HS CODE คืออะไร และจะสามารถหา HS CODE ได้อย่างไร
อัพเดทล่าสุด: 17 พ.ค. 2025
1603 ผู้เข้าชม

HS CODE คืออะไร?
HS CODE ย่อมาจาก Harmonized System Code เป็นระบบรหัสมาตรฐานสากลสำหรับการจัดประเภทสินค้าในทางศุลกากร พัฒนาโดย องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization: WCO) เพื่อให้ทุกประเทศใช้โครงสร้างเดียวกันในการจำแนกสินค้า
โดยทั่วไป HS CODE จะมี 6 หลักแรกที่เป็นมาตรฐานสากล ใช้ร่วมกันทั่วโลก และบางประเทศ (รวมถึงประเทศไทย) จะมีการขยายเป็น 8 หรือ 10 หลัก เพื่อให้จำแนกสินค้าได้ละเอียดขึ้น เช่น:
เพราะ HS CODE มีผลต่อ:
เว็บไซต์: https://customs.go.th
เข้าไปที่เมนู "พิกัดอัตราศุลกากร" หรือใช้ระบบ TARADIS (ระบบค้นหาพิกัดสินค้า) เพื่อค้นหา HS CODE ด้วยคำค้นภาษาไทยหรืออังกฤษ
2. ใช้ระบบ Lookup ของกรมการค้าต่างประเทศ
เว็บไซต์: https://www.dft.go.th
สามารถใช้เพื่อค้นหา HS CODE พร้อมดูข้อมูลการอนุญาต นำเข้า/ส่งออก ได้ด้วย
3. สอบถามจาก Shipping หรือ Freight Forwarder
บริษัทขนส่งระหว่างประเทศ หรือชิปปิ้งที่คุณใช้งานมักมีประสบการณ์ตรงและสามารถช่วยแนะนำ HS CODE ที่เหมาะสมให้คุณได้
4. ปรึกษาศุลกากรโดยตรง
หากไม่มั่นใจเลย ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อสอบถาม หรือยื่นคำขอ พิจารณาวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า (Binding Tariff Information) เพื่อความชัดเจน
5. ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลก
เช่น:
https://www.hs-codes.com
https://www.trademap.org
https://www.exportgenius.in
(แนะนำสำหรับผู้ที่ค้าขายระหว่างประเทศและต้องการดู HS CODE จากหลายประเทศ)
สรุป
HS CODE คือรหัสมาตรฐานสากลที่ใช้จำแนกสินค้าเพื่อวัตถุประสงค์ทางศุลกากร หากคุณค้าขายหรือนำเข้าสินค้า การรู้จักและใช้ HS CODE อย่างถูกต้องคือเรื่องจำเป็น เพราะมันมีผลต่อภาษี กฎหมาย และการขนส่งโดยตรง
HS CODE ย่อมาจาก Harmonized System Code เป็นระบบรหัสมาตรฐานสากลสำหรับการจัดประเภทสินค้าในทางศุลกากร พัฒนาโดย องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization: WCO) เพื่อให้ทุกประเทศใช้โครงสร้างเดียวกันในการจำแนกสินค้า
โดยทั่วไป HS CODE จะมี 6 หลักแรกที่เป็นมาตรฐานสากล ใช้ร่วมกันทั่วโลก และบางประเทศ (รวมถึงประเทศไทย) จะมีการขยายเป็น 8 หรือ 10 หลัก เพื่อให้จำแนกสินค้าได้ละเอียดขึ้น เช่น:
- 6 หลักแรก = มาตรฐานโลก
- 8 หลัก = ตามประกาศพิกัดศุลกากรไทย
- 10 หลัก = ใช้ในการทำใบขนสินค้า
- HS CODE 0901.21.00.00
สินค้า: กาแฟคั่วที่ไม่ผสมอะไรเพิ่มเติม
เพราะ HS CODE มีผลต่อ:
- อัตราภาษีนำเข้า-ส่งออก
- มาตรการทางการค้า เช่น ใบอนุญาต, การควบคุมสินค้า
- สถิติการค้าระหว่างประเทศ
- ต้องจ่ายภาษีผิด
- สินค้าถูกอายัดหรือตีกลับ
- เกิดปัญหาทางกฎหมาย
ดังนั้น การเข้าใจและเลือก HS CODE ให้ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการทุกคน
จะสามารถหา HS CODE ได้อย่างไร?
การหาหมายเลข HS CODE ที่ถูกต้องมีหลายวิธีดังนี้:
เว็บไซต์: https://customs.go.th
เข้าไปที่เมนู "พิกัดอัตราศุลกากร" หรือใช้ระบบ TARADIS (ระบบค้นหาพิกัดสินค้า) เพื่อค้นหา HS CODE ด้วยคำค้นภาษาไทยหรืออังกฤษ
2. ใช้ระบบ Lookup ของกรมการค้าต่างประเทศ
เว็บไซต์: https://www.dft.go.th
สามารถใช้เพื่อค้นหา HS CODE พร้อมดูข้อมูลการอนุญาต นำเข้า/ส่งออก ได้ด้วย
3. สอบถามจาก Shipping หรือ Freight Forwarder
บริษัทขนส่งระหว่างประเทศ หรือชิปปิ้งที่คุณใช้งานมักมีประสบการณ์ตรงและสามารถช่วยแนะนำ HS CODE ที่เหมาะสมให้คุณได้
4. ปรึกษาศุลกากรโดยตรง
หากไม่มั่นใจเลย ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อสอบถาม หรือยื่นคำขอ พิจารณาวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า (Binding Tariff Information) เพื่อความชัดเจน
5. ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลก
เช่น:
https://www.hs-codes.com
https://www.trademap.org
https://www.exportgenius.in
(แนะนำสำหรับผู้ที่ค้าขายระหว่างประเทศและต้องการดู HS CODE จากหลายประเทศ)
สรุป
HS CODE คือรหัสมาตรฐานสากลที่ใช้จำแนกสินค้าเพื่อวัตถุประสงค์ทางศุลกากร หากคุณค้าขายหรือนำเข้าสินค้า การรู้จักและใช้ HS CODE อย่างถูกต้องคือเรื่องจำเป็น เพราะมันมีผลต่อภาษี กฎหมาย และการขนส่งโดยตรง
- Tip: เริ่มต้นด้วยการค้นหาผ่านเว็บไซต์ของกรมศุลกากร หากยังไม่มั่นใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นเอกสารนำเข้า-ส่งออก
บทความที่เกี่ยวข้อง
เรียนรู้วิธีแพ็คสินค้าอย่างมืออาชีพ อัปเกรดร้านค้าของคุณด้วยเทคนิคการแพ็คของที่ช่วยลดความเสียหาย สร้างความประทับใจแรกพบ และมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด
22 พ.ย. 2025
"ของถึงมือลูกค้าแล้วครับ... แต่แตกละเอียดเลย!" ประโยคนี้คือฝันร้ายที่สุดของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และคนส่งของทุกคน เพราะนอกจากจะต้องเสียเงินค่าเคลมหรือส่งของใหม่ให้ลูกค้าแล้ว สิ่งที่เสียไปมากกว่านั้นคือ "ความเชื่อมั่น"
ต่อให้เราเลือกบริษัทขนส่งที่ดีแค่ไหน แต่ "อุบัติเหตุ" ระหว่างทางเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแรงสั่นสะเทือนจากถนน การวางทับซ้อน หรือการเคลื่อนย้าย วันนี้เราจึงรวบรวม สุดยอดเทคนิคการแพ็คของแตกหักง่าย (Fragile Items) ที่จะเปลี่ยนพัสดุของคุณให้แข็งแกร่งดุจหินผา โยน (เผลอ) แค่ไหนก็ไม่พัง!
10 ม.ค. 2026
ในการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน “คลังสินค้า” คือหัวใจสำคัญที่ทำหน้าที่เก็บรักษาและกระจายสินค้าให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
28 พ.ค. 2025
BS&DC SAI5


