แชร์

อุโมงค์ข้ามแอตแลนติก แนวคิดสุดล้ำ ย่นเวลาเชื่อมนิวยอร์ก-ลอนดอน

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 23 ธ.ค. 2024
864 ผู้เข้าชม

อุโมงค์ข้ามแอตแลนติก แนวคิดสุดล้ำ ย่นเวลาเชื่อมนิวยอร์ก-ลอนดอน

 

ลองจินตนาการถึงการเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในเวลาเพียง 54 นาที แนวคิดนี้อาจฟังดูเหมือนหลุดมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ แต่วันนี้มันได้กลายเป็นข้อเสนอที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกวิศวกรรม

 

โครงการนี้เสนอการสร้าง อุโมงค์ใต้มหาสมุทรแอตแลนติก เชื่อมนิวยอร์กและลอนดอน ด้วยความยาวกว่า 3,400 ไมล์ และต้นทุนที่สูงถึง 19.8 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งหากสำเร็จจะเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางและโลจิสติกส์ระดับโลกไปตลอดกาล

 

ปัจจุบัน การเดินทางระหว่างนิวยอร์กและลอนดอนด้วยเครื่องบินใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง แนวคิดใหม่นี้ลดเวลาเหลือไม่ถึงชั่วโมง โดยใช้เทคโนโลยี รถไฟสุญญากาศ (Vacuum Train) ซึ่งสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วกว่า 3,000 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือมากกว่าความเร็วเสียง 4 เท่า

 

อุโมงค์ยักษ์จะถูกสร้างอย่างไร ?

1.อุโมงค์ใต้ทะเล ซึ่งต้องการการขุดเจาะและสร้างโครงสร้างใต้มหาสมุทรที่มีความลึกมาก
2. อุโมงค์ลอยน้ำ ที่จะถูกแขวนด้วยสายเคเบิลและลอยอยู่เหนือน้ำ ลดความซับซ้อนของงานก่อสร้างใต้ทะเลลึก

สำหรับการเปรียบเทียบ ขนาดของโครงการนี้มหึมากว่าอุโมงค์ช่องแคบอังกฤษ (Channel Tunnel) ที่เชื่อมระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งยาวเพียง 23.5 ไมล์ และใช้เวลาก่อสร้างถึง 6 ปี

 

อุปสรรคใหญ่ ค่าใช้จ่ายมหาศาล แม้แนวคิดนี้จะน่าตื่นเต้น แต่ค่าใช้จ่ายในการสร้าง 19.8 ล้านล้านเหรียญ ทำให้เกิดคำถามถึงความคุ้มทุนและความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐกิจ

 

ทำไมจึงเป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน?

  • ระยะทางมหาศาล: มหาสมุทรแอตแลนติกมีความกว้างหลายพันกิโลเมตร การสร้างอุโมงค์ขนาดใหญ่มากขนาดนั้นต้องใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรที่มหาศาล
  • ความลึกของมหาสมุทร: ความลึกของมหาสมุทรแอตแลนติกแตกต่างกันไปในแต่ละจุด การขุดอุโมงค์ให้ลึกและยาวขนาดนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
  • แรงดันน้ำ: ความดันของน้ำทะเลที่ความลึกหลายพันเมตรนั้นมหาศาล การออกแบบและสร้างอุโมงค์ที่สามารถทนต่อแรงดันน้ำได้เป็นเรื่องท้าทายมาก
  • ค่าใช้จ่ายมหาศาล: การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่นี้ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ซึ่งอาจไม่คุ้มค่ากับผลตอบแทน
  • เทคโนโลยีปัจจุบัน: แม้ว่าเทคโนโลยีการขุดอุโมงค์จะพัฒนาไปมาก แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างอุโมงค์ใต้มหาสมุทรที่มีความยาวและความลึกขนาดนั้นได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

 

ปัจจุบัน โครงการนี้ยังไม่มีรัฐบาลใดให้การสนับสนุน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในศตวรรษนี้ ความฝันที่จะเดินทางจากนิวยอร์กไปลอนดอนในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง อาจไม่ไกลเกินเอื้อม

 

ขอบคุณข้อมูล:https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1082704720320415&id=100057426910874&set=a.169927811598115

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
คลังสินค้าที่ใช้พลังงานต่ำกว่าออฟฟิศ 1 ชั้น เบื้องหลังแนวคิด Low Energy Logistics Hub
เจาะลึกแนวคิดคลังสินค้าพลังงานต่ำ ที่ใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานและออกแบบอัจฉริยะ เพื่อลดต้นทุนและสร้างอนาคตโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน
ร่วมมือ.jpg เหมาคัน
6 ส.ค. 2025
เหนือกว่า 'ดี' คือ 'ดีเลิศ': เปลี่ยนจาก 'ผู้ให้บริการ' สู่ 'พาร์ทเนอร์' ที่ลูกค้าขาดไม่ได้
ในธุรกิจโลจิสติกส์และ Fulfillment การให้บริการที่ "ดี" อาจหมายถึงการส่งของถึงที่หมายตรงเวลาและไม่เสียหาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังอยู่แล้ว แต่การบริการที่ "ดีเลิศ" คือการก้าวไปอีกขั้น คือการเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้ให้บริการ" (Provider) ที่ทำตามคำสั่ง ไปสู่การเป็น "พาร์ทเนอร์" (Partner) ที่เข้าใจ, ช่วยคิด, และพร้อมเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของลูกค้า
ซาล(นักศึกษาฝึกงาน)
8 ต.ค. 2025
อยากสร้างระบบ WMS เอง? 5 ขั้นตอนเปลี่ยนคลังสินค้าธรรมดาให้เป็นคลังอัจฉริยะ
ในยุคที่ธุรกิจ E-commerce แข่งขันกันที่ความเร็วและความแม่นยำ การมีระบบจัดการคลังสินค้า หรือ WMS (Warehouse Management System) ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นในการเติบโต หลายคนอาจคิดว่าการสร้าง WMS เป็นเรื่องไกลตัวและต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับธุรกิจ SME การ "สร้างระบบ WMS" หมายถึงการวางแผนและนำเครื่องมือที่เหมาะสมมาใช้สร้าง "ระบบ" การทำงานที่เป็นอัจฉริยะขึ้นมา
ซาล(นักศึกษาฝึกงาน)
5 ส.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้