แชร์

การวิเคราะห์และแก้ปัญหาด้วย 5W2H

สีเขียว_สีเหลือง_น่ารัก_ภาพประกอบ_ปิดร้านค้า_Sorry_We_Are_Closed_Instagram_Post_.png BS Rut กองรถ
อัพเดทล่าสุด: 21 เม.ย. 2025
3040 ผู้เข้าชม
5W2H คืออะไร?
5W2H เป็นแนวทางการตั้งคำถามเพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยประกอบด้วย 7 คำถามหลัก ดังนี้:

  • What (อะไร) ปัญหาคืออะไร เกิดอะไรขึ้น
  • Why (ทำไม) ทำไมถึงเกิดปัญหานี้ขึ้น
  • Where (ที่ไหน) ปัญหาเกิดขึ้นที่ใด
  • When (เมื่อไหร่) ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อใด หรือเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน
  • Who (ใคร) ใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง หรือใครพบเจอปัญหา
  • How (อย่างไร) ปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างไร
  • How much / How many (มากแค่ไหน) ความรุนแรงของปัญหาหรือผลกระทบมีมากน้อยเพียงใด

     

    การประยุกต์ใช้ 5W2H ในการวิเคราะห์ปัญหา
    การใช้ 5W2H ช่วยให้ทีมงานมองเห็นปัญหาในหลายมิติ และเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างชัดเจนก่อนจะหาทางแก้ไข ตัวอย่างเช่น:

    ตัวอย่างสถานการณ์: เครื่องจักรในสายการผลิตหยุดทำงานบ่อยครั้ง
     
    คำถาม คำตอบ (ตัวอย่าง)
    What เครื่องจักรหมายเลข 3 หยุดทำงานกลางคันระหว่างการผลิต
    Why สายพานภายในเสื่อมสภาพบ่อย
    Where ในสายการผลิต A ของแผนกประกอบ
    When เกิดขึ้นทุกวันช่วงกะกลางคืน
    Who ผู้ควบคุมเครื่องจักรประจำกะกลางคืน
    How เครื่องไม่มีการบำรุงรักษาตามรอบเวลาที่กำหนด
    How much ทำให้สายการผลิตล่าช้า 3 ชั่วโมงต่อวัน สูญเสียรายได้วันละ 20,000 บาท

     จากการวิเคราะห์นี้ ทีมงานสามารถเห็นภาพรวมของปัญหาและสามารถนำไปสู่แนวทางการแก้ไขได้อย่างตรงจุด เช่น จัดทำตารางบำรุงรักษาที่เข้มงวดขึ้น, ฝึกอบรมพนักงาน หรือจัดเตรียมอะไหล่ให้เพียงพอ เป็นต้น

 

ประโยชน์ของการใช้ 5W2H

  • ช่วยให้เข้าใจปัญหาอย่างรอบด้าน
  • สร้างแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจนและตรงจุด
  • ส่งเสริมการทำงานร่วมกันในทีมอย่างมีระบบ
ใช้ได้กับทั้งการวิเคราะห์ปัญหา การวางแผนงาน และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

สรุป
      5W2H เป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังในการวิเคราะห์ปัญหาและหาวิธีแก้ไขอย่างเป็นระบบ เหมาะสำหรับทุกระดับในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกระบวนการ การแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า หรือการวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพราะเมื่อเราถามคำถามที่ถูกต้อง ก็จะได้คำตอบที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
สินค้าดีแค่ไหน ถ้าส่งพังก็จบ! : เคล็ดลับใช้ "งานขนส่ง" เป็นจุดขายในโฆษณา มัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด
อย่าขายแค่ "ของ" แต่จงขาย "ความสบายใจ" คุณเคยสงสัยไหม? ทำไมยิงแอดโฆษณาไปเป็นแสน คนทักมาเยอะ แต่ปิดการขายได้น้อย? ปัญหานี้อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าของคุณไม่ดี หรือราคาแพงเกินไปครับ แต่ลึกๆ แล้วลูกค้าเกิดคำถามในใจว่า... "สั่งโซฟาตัวละหมื่น จะส่งมาสภาพไหน?" "กระจกบานใหญ่ขนาดนี้ จะแตกกลางทางไหม?" "ถ้าของพัง จะเคลมยากหรือเปล่า?" ในโลกออนไลน์ที่ลูกค้าจับต้องสินค้าไม่ได้ "ความกังวลเรื่องการจัดส่ง" คือกำแพงที่สูงที่สุดที่กั้นลูกค้าไว้ไม่ให้โอนเงิน วันนี้ BS Express จะพาคุณมาพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการนำกระบวนการขนส่ง (Logistics) มาชูเป็น "จุดขาย" ในโฆษณา บอกลูกค้ายังไงให้เขารู้สึกว่าร้านเรา "ใส่ใจ" และกล้ากดสั่งทันที!
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
6 ม.ค. 2026
ลูกค้าปฏิเสธรับของ (ตีกลับ): ใครต้องรับผิดชอบค่าส่ง? (กางกฎหมายและวิธีป้องกัน)
ปัญหาโลกแตกคนขายออนไลน์! ส่งของไปแล้วลูกค้าปฏิเสธรับของจนของตีกลับ สรุปแล้วตามกฎหมาย "ใครต้องจ่ายค่าส่ง"? บทความนี้มีคำตอบ พร้อม 5 วิธีป้องกันลูกค้าเทออเดอร์ COD ที่ได้ผลจริง
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
6 ม.ค. 2026
เจาะตลาดภูธรต้องรู้! ทำไมระบบ COD และการ "โทรหาก่อนส่ง" คือหัวใจสำคัญของการมัดใจลูกค้าต่างจังหวัด?
ตลาดภูธร...ขุมทรัพย์ที่ "ความไว้ใจ" สำคัญกว่า "ราคา" พ่อค้าแม่ค้าหลายคนอาจชินกับพฤติกรรมลูกค้าในกรุงเทพฯ ที่ชอบโอนไว ชอบให้วางของไว้ที่ล็อบบี้คอนโดโดยไม่ต้องเจอหน้า แต่ถ้าคุณกำลังขยายตลาดสู่ "ลูกค้าภูธร" หรือลูกค้าในต่างจังหวัด คุณต้องลืมตำราเดิมๆ ทิ้งไปก่อนครับ ในพื้นที่ต่างจังหวัด วิถีชีวิตและวิธีคิดในการช้อปปิ้งนั้นแตกต่างออกไป สำหรับพวกเขา การสั่งของออนไลน์ชิ้นใหญ่ๆ (เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือการเกษตร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า) ไม่ใช่แค่การกดสั่งแล้วจบ แต่คือเรื่องของ "ความเชื่อมั่น" ทำไมลูกค้ากลุ่มนี้ถึงรักระบบ เก็บเงินปลายทาง (COD) และทำไมพวกเขาถึงประทับใจมากเมื่อขนส่ง "โทรหาก่อนส่ง"? วันนี้ BS Express จะพามาไขคำตอบ เพื่อให้คุณกวาดออเดอร์ทั่วไทยได้แบบไม่มีสะดุดครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
6 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ