แชร์

จัดการสต๊อกให้ดีขึ้นโดยการทลายการทำงานแบบ silo

อัพเดทล่าสุด: 22 ต.ค. 2024
979 ผู้เข้าชม
การทำงานแบบ silo คืออะไร?

          เมื่อแผนกต่าง ๆ ในองค์กรเดียวกัน ไม่ยอมแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือองค์ความรู้ระหว่างกัน บางทีทำซ้ำกันบ้าง ขัดกันบ้าง เป็นปัญหาที่หลายๆ องค์กรต้องเจอโดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ทำให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานต่ำลง ขวัญกำลังใจพนักงานตก และอาจส่งผลถึงขั้นทำลายวัฒนธรรมองค์กรได้

การทำงานแบบ silo กับการจัดการสินค้าคงคลัง (สต๊อก)

          เนื่องจากการจัดการสินค้าคงคลังที่ดีคือการจัดการให้สต๊อกอยู่ในปริมาณที่เพียงพอกับปริมาณการใช้ ไม่เหลือค้างเก็บไว้ในคลังนานๆเพราะตัวสินค้าคงคลังนั้นมีต้นทุนด้วยตัวของมันเองและมีต้นทุนในการจัดเก็บ เพราะฉะนั้นเรื่องของปริมาณในการจัดเก็บสต๊อกหรือที่เรียกว่า safety stock, เวลาในการสั่งซื้อของ, ระยะเวลาในการจัดส่งของ ล้วนแล้วเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนในองค์กรทั้งสิ้น กล่าวคือ ตั้งแต่แผนกการขาย (Sales) ที่ไปคุยกับลูกค้ามา แผนกนี้จะทราบว่าลูกค้าต้องการอะไร ปริมาณเท่าไหร่ และเมื่อไหร่ที่ต้องการของ ทางแผนกการขายจะต้องมาคุยกับแผนกวางแผนหรือ Planning เพื่อที่จะดูว่าศักยภาพในการผลิตขององค์กรรองรับความต้องการของลูกค้าได้ไหม จากนั้นแผนกวางแผนก็ต้องไปคุยกับแผนกจัดซื้อ (Procurement) ว่าของเพียงพอไหม หากไม่เพียงพอ ต้องใส่อะไรเพิ่ม เป็นจำนวนเท่าไหร่บ้าง และคุยกับแผนกการผลิต (Production) ถึงกำลังการผลิตว่าสอดคล้องกับความต้องการไหม

          จากตัวอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า หากพนักงานในแผนกเหล่านี้ทำงานแบบ silo จะทำให้ข้อมูลมันไม่ไหลไปตามห่วงโซ่การผลิต ผลที่ตามมาคือเกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างความต้องการของลูกค้าและศักยภาพการผลิตขององค์กร สุดท้ายลูกค้าจะเป็นผู้แบกภาระนั้นไว้พร้อมกับชื่อเสียงขององค์กรที่ไม่สามารถจัดส่งของได้ตามเวลาที่กำหนด

ทลายการทำงานแบบ silo ด้วยการทำ CPFR (Collaborative, Planning, Forecasting, Replenishment)

          CPFR (Collaborative, Planning, Forecasting, Replenishment) คือแผนการสร้างความร่วมมือ (Collaborative), การวางแผน (Planning) , การพยากรณ์ (Forecasting) และการเติมเต็มสต๊อก (Replenishment) เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอในการผลิตและจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนที่เราจะไปทำ CPFR ให้มีประสิทธิภาพได้นั้น องค์กรควรทลายการทำงานแบบ silo ออกไปให้ได้ก่อน องค์กรอาจจะเริ่มจาก

  • การให้พนักงานแผนกต่างๆมองเป้าหมายเดียวกัน (Common goal) ว่าคือเป้าหมายอะไร เช่น เป้าหมายในการส่งสินค้าให้ลูกค้าตามเวลาที่กำหนดไว้
  • การมองเพื่อนต่างแผนกเป็นลูกค้าภายใน (Internal customer) และซัพพลายเออร์ภายใน (Internal supplier) ซึ่งกันละกันเพื่อที่จะส่งมอบงานที่ได้ตกลงกันไว้อย่างมีคุณภาพ
  • การจัดทำ Team building เพื่อให้พนักงานในองค์กรมีโอกาสรู้จักกันมากขึ้น ทำกิจกรรมร่วมกันและละลายพฤติกรรมกัน ทำให้พนักงานจากหลายๆแผนกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

สรุป

          จะเห็นได้ว่าการทำงานแบบ silo หรือต่างคนต่างทำงานของตนเอง ไม่มีความร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียว จะทำให้ผลที่ตามมานั้นไม่ใช่แค่ performance ของซัพพลายเชนและองค์กรเสียเชื่อเสียง แต่ผลกระทบหลักเลยคือเราไม่สามารถตอบโจทย์และทำตามความคาดหวังของลูกค้าได้ เพราะฉะนั้นการทลายการทำงานแบบ silo ได้จะเกิดผลดีต่อองค์กรอย่างมากมาย รวมไปถึงการบริหารสต๊อกให้ดีขึ้นด้วย

 


BY : ICE

ที่มา : https://supplychainguru.co.th


บทความที่เกี่ยวข้อง
Logistics Audit: วิธีเช็กสุขภาพระบบขนส่งในบริษัทคุณ ว่ามี "รูรั่ว" ตรงไหนบ้าง?
กำไรหายไปไหน? อาจรั่วไหลอยู่ที่ระบบขนส่ง! เรียนรู้วิธีทำ Logistics Audit ตรวจเช็กสุขภาพงานขนส่ง 4 จุดสำคัญ เพื่ออุดรูรั่ว ลดต้นทุนแฝง และเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจทันที
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
14 ม.ค. 2026
Brand Extension ขยายอาณาจักรแบรนด์ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
สวัสดีครับทุกคน! เคยเห็นไหมครับว่าแบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันดี ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม? นั่นแหละครับคือกลยุทธ์ Brand Extension
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
4 มี.ค. 2025
Customer Retention 101: ทำไม "บริการส่งที่ดี" ถึงสำคัญกว่า "ยิงแอด" ในการดึงลูกค้าให้ซื้อซ้ำ
หยุดถมเงินค่าแอด ถ้าหลังบ้านยัง "รั่ว" คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมยิงแอดไปเท่าไหร่ ยอดขายก็ไม่โตแบบก้าวกระโดดสักที? หรือทำไมลูกค้าซื้อครั้งเดียวแล้วหายเงียบ ไม่กลับมาซื้อซ้ำ? ในโลกธุรกิจออนไลน์ปี 2025 ที่ค่าโฆษณา (Ads Cost) แพงหูฉี่ การมัวแต่หาลูกค้าใหม่ (Acquisition) อาจไม่ใช่คำตอบที่คุ้มค่าที่สุดอีกต่อไป กุญแจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดและกำไรพุ่งคือ "การรักษาลูกค้าเก่า (Customer Retention)" และเชื่อหรือไม่ว่า เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ไม่ใช่คูปองส่วนลด แต่คือ "ประสบการณ์การจัดส่ง (Delivery Experience)" นั่นเอง วันนี้ BS Group จะพาไปดูว่าทำไมการส่งของที่ดี ถึงมีค่ามากกว่าการยิงแอด
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
9 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้