แชร์

การขนส่งวัตถุอันตราย: กฎหมายและข้อควรระวังที่ควรรู้

noimageauthor ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 19 ธ.ค. 2025
124 ผู้เข้าชม

สรุปเรื่องต้องรู้! "การขนส่งวัตถุอันตราย" (Dangerous Goods): กฎหมาย และข้อควรระวังที่ห้ามมองข้าม
การขนส่งสินค้าทั่วไปว่ายากแล้ว แต่การ "ขนส่งวัตถุอันตราย" (Dangerous Goods) นั้นยากและซับซ้อนยิ่งกว่าหลายเท่า! เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดเพียงนิดเดียว ไม่ใช่แค่สินค้าเสียหาย แต่อาจหมายถึงความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องขนย้ายสารเคมี, แบตเตอรี่, วัตถุไวไฟ หรือก๊าซต่างๆ วันนี้เราสรุปข้อกฎหมายและสิ่งที่คุณต้องระวังมาให้แล้ว เพื่อให้ธุรกิจของคุณดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมายครับ

1. รู้จักประเภทของวัตถุอันตราย (UN Class)
ก่อนจะขนส่ง ต้องรู้ก่อนว่าสินค้าของคุณจัดอยู่ในประเภทไหน ตามมาตรฐานสากล (UN Recommendation) แบ่งออกเป็น 9 ประเภทหลักๆ เช่น:

Class 2: ก๊าซ (เช่น ถังออกซิเจน, LPG)
Class 3: ของเหลวไวไฟ (เช่น น้ำมัน, ทินเนอร์, สี)
Class 8: สารกัดกร่อน (เช่น กรดต่างๆ)
การระบุประเภทที่ถูกต้อง จะนำไปสู่การติดป้ายสัญลักษณ์บนรถและการเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงที่เหมาะสม

2. กฎหมายและเอกสารสำคัญที่ "ต้องมี"
กฎหมายไทยเข้มงวดมากในเรื่องนี้ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับหนักและจำคุก สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ:

ใบอนุญาตขับรถชนิดที่ 4 (ท.4): พนักงานขับรถต้องผ่านการอบรมและได้รับใบอนุญาตสำหรับขับรถขนส่งวัตถุอันตรายโดยเฉพาะ (ไม่สามารถใช้ใบขับขี่ประเภทอื่นแทนได้)
เอกสารกำกับการขนส่ง (Transport Document): ต้องระบุชื่อที่ถูกต้องของสาร (Proper Shipping Name), หมายเลข UN, และระดับความเป็นอันตราย
เอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS / MSDS): ต้องมีติดรถเสมอ เพื่อให้ข้อมูลการปฐมพยาบาลและการจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

3. มาตรฐานตัวรถและอุปกรณ์ความปลอดภัย
ไม่ใช่รถกระบะหรือรถบรรทุกคันไหนก็ขนได้! รถที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตรายต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดกรมการขนส่งทางบก:
ป้ายสัญลักษณ์ (Placards): ต้องติดป้ายแสดงประเภทวัตถุอันตรายที่ชัดเจน มองเห็นได้ง่ายรอบคัน
อุปกรณ์ฉุกเฉิน: ต้องมีถังดับเพลิง กรวยยาง และอุปกรณ์ระงับเหตุเบื้องต้นติดรถเสมอ
ระบบ GPS Tracking: เพื่อติดตามพิกัดและความเร็วตลอด 24 ชั่วโมง

4. ข้อควรระวังและการจัดการบรรจุภัณฑ์ (Packaging)
บรรจุภัณฑ์ต้องได้มาตรฐาน: ทนทาน ไม่รั่วซึม และทนต่อปฏิกิริยาเคมีของสินค้านั้นๆ
การจัดเรียงสินค้า (Stowage): ห้ามวางปะปนกับสินค้าอาหาร หรือสินค้าที่อาจทำปฏิกิริยากัน (เช่น ห้ามวางสารไวไฟคู่กับสารช่วยให้ติดไฟ) และต้องมีการรัดตรึงสินค้าให้แน่นหนาป้องกันการเคลื่อนที่

 

สรุป: ความปลอดภัยคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
การขนส่งวัตถุอันตรายมีความเสี่ยงสูง การเลือกใช้บริการ "มือสมัครเล่น" อาจนำมาซึ่งความเสียหายที่คุณประเมินค่าไม่ได้ การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้อง รถได้มาตรฐาน และคนขับผ่านการอบรม ท.4 จึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ


บทความที่เกี่ยวข้อง
หยุดเดี๋ยวนี้! เท "น้ำมันเครื่องเก่า" ลงท่อ = ทำลายโลก... เปิดเบื้องหลังการกำจัดของเสียฉบับ BS Transport ที่ได้มาตรฐานกรมโรงงาน
คุณรู้ไหมครับว่า? "น้ำมันเครื่องเก่าเพียง 1 ลิตร สามารถทำให้น้ำสะอาด 1 ล้านลิตร เน่าเสียได้ทันที" สำหรับธุรกิจขนส่งที่มีรถบรรทุกนับร้อยคันอย่างเรา การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแต่ละครั้งหมายถึงปริมาณ "ของเสียอันตราย" จำนวนมหาศาล ถ้าจัดการไม่ดี แอบเทลงท่อระบายน้ำ หรือเททิ้งตามพื้นดิน สิ่งเหล่านี้จะไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง ทำลายระบบนิเวศ และย้อนกลับมาทำร้ายพวกเราเอง ที่ BS Transport เราไม่ได้แค่ดูแลสินค้าของคุณ แต่เราดูแลโลกใบนี้ด้วย วันนี้เราจะพาไปดู "กระบวนการจัดการน้ำมันเครื่องเก่า" จากอู่ซ่อมบำรุงของเรา ว่าทำอย่างไรถึงถูกต้องตามกฎหมายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100%
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
12 ก.พ. 2026
ความเคยชิน ศัตรูเงียบของการพัฒนาคลังสินค้า
ความเคยชินในงานคลังอาจดูปลอดภัย แต่จริงๆ คืออุปสรรคของการพัฒนา บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าทำไม “ทำแบบเดิม” ถึงอันตราย
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
12 ก.พ. 2026
วัฒนธรรม “เอาตัวรอด” ศัตรูเงียบที่ทำลายระบบคลังทีละนิด
วัฒนธรรมเอาตัวรอดในคลังสินค้า ส่งผลอย่างไรต่อระบบและทีมงาน บทความนี้อธิบายว่าทำไมพฤติกรรมเล็กๆ ถึงพังทั้งองค์กรได้
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
12 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ