ม ความคลุมเครือที่ธุรกิจต้องจ่ายเงินจริง
คำสั่งที่ไม่ชัดเจนในงานโลจิสติกส์ นำไปสู่ต้นทุนแฝง ความผิดพลาด และความเครียดในทีม บทความนี้อธิบายว่าทำไม “พูดให้ชัด” ถึงสำคัญ
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
13 ก.พ. 2026
การสื่อสารผิดพลาดในโลจิสติกส์ ความเสียหายที่ไม่ได้เริ่มจากระบบ
การสื่อสารที่ผิดพลาดในโลจิสติกส์คือจุดเริ่มของความล่าช้า ต้นทุนเพิ่ม และความผิดพลาดซ้ำซาก บทความนี้อธิบายผลกระทบที่หลายองค์กรมองข้าม
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
13 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ