ทำไมน้ำมันถึงมีราคาผันผวนตลอดเวลา
อัพเดทล่าสุด: 14 มิ.ย. 2025
608 ผู้เข้าชม

1. อุปสงค์และอุปทาน (Demand & Supply)
ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน หากความต้องการใช้น้ำมัน (อุปสงค์) เพิ่มขึ้นในขณะที่ปริมาณน้ำมันในตลาด (อุปทาน) คงที่หรือมีจำกัด ราคาย่อมปรับตัวสูงขึ้น เช่น ฤดูหนาวในยุโรปที่มีการใช้พลังงานมากขึ้น หรือช่วงฤดูท่องเที่ยวที่การเดินทางเพิ่มขึ้นก็ทำให้ราคาน้ำมันขยับสูง
ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจชะลอตัว เช่น เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความต้องการใช้น้ำมันลดลง ราคาก็จะตกลง
2. ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
เหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น สงคราม ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การปิดช่องทางการขนส่งน้ำมัน เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ หรือการคว่ำบาตรรัสเซีย ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันโลก ทำให้ราคาพุ่งขึ้นทันที แม้จะเป็นเพียงข่าวหรือความเสี่ยงที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงก็ตาม
3. การตัดสินใจของ OPEC+
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และพันธมิตร (รวมถึงรัสเซีย) มีอำนาจต่อรองสูงในตลาดน้ำมัน หากกลุ่ม OPEC+ มีมติลดกำลังการผลิตเพื่อควบคุมราคาน้ำมัน ราคาจะพุ่งขึ้นทันที ในทางกลับกัน หากเพิ่มการผลิต ราคาก็จะปรับลดลง
4. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
น้ำมันซื้อขายกันในตลาดโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น น้ำมันจะมีราคาสูงขึ้นในสายตาของประเทศที่ใช้สกุลเงินอื่น ทำให้เกิดแรงกดดันต่อความต้องการใช้น้ำมัน และส่งผลต่อราคาโดยรวม
5. ปัจจัยด้านการลงทุนและตลาดล่วงหน้า (Futures)
นักลงทุนในตลาดล่วงหน้ามักซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้าโดยอิงจากการคาดการณ์ หากมีการคาดการณ์ว่าในอนาคตราคาจะสูง นักลงทุนจะเร่งซื้อเก็บไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในปัจจุบันปรับตัวขึ้น แม้สถานการณ์จริงยังไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม
6. ภัยพิบัติและการหยุดผลิตชั่วคราว
กรณีเช่น พายุเฮอริเคนในสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อแท่นขุดเจาะในอ่าวเม็กซิโก หรือการเกิดไฟไหม้ในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ ก็สามารถทำให้กำลังการผลิตลดลง และดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นได้ในทันที
สรุป
ราคาน้ำมันไม่ใช่สิ่งที่กำหนดแบบตายตัว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ธรรมชาติ และพฤติกรรมของนักลงทุน ทำให้ราคามีความผันผวนสูงอยู่ตลอดเวลา การทำความเข้าใจในปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เราตระหนักถึงความไม่แน่นอนของตลาดพลังงาน และเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม
ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน หากความต้องการใช้น้ำมัน (อุปสงค์) เพิ่มขึ้นในขณะที่ปริมาณน้ำมันในตลาด (อุปทาน) คงที่หรือมีจำกัด ราคาย่อมปรับตัวสูงขึ้น เช่น ฤดูหนาวในยุโรปที่มีการใช้พลังงานมากขึ้น หรือช่วงฤดูท่องเที่ยวที่การเดินทางเพิ่มขึ้นก็ทำให้ราคาน้ำมันขยับสูง
ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจชะลอตัว เช่น เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความต้องการใช้น้ำมันลดลง ราคาก็จะตกลง
2. ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
เหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น สงคราม ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การปิดช่องทางการขนส่งน้ำมัน เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ หรือการคว่ำบาตรรัสเซีย ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันโลก ทำให้ราคาพุ่งขึ้นทันที แม้จะเป็นเพียงข่าวหรือความเสี่ยงที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงก็ตาม
3. การตัดสินใจของ OPEC+
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และพันธมิตร (รวมถึงรัสเซีย) มีอำนาจต่อรองสูงในตลาดน้ำมัน หากกลุ่ม OPEC+ มีมติลดกำลังการผลิตเพื่อควบคุมราคาน้ำมัน ราคาจะพุ่งขึ้นทันที ในทางกลับกัน หากเพิ่มการผลิต ราคาก็จะปรับลดลง
4. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
น้ำมันซื้อขายกันในตลาดโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น น้ำมันจะมีราคาสูงขึ้นในสายตาของประเทศที่ใช้สกุลเงินอื่น ทำให้เกิดแรงกดดันต่อความต้องการใช้น้ำมัน และส่งผลต่อราคาโดยรวม
5. ปัจจัยด้านการลงทุนและตลาดล่วงหน้า (Futures)
นักลงทุนในตลาดล่วงหน้ามักซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้าโดยอิงจากการคาดการณ์ หากมีการคาดการณ์ว่าในอนาคตราคาจะสูง นักลงทุนจะเร่งซื้อเก็บไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในปัจจุบันปรับตัวขึ้น แม้สถานการณ์จริงยังไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม
6. ภัยพิบัติและการหยุดผลิตชั่วคราว
กรณีเช่น พายุเฮอริเคนในสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อแท่นขุดเจาะในอ่าวเม็กซิโก หรือการเกิดไฟไหม้ในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ ก็สามารถทำให้กำลังการผลิตลดลง และดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นได้ในทันที
สรุป
ราคาน้ำมันไม่ใช่สิ่งที่กำหนดแบบตายตัว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ธรรมชาติ และพฤติกรรมของนักลงทุน ทำให้ราคามีความผันผวนสูงอยู่ตลอดเวลา การทำความเข้าใจในปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เราตระหนักถึงความไม่แน่นอนของตลาดพลังงาน และเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในยุคที่ข้อมูลไหลเร็วกว่าแสง และความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลงรายวัน ธุรกิจที่สามารถ “เดาอนาคต” ได้ก่อนย่อมได้เปรียบ — นั่นคือเหตุผลที่ AI หรือปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการคาดการณ์ดีมานด์สินค้า
13 พ.ค. 2025
เมื่อพูดถึง "พนักงานคลังสินค้า" หลายคนอาจนึกถึงภาพคนยกของหนักเพียงอย่างเดียว แต่ในยุคที่คลังสินค้าได้กลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีโลจิสติกส์ (Smart Warehouse) และเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ E-commerce ทักษะที่จำเป็นสำหรับทีมงานได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
7 ส.ค. 2025
หนึ่งในโมเดลที่ตอบโจทย์ผู้ขายยุคใหม่คือระบบ Pre-order หรือ การสั่งก่อน ผลิตทีหลัง
16 มิ.ย. 2025
BS Rut กองรถ

BS&DC SAI5

