ทำไมน้ำมันถึงมีราคาผันผวนตลอดเวลา
อัพเดทล่าสุด: 14 มิ.ย. 2025
606 ผู้เข้าชม

1. อุปสงค์และอุปทาน (Demand & Supply)
ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน หากความต้องการใช้น้ำมัน (อุปสงค์) เพิ่มขึ้นในขณะที่ปริมาณน้ำมันในตลาด (อุปทาน) คงที่หรือมีจำกัด ราคาย่อมปรับตัวสูงขึ้น เช่น ฤดูหนาวในยุโรปที่มีการใช้พลังงานมากขึ้น หรือช่วงฤดูท่องเที่ยวที่การเดินทางเพิ่มขึ้นก็ทำให้ราคาน้ำมันขยับสูง
ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจชะลอตัว เช่น เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความต้องการใช้น้ำมันลดลง ราคาก็จะตกลง
2. ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
เหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น สงคราม ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การปิดช่องทางการขนส่งน้ำมัน เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ หรือการคว่ำบาตรรัสเซีย ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันโลก ทำให้ราคาพุ่งขึ้นทันที แม้จะเป็นเพียงข่าวหรือความเสี่ยงที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงก็ตาม
3. การตัดสินใจของ OPEC+
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และพันธมิตร (รวมถึงรัสเซีย) มีอำนาจต่อรองสูงในตลาดน้ำมัน หากกลุ่ม OPEC+ มีมติลดกำลังการผลิตเพื่อควบคุมราคาน้ำมัน ราคาจะพุ่งขึ้นทันที ในทางกลับกัน หากเพิ่มการผลิต ราคาก็จะปรับลดลง
4. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
น้ำมันซื้อขายกันในตลาดโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น น้ำมันจะมีราคาสูงขึ้นในสายตาของประเทศที่ใช้สกุลเงินอื่น ทำให้เกิดแรงกดดันต่อความต้องการใช้น้ำมัน และส่งผลต่อราคาโดยรวม
5. ปัจจัยด้านการลงทุนและตลาดล่วงหน้า (Futures)
นักลงทุนในตลาดล่วงหน้ามักซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้าโดยอิงจากการคาดการณ์ หากมีการคาดการณ์ว่าในอนาคตราคาจะสูง นักลงทุนจะเร่งซื้อเก็บไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในปัจจุบันปรับตัวขึ้น แม้สถานการณ์จริงยังไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม
6. ภัยพิบัติและการหยุดผลิตชั่วคราว
กรณีเช่น พายุเฮอริเคนในสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อแท่นขุดเจาะในอ่าวเม็กซิโก หรือการเกิดไฟไหม้ในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ ก็สามารถทำให้กำลังการผลิตลดลง และดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นได้ในทันที
สรุป
ราคาน้ำมันไม่ใช่สิ่งที่กำหนดแบบตายตัว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ธรรมชาติ และพฤติกรรมของนักลงทุน ทำให้ราคามีความผันผวนสูงอยู่ตลอดเวลา การทำความเข้าใจในปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เราตระหนักถึงความไม่แน่นอนของตลาดพลังงาน และเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม
ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน หากความต้องการใช้น้ำมัน (อุปสงค์) เพิ่มขึ้นในขณะที่ปริมาณน้ำมันในตลาด (อุปทาน) คงที่หรือมีจำกัด ราคาย่อมปรับตัวสูงขึ้น เช่น ฤดูหนาวในยุโรปที่มีการใช้พลังงานมากขึ้น หรือช่วงฤดูท่องเที่ยวที่การเดินทางเพิ่มขึ้นก็ทำให้ราคาน้ำมันขยับสูง
ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจชะลอตัว เช่น เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความต้องการใช้น้ำมันลดลง ราคาก็จะตกลง
2. ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
เหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น สงคราม ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การปิดช่องทางการขนส่งน้ำมัน เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ หรือการคว่ำบาตรรัสเซีย ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันโลก ทำให้ราคาพุ่งขึ้นทันที แม้จะเป็นเพียงข่าวหรือความเสี่ยงที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงก็ตาม
3. การตัดสินใจของ OPEC+
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และพันธมิตร (รวมถึงรัสเซีย) มีอำนาจต่อรองสูงในตลาดน้ำมัน หากกลุ่ม OPEC+ มีมติลดกำลังการผลิตเพื่อควบคุมราคาน้ำมัน ราคาจะพุ่งขึ้นทันที ในทางกลับกัน หากเพิ่มการผลิต ราคาก็จะปรับลดลง
4. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
น้ำมันซื้อขายกันในตลาดโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น น้ำมันจะมีราคาสูงขึ้นในสายตาของประเทศที่ใช้สกุลเงินอื่น ทำให้เกิดแรงกดดันต่อความต้องการใช้น้ำมัน และส่งผลต่อราคาโดยรวม
5. ปัจจัยด้านการลงทุนและตลาดล่วงหน้า (Futures)
นักลงทุนในตลาดล่วงหน้ามักซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้าโดยอิงจากการคาดการณ์ หากมีการคาดการณ์ว่าในอนาคตราคาจะสูง นักลงทุนจะเร่งซื้อเก็บไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในปัจจุบันปรับตัวขึ้น แม้สถานการณ์จริงยังไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม
6. ภัยพิบัติและการหยุดผลิตชั่วคราว
กรณีเช่น พายุเฮอริเคนในสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อแท่นขุดเจาะในอ่าวเม็กซิโก หรือการเกิดไฟไหม้ในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ ก็สามารถทำให้กำลังการผลิตลดลง และดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นได้ในทันที
สรุป
ราคาน้ำมันไม่ใช่สิ่งที่กำหนดแบบตายตัว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ธรรมชาติ และพฤติกรรมของนักลงทุน ทำให้ราคามีความผันผวนสูงอยู่ตลอดเวลา การทำความเข้าใจในปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เราตระหนักถึงความไม่แน่นอนของตลาดพลังงาน และเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การบริหารจัดการคลังสินค้าก็ได้รับผลกระทบเชิงบวกอย่างมาก หนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิธีทำงานในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์คือ Digital Twin หรือ “ฝาแฝดดิจิทัล” ซึ่งช่วยให้เราสามารถจำลองคลังสินค้าในรูปแบบเสมือนจริงได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
10 พ.ค. 2025
โลจิสติกส์ไม่ใช่แค่ต้นทุน แต่คืออาวุธทางธุรกิจที่ช่วยเพิ่มความเร็ว ลดความเสี่ยง และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
16 ม.ค. 2026
นักบินไม่สามารถขับเครื่องบินได้หากไม่มีแผงหน้าปัด (Dashboard) ที่คอยบอกความเร็ว, ความสูง, และสถานะของเครื่องยนต์ฉันใด ผู้จัดการคลังสินค้าก็ไม่สามารถบริหารจัดการการทำงานที่ซับซ้อนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ หากไม่มี Dashboard ที่ดี
13 ส.ค. 2025
BS Rut กองรถ

BS&DC SAI5

BANKKUNG
