แชร์

การคาดการณ์ความต้องการ (Demand forecasting) เกี่ยวข้องอย่างไรกับโลจิสติกส์

อัพเดทล่าสุด: 9 ต.ค. 2024
1893 ผู้เข้าชม

การคาดการณ์ความต้องการ (Demand forecasting)

      เป็นการพยากรณ์ความต้องการในตัวสินค้าหรือบริการของลูกค้า นับว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญในการสร้างผลกำไรหรือทำให้องค์กรขาดทุนได้ การคาดการณ์ความต้องการช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดทิศทางในการดำเนินงาน กล่าวคือ สามารถวางแผนความต้องการใช้ทรัพยากรในแต่ละกระบวนการได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ปริมาณการจัดเก็บสินค้าคงคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

     การคาดการณ์ความต้องการ (Demand forecasting) เป็นหนึ่งใน 13 กิจกรรมโลจิสิตกส์ มีบทบาทสำคัญในระบบโลจิสติกส์ (Logistics) เนื่องจากช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนและจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีความเกี่ยวข้องในหลายมิติ ดังนี้

1.การจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management)

     การคาดการณ์ความต้องการช่วยให้ธุรกิจสามารถคำนวณปริมาณสินค้าที่ควรสั่งซื้อหรือผลิตได้อย่างแม่นยำ หากคาดการณ์ถูกต้อง ธุรกิจจะสามารถลดต้นทุนสินค้าคงคลังที่มากเกินไปและป้องกันปัญหาขาดสินค้าที่จำเป็น

2.การวางแผนการจัดส่ง (Distribution Planning)

     การคาดการณ์ความต้องการช่วยให้สามารถวางแผนเส้นทางการจัดส่งและเลือกวิธีการขนส่งที่เหมาะสม เพื่อให้สินค้าถึงมือผู้บริโภคตรงเวลาและลดต้นทุนการขนส่ง

3.การจัดการทรัพยากร (Resource Management)

     ธุรกิจสามารถจัดการทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เช่น รถขนส่ง พนักงาน และสถานที่เก็บสินค้า ได้ตามความต้องการที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ลดการเสียเวลาและต้นทุนในการดำเนินงาน

4.การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Production Planning)

     การคาดการณ์ความต้องการจะช่วยให้ธุรกิจปรับแผนการผลิตได้ตามความต้องการของตลาด ลดปัญหาการผลิตเกินหรือการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการจริง

5.การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

     การคาดการณ์ที่แม่นยำช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดีขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงในฤดูกาล เศรษฐกิจ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจกระทบต่อการขนส่งและการจัดจำหน่ายสินค้า

6.การบริหารโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)

     การคาดการณ์ความต้องการช่วยให้การสื่อสารและการประสานงานระหว่างผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ขนส่งภายในโซ่อุปทานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความล่าช้าในกระบวนการจัดหาวัตถุดิบและการผลิต และยังช่วยให้สามารถสั่งซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบได้ล่วงหน้าในปริมาณที่เหมาะสม

7.การลดต้นทุนการจัดเก็บและขนส่ง (Cost Reduction)

     การวางแผนการขนส่งตามความต้องการที่คาดการณ์ไว้ช่วยลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น การคำนวณปริมาณสินค้าที่ต้องจัดเก็บให้เหมาะสมยังช่วยลดต้นทุนในด้านพื้นที่จัดเก็บและการดูแลรักษาสินค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการขนส่ง

8.การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า (Customer Service)

     เมื่อธุรกิจสามารถคาดการณ์ความต้องการได้ดี ก็จะมีสินค้าที่พร้อมตอบสนองลูกค้าในเวลาที่เหมาะสม ส่งผลให้สามารถรักษาความพึงพอใจของลูกค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด

9.การจัดการสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาจำกัด (Perishable Goods Management)

     ในกรณีของสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาจำกัด เช่น อาหารหรือยา การคาดการณ์ความต้องการอย่างแม่นยำช่วยให้สามารถจัดส่งและจัดเก็บสินค้าได้ในเวลาที่เหมาะสม ลดการสูญเสียสินค้าที่เสียหายหรือหมดอายุ

10.การตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในตลาด (Market Responsiveness)

     การคาดการณ์ความต้องการช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงในตลาด เช่น การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับแผนโลจิสติกส์ตามความต้องการจริงจะช่วยให้ธุรกิจรักษาความสามารถในการแข่งขันได้

 

สรุป

      การคาดการณ์ความต้องการที่แม่นยำมีความเกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดการสินค้าคงคลัง การขนส่ง ไปจนถึงการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า

 

 

 

BY : NooN (CC)

ที่มาของข้มูล : bsgroupth.com , chatgpt.com

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
"ลูกค้าเก่าคือขุมทรัพย์: 5 กลยุทธ์เปลี่ยน 'ขาจร' ให้เป็น 'Brand Lover' ตลอดกาล"
รู้หรือไม่? การหาลูกค้าใหม่มีต้นทุนสูงกว่ารักษาลูกค้าเก่าถึง 5 เท่า! พบกับ 5 กลยุทธ์เด็ดที่จะเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็น Brand Lover ที่รักและภักดีต่อแบรนด์ของคุณ พร้อมเทคนิคการบริการที่มัดใจ
ร่วมมือ.jpg Contact Center
7 ม.ค. 2026
ค่าส่งแพง ของพัง! จบปัญหาด้วย Seller Own Fleet : ทำไมร้านขายของชิ้นใหญ่ใน Shopee/Lazada ถึงควรเลือกส่งของเองกับ BS Express
ขายดีแทบตาย แต่ตกม้าตายตอน "ส่ง" สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ขายของบน Shopee หรือ Lazada คงคุ้นเคยกับระบบขนส่งมาตรฐาน (Standard Delivery) กันดีอยู่แล้ว แต่ถ้าสินค้าที่คุณขายคือ เฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, หรืออุปกรณ์ออกกำลังกาย คุณน่าจะเคยเจอปัญหาชวนปวดหัวเหล่านี้: 1.ค่าส่งแพงหูฉี่: ระบบคำนวณค่าส่งตามน้ำหนักจริง ซึ่งบางทีแพงกว่ากำไรที่ได้ 2.ของพังยับเยิน: ขนส่งทั่วไปอาจไม่เชี่ยวชาญการยกของหนัก โยนของจนเสียหาย ลูกค้าขอคืนเงิน 3.ข้อจำกัดเยอะ: ขนาดเกินนิดเดียว ขนส่งไม่รับ ต้องยกของกลับเก้อ ทางออกของปัญหานี้คือฟีเจอร์ลับที่ร้านค้าตัวท็อปเขาใช้กัน นั่นคือ "Seller Own Fleet" (ผู้ขายทำการจัดส่งให้เอง) วันนี้ BS Express จะพาคุณมาทำความรู้จักฟีเจอร์นี้ และเผยเหตุผลว่าทำไมการเลือกส่งเองกับเรา ถึงช่วยให้คุณ "กำไรเหลือเยอะกว่าเดิม"!
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
7 ม.ค. 2026
รู้จัก "รถเฮี๊ยบ" (Hiab Truck) ตัวช่วยยกของหนักที่ไซต์งาน
รู้จัก "รถเฮี๊ยบ" (Hiab Truck): ฮีโร่จอมพลัง! ตัวช่วยยกย้ายสินค้าหนัก ที่ไซต์งานขาดไม่ได้
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
7 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ