แชร์

การบริหารการขนส่งเกี่ยวข้องอย่างไรกับโลจิสติกส์

อัพเดทล่าสุด: 16 ต.ค. 2024
1085 ผู้เข้าชม

     การบริหารการขนส่ง (Transportation Management) และโลจิสติกส์ (Logistics) เป็นสองแนวคิดที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด แต่มีบทบาทและขอบเขตที่แตกต่างกัน การขนส่งเป็นส่วนหนึ่งของโลจิสติกส์ ซึ่งครอบคลุมถึงการเคลื่อนย้ายสินค้าและวัตถุดิบจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่โลจิสติกส์เป็นการจัดการกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการจัดหา การเก็บรักษา และการกระจายสินค้า

การบริหารการขนส่ง (Transportation Management)

     การบริหารการขนส่ง หมายรวมถึง การเคลื่อนย้ายวัตถุดิบหรือสินค้าตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปยังจุดที่มีการบริโภค หรือการส่งคืนสินค้าผิดปกติกลับมายังคลังสินค้า รวมถึงการขนย้ายสินค้าเพื่อนำไปยังจุดที่จะทำลาย ทำให้องค์กรต้องคำนึงถึงรูปแบบลักษณะการเลือกวิธีการขนส่งประเภทต่างๆ ที่เหมาะสมกับตัวสินค้า รวมถึงเส้นทางในการขนส่งอีกด้วย เช่น ทางอากาศ ทางน้ำ ทางรถไฟ ทางท่อ ทางรถ เป็นต้น เพื่อให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของภูมิภาคนั้นๆ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า องค์กรมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการจัดส่งให้ถูกสถานที่ ถูกเวลา ในสภาพที่สมบูรณ์ รวมถึงการควบคุมต้นทุนที่จะเกิดขึ้นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ความเกี่ยวข้องระหว่างการบริหารการขนส่งกับโลจิสติกส์

 1.การขนส่งเป็นส่วนหนึ่งของโลจิสติกส์

     การขนส่งเป็นกิจกรรมหลักที่ทำให้กระบวนการโลจิสติกส์สมบูรณ์ เพราะการเคลื่อนย้ายสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นในการส่งมอบสินค้าให้ถึงมือลูกค้า การจัดการที่ดีช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง

2.การจัดการการขนส่งเป็นการควบคุมต้นทุน

     ในกระบวนการโลจิสติกส์ ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขนส่งสามารถเป็นสัดส่วนที่สูง การจัดการที่ดีช่วยลดต้นทุนในการขนส่งด้วยการเลือกเส้นทางที่มีประสิทธิภาพ การเลือกรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสม (เช่น รถบรรทุก รถไฟ เครื่องบิน หรือเรือ) และการรวมส่งสินค้าเพื่อลดการวิ่งรถเปล่า

3.การประสานงานและการจัดเวลา

     การบริหารการขนส่งที่มีประสิทธิภาพช่วยให้การจัดส่งสินค้าตรงเวลา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการให้บริการลูกค้าที่ดี และส่งผลต่อการวางแผนโลจิสติกส์ในภาพรวม เช่น การจัดการสินค้าคงคลัง

4.เทคโนโลยีและข้อมูล

     ในโลจิสติกส์ การขนส่งมักจะใช้เทคโนโลยี เช่น ระบบการจัดการขนส่ง (Transportation Management System - TMS) เพื่อติดตามสถานะของสินค้า เส้นทาง และประสิทธิภาพการขนส่ง ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของตลาด

5.การจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management)

     การบริหารการขนส่งที่ดีช่วยลดการสะสมสินค้าคงคลังที่มากเกินไป การขนส่งที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพช่วยให้บริษัทสามารถเก็บสินค้าคงคลังในระดับที่เหมาะสมและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยลดต้นทุนการเก็บรักษาสินค้า

6.การจัดการความเสี่ยง (Risk Management)

     การขนส่งมีความเสี่ยง เช่น การเกิดอุบัติเหตุ สภาพอากาศที่ไม่ดี หรือการหยุดชะงักในเส้นทาง การบริหารการขนส่งที่ดีจะรวมถึงการวางแผนเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ การประกันภัย การจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉิน และการประสานงานกับผู้ให้บริการขนส่ง เพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

7.ความยั่งยืน (Sustainability)

     โลจิสติกส์ในปัจจุบันมีการให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การบริหารการขนส่งที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมักจะเน้นการลดการใช้เชื้อเพลิง การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การรวมเส้นทางขนส่งเพื่อประหยัดพลังงาน และการใช้พาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า หรือการใช้ระบบขนส่งที่ใช้พลังงานหมุนเวียน

8.การวิเคราะห์และการปรับปรุงกระบวนการ (Analytics and Process Optimization)

     ข้อมูลที่ได้จากกระบวนการขนส่งสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยี เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้ สามารถช่วยให้ผู้บริหารการขนส่งตัดสินใจได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับเส้นทาง การเลือกพาหนะที่เหมาะสม หรือการคาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า

9.การขนส่งแบบครบวงจร (End-to-End Transportation)

     ในการบริหารโลจิสติกส์สมัยใหม่ ความสำคัญของการขนส่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขนส่งสินค้าเท่านั้น แต่รวมถึงการประสานงานทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น จากผู้ผลิตไปยังคลังสินค้าและจากคลังสินค้าไปยังลูกค้า การสร้างเครือข่ายการขนส่งที่เป็นระบบและคล่องตัวจึงมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

10.การพัฒนาเครือข่ายซัพพลายเชน

     การบริหารการขนส่งที่มีประสิทธิภาพมีผลต่อเครือข่ายซัพพลายเชนโดยรวม เพราะมันช่วยให้สามารถจัดหาวัตถุดิบหรือส่งสินค้าสำเร็จรูปได้รวดเร็วและสม่ำเสมอ ทำให้ซัพพลายเชนทำงานได้อย่างราบรื่นและเป็นที่พึ่งของลูกค้า

การบริหารการขนส่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้การจัดการโลจิสติกส์เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุน

 

 

 

BY : NooN (CC)

ที่มาของข้อมูล : chatgpt.com , bsgroupth.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
เลิก "เดา" แล้วใช้ "ข้อมูล"! เจาะลึก Big Data: เปลี่ยน "ประวัติการขนส่ง" ให้เป็นแผนสั่งของที่แม่นยำราวจับวาง
คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้ไหมครับ? "สั่งของมาตุนไว้เยอะเกินไปจนล้นโกดัง เพราะกลัวของขาด" "กะเวลาของเข้าพลาด รถติด ของมาส่งไม่ทัน ไลน์ผลิตต้องหยุดชะงัก" "ช่วงโปรโมชั่นขายดีมาก แต่สั่งรถขนส่งไม่ทัน เพราะไม่ได้จองล่วงหน้า" ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการบริหารจัดการแบบ "ใช้สัญชาตญาณ" (Gut Feeling) ครับ แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่มี "ข้อมูล" (Data) มากที่สุด วันนี้ BS Transport จะพาคุณไปดูว่า กองเอกสารและประวัติการขนส่งที่คุณมีอยู่ในมือ (ที่เรียกว่า Big Data) สามารถเปลี่ยนเป็น "คัมภีร์" ที่ช่วยให้คุณวางแผนสั่งของล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำได้อย่างไร?
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
26 ม.ค. 2026
พนักงานไม่ได้หายไป แต่บทบาทเปลี่ยน เมื่อ RPA เข้ามาในโลจิสติกส์
RPA ไม่ได้แย่งงานพนักงานโลจิสติกส์ แต่เปลี่ยนบทบาทจากงานซ้ำ เป็นงานวิเคราะห์และบริหาร บทความนี้อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
26 ม.ค. 2026
งานเอกสารโลจิสติกส์แบบไหน ที่ควรให้บอททำแทนคน
รวมตัวอย่างงานเอกสารโลจิสติกส์ที่เหมาะกับ RPA ช่วยลดภาระงานซ้ำ เพิ่มความเร็ว และลดความผิดพลาดในองค์กร
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
26 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ